23 — การขยายหรือย่นระยะเวลาในการพิจารณาคดี
คนบทกฎหมาย
เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้หรือตามที่ศาลได้กำหนดไว้ หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่น เพื่อให้ดำเนินหรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น แต่การขยายหรือย่นเวลาเช่นว่านี้ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย
คำแปลภาษาไทย
When the court thinks fit, or when a party concerned has filed a request made in the form of a motion, the court has the power to make an order extending or shortening any period of time fixed by this Code or by the court, or any period of time relating to civil procedure fixed by another law, in order to carry out or to refrain from carrying out any procedural step before the expiry of that period. However, such extension or shortening of time may be granted only where there are special circumstances, and provided that the court has made the order, or a party has made the request, before the expiry of that period, except in a case of unavoidable necessity (force majeure).
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 23 อยู่ในหมวดว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของศาล เป็นบททั่วไปที่ให้ศาลควบคุมกำหนดระยะเวลาในการพิจารณา รวมทั้งกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์หรือฎีกา โดยต้องเข้าเงื่อนไขสองประการ คือ ต้องมีพฤติการณ์พิเศษ และตามหลักต้องมีคำสั่งของศาลหรือคำขอของคู่ความก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย ทั้งนี้โดยผ่านประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 บทนี้ยังนำไปใช้ขยายกำหนดเวลาในคดีอาญาได้ด้วย
ความสำคัญต่อ
ในทางปฏิบัติ ข้อพิพาทตามมาตรา 23 ส่วนใหญ่เป็นเรื่องขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์หรือฎีกา ผลคดีขึ้นอยู่กับสองประเด็น คือ เหตุที่อ้างเป็นพฤติการณ์พิเศษจริงหรือไม่ และยื่นคำร้องทันกำหนดหรือไม่ เหตุผลส่วนตัวล้วน ๆ มักไม่เพียงพอ และหากพ้นกำหนดโดยไม่มีเหตุสุดวิสัยก็มักจะสิ้นสิทธิ ดังนั้นเมื่อใกล้ครบกำหนด ควรยื่นคำร้องขอขยายเวลาแต่เนิ่น ๆ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2567 (2024)
การขอขยายระยะเวลาตามมาตรา 23 ต้องมีพฤติการณ์พิเศษ เหตุผลส่วนตัวที่อ้างในคำร้องเพียงลำพังไม่ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษ
คดีมีปัญหาว่าการอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์แก่โจทก์ 1 เดือนชอบหรือไม่ ศาลย้ำว่าการขยายเวลาตามมาตรา 23 ต้องมีพฤติการณ์พิเศษ และตั้งข้อสังเกตว่าคำร้องของโจทก์อ้างเหตุผลส่วนตัวซึ่งไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษตามมาตรา 23
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5069/2565 (2022)
เมื่อคู่ความยื่นคำร้องก่อนสิ้นกำหนด และศาลอนุญาตให้ขยายเวลาตามมาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 การยื่นภายในกำหนดที่ขยายให้ย่อมชอบด้วยกฎหมาย
ก่อนครบกำหนดหนึ่งเดือน โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นฎีกาออกไปอีก 1 เดือน ศาลชั้นต้นอนุญาตตามมาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เมื่อโจทก์ยื่นฎีกาภายในกำหนดที่ขยายให้ ศาลจึงวินิจฉัยว่าเป็นการยื่นภายในกำหนด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3716/2567 (2024)
เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลอาจถือว่าการกำหนดเวลาให้ดำเนินการให้ถูกต้องเป็นการขยายระยะเวลายื่นตามมาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 การยื่นให้ถูกต้องภายในกำหนดที่ขยายจึงชอบด้วยกฎหมาย
ศาลให้โจทก์ร่วมดำเนินการยื่นคำร้องให้ถูกต้องภายใน 15 วัน อันเป็นการขยายระยะเวลายื่นฎีกาตามมาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เมื่อยื่นคำร้องที่ถูกต้องภายในกำหนดและได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คำสั่งรับฎีกาจึงชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์หรือฎีกาได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 23 ศาลอาจขยายกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์หรือฎีกาให้ได้ แต่ต้องมีพฤติการณ์พิเศษ และตามหลักต้องยื่นคำร้องก่อนสิ้นกำหนด
พฤติการณ์พิเศษตามมาตรา 23 คืออะไร
ต้องเป็นเหตุที่เกินกว่าเหตุผลส่วนตัวธรรมดา โดยเหตุผลส่วนตัวล้วน ๆ มักถือว่าไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษ ศาลจะพิจารณาอย่างใกล้ชิดว่าเหตุนั้นสมควรให้ขยายเวลาหรือไม่
ถ้าพ้นกำหนดไปแล้วจะทำอย่างไร
ตามปกติต้องขอขยายก่อนสิ้นระยะเวลา หากพ้นกำหนดไปแล้วจะขอได้ต่อเมื่อมีเหตุสุดวิสัยเท่านั้น