ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 15 — นำ ป.วิ.แพ่ง มาใช้โดยอนุโลม
คนบทกฎหมาย
วิธีพิจารณาข้อใดซึ่งประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้
คำแปลภาษาไทย
For any matter of procedure for which this Code does not make specific provision, the provisions of the Civil Procedure Code shall apply insofar as they are applicable.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 15 เป็นบทเชื่อมที่ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาอุดช่องว่างเรื่องวิธีพิจารณาในคดีอาญา ใช้เฉพาะกรณีที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่มีบทบัญญัติเฉพาะ และเพียงเท่าที่พอจะใช้บังคับได้ ดังนั้นบทบัญญัติทางแพ่งที่ขัดกับสภาพของคดีอาญาย่อมนำมาใช้ไม่ได้ ในทางปฏิบัติมาตรานี้เป็นช่องทางนำหลักเกณฑ์ทางแพ่งเรื่องการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอบเขตการอุทธรณ์ฎีกา และขั้นตอนอื่น ๆ ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้กล่าวไว้ มาใช้ อีกทั้งยังเชื่อมต่อไปยังกฎหมายเฉพาะ เช่น พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติดด้วย
ความสำคัญต่อ
มาตรานี้มีบทบาทเงียบ ๆ ต่อข้อโต้แย้งทางกระบวนพิจารณาหลายเรื่อง หากทนายต้องการเพิกถอนขั้นตอนที่ผิดระเบียบ หรือจะพิจารณาว่าประเด็นอุทธรณ์ฎีกานั้นต้องห้ามหรือไม่ คำตอบมักมาจากบทบัญญัติทางแพ่งที่นำมาใช้ผ่านมาตรา 15 มิใช่จากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเอง ข้อควรระวังคือ ข้อเท็จจริงใหม่ที่ยกขึ้นครั้งแรกในชั้นฎีกาอาจต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 225 ประกอบมาตรา 15 จึงต้องยกประเด็นตั้งแต่ในศาลชั้นต้น เนื่องจากการเชื่อมโยงระหว่างสองประมวลกฎหมายมีความละเอียด ควรให้ทนายความไทยที่มีใบอนุญาตวางแนวว่าหลักเกณฑ์ใดใช้บังคับก่อนยื่นคำร้อง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2568 (2025)
อำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ แม้ในคดียาเสพติด มาจาก ป.วิ.แพ่ง มาตรา 27 ประกอบ ป.วิ.อาญา มาตรา 15 โดยต้องเป็นกรณีมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติทางแพ่งที่มุ่งให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความยุติธรรม
ในการวินิจฉัยว่ากระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบจะเพิกถอนได้หรือไม่ ศาลอธิบายว่าอำนาจดังกล่าวอาศัย ป.วิ.แพ่ง มาตรา 27 ประกอบ ป.วิ.อาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด การเพิกถอนทำได้เมื่อมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติทางแพ่งที่มุ่งให้เกิดความยุติธรรม และคู่ความฝ่ายที่เสียหายยื่นคำขอ หรือเมื่อศาลเห็นสมควร
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568 (2025)
ข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกา ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบ ป.วิ.อาญา มาตรา 15
จำเลยเพิ่งยกข้ออ้างในชั้นฎีกาว่าการจดทะเบียนหย่าเป็นการแสดงเจตนาลวง ศาลไม่รับวินิจฉัย โดยเห็นว่าเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ซึ่งนำมาใช้กับคดีอาญาผ่านมาตรา 15
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5681/2568 (2025)
ข้อจำกัดการอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 225 นำมาใช้กับคดีอาญาผ่าน ป.วิ.อาญา มาตรา 15 ภายใต้หลักเกณฑ์การอุทธรณ์เฉพาะสำหรับความผิดที่มีอัตราโทษสูง
ศาลพิจารณาว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 225 ประกอบมาตรา 15 หรือไม่ และชี้ว่าเมื่อกระทงความผิดมีอัตราโทษสูงและต้องด้วยหลักการสืบพยานแม้จำเลยรับสารภาพตามมาตรา 176 วรรคหนึ่ง ข้อห้ามตามปกติย่อมถูกจำกัดไปตามนั้น
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งใช้กับคดีอาญาเมื่อใด
ตามมาตรา 15 ใช้เฉพาะเมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่มีบทบัญญัติเฉพาะในเรื่องนั้น และเพียงเท่าที่พอจะนำหลักเกณฑ์ทางแพ่งมาใช้บังคับกับคดีอาญาได้
จะนำหลักเกณฑ์ ป.วิ.แพ่ง มาเพิกถอนขั้นตอนที่ผิดระเบียบในคดีอาญาได้หรือไม่
ได้ ถือเป็นการใช้มาตรา 15 ที่พบบ่อย อำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 27 นำมาใช้กับคดีอาญาได้ผ่านมาตรา 15 ภายใต้เงื่อนไขตามปกติ
ทำไมประเด็นฎีกาของผมถูกไม่รับเพราะไม่ได้ว่ากล่าวในศาลล่าง
ข้อเท็จจริงที่ยกขึ้นครั้งแรกในชั้นฎีกาอาจต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 225 ซึ่งนำมาใช้กับคดีอาญาผ่านมาตรา 15 โดยทั่วไปต้องยกประเด็นในศาลชั้นต้นก่อน