249: หลักเกณฑ์ที่ศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกา
คนบทกฎหมาย
ให้ศาลฎีกาพิจารณาดูฎีกาตามมาตรา ๒๔๗ จะเห็นได้ว่าปัญหาตามฎีกานั้นถือเป็นประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย
สิ่งสำคัญตามวรรคหนึ่งอาจรวมถึงกรณีนี้ด้วย
(๑) ที่เกี่ยวข้องกับพันกับประโยชน์สาธารณะหรือการดำเนินการเรียบร้อยของประชาชน
(๒) ค้นหาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลยุติธรรมได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญขัดกันหรือขัดกับแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกา
(๓) คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลยุติธรรมได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งรองรับแนวคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกามาก่อน
(4) ถามคำตัดสินหรือคำสั่งของศาลร้องขอจดหมายขัดกับคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดของสิ่งอื่นใดในศาล
(๕) เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
(๖) สิ่งสำคัญอื่นๆ ตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา
ของประธานศาลฎีกาตามวรรคสอง
(๖) ก่อนที่จะได้รับชอบจากแหล่งที่มาของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วปล่อยให้บังคับได้
พระราชวังฎีกามีคำสั่งศาลฎีกาใส่คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลร้องขอเป็นที่สุดได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
คำแปลภาษาไทย
ศาลฎีกาจะอนุญาตให้ยื่นคำร้องตามมาตรา 247 เมื่อเห็นว่าคำถามที่ยกขึ้นในคำร้องนั้นเป็นคำถามสำคัญที่ศาลฎีกาควรพิจารณาตัดสิน.
คำถามสำคัญภายใต้หัวข้อที่หนึ่งครอบคลุมกรณีต่อไปนี้:
(1) คำถามที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน;
(2) ในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินประเด็นสำคัญทางกฎหมายที่ขัดแย้งหรือตรงกันข้ามกับแนวทางปฏิบัติที่กำหนดโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกา;
(3) ในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินประเด็นสำคัญทางกฎหมายซึ่งไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกาก่อนหน้า;
(4) ในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ขัดแย้งกับคำพิพากษาหรือคำสั่งสุดท้ายของศาลอื่น;
(5) เพื่อพัฒนาการตีความกฎหมาย;
(6) คำถามสำคัญอื่นๆ ตามระเบียบของประธานศาลฎีกา.
ระเบียบของประธานศาลฎีกาภายใต้วรรคสอง (6) จะมีผลบังคับใช้เมื่อได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา.
ในกรณีที่ศาลฎีกามีคำสั่งปฏิเสธการอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์จะมีผลเด็ดขาดนับตั้งแต่วันที่อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 249 ตั้งหลักเนื้อหาในการดำเนินการคำร้องขออนุญาตที่มาตรา 247 เขียนและองค์ประกอบของคณะตามมาตรา 248 เป็นผู้ใช้ระบบเทคโนโลยีว่าฎีกามีปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยหรือไม่ วรรคสองระบุประเภทที่ถือว่าสำคัญไว้อย่างไม่จำกัดเพียงเท่านั้น โดยเน้นการพิจารณามากกว่าจำนวนทุนทรัพย์ อนุมาตรา (6) ให้ประธานศาลฎีกากำหนดประวัติเพิ่มเติมโดยประกาศซึ่งใช้บังคับได้เมื่อเริ่มต้นใหญ่เห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท้ายสุดการกำหนดการไม่ยึดถือ คือคำตัดสินศาลยุติธรรมเป็นที่สุดนับแต่วันที่สามารถอ่านได้เป็นบทปัจจุบันตามระบบการเชื่อปี 2558 ส่วนสำคัญ 249 เดิมว่าด้วยข้อที่อัยการยกขึ้นกันมาแล้วโดยชอบและที่ไม่ใส่กาเป็นสาระ
ความสำคัญต่อ
การพิจารณาพิจารณาจะฎีกาคือการพิจารณาทุนไม่เปิดประตูศาลฎีกาช่องใส่ปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญจริง แปลว่า ขัดกับแนวคำพิพากษา ซึ่งอาจแนวคำพิพากษาหรือขัดกับคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอื่นๆ ที่ตั้งคำร้องขอให้อยู่ในประเภทที่เน้นไปที่พิพาท และเพราะการไม่ทำให้คำพิพากษาศาลยุติธรรมเป็นที่สุดทันทีควรประเมินโอกาสกับทนายความไทยก่อนตัดสินใจ
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1,890 คดี (พ.ศ. 2503 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 44/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1323/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5300/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2496/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2026/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1930/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1180/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5133/2562 (2019)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.วิ.อาญา มาตรา 15 314
- ป.อ. มาตรา 78 187
- ป.อ. มาตรา 91 156
- 142 117
- 248 117
- ป.อ. มาตรา 83 110
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
อะไรทำให้ศาลฎีกาฎีกา
ตามมาตรา 249 ศาลฎีกาส่วนเฉพาะเมื่อฎีกามีปัญหาสำคัญที่ควรวินิจฉัย เช่น ในเวลาปกติ ขัดกับแนวคำพิพากษา คุณสามารถเลือกแนวคำพิพากษาหรือกับขัดคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอื่น ๆ
ทุนทรัพย์สูงในฎีกาหรือไม่
ไม่พอมาตรา 249 เน้นไปที่ปัญหาข้อกฎหมายนี่คือจำนวนทุนทรัพย์ทุนวิจัยที่ให้ทุนทำให้ฎีกา...
ฎีกาฎีกาแลนฎีกาจะมีผล
คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลยุติธรรมเป็นที่สุดนับแต่วันที่ได้อ่านคดีจึงเป็นเพียงนั้น
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 249 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 249. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-249/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 249 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-249/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-249/"><p>ให้ฎีกาพิจารณาดูฎีกาตามมาตรา ๒๔๗ มักจะได้รับการพิจารณาตามปัญหาฎีกานั้นการพิจารณาประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกาควรพิจารณาความสำคัญที่ศาลฎีกาควรพิจารณาความสำคัญตามวรรคหนึ่งเพื่อให้ครอบคลุมกรณี (๑) ที่เกี่ยวข้องพันกับประโยชน์สาธารณะหรือความสะดวกสบายของประชาชน (๒) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลยุติธรรมได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญกันหรือขัดกับแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกา (๓) คำหรือคำสั่งของศาลยุติธรรมได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งสามารถใช้ได้กับแนวคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกามาก่อน (๔) สำหรับคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลยุติธรรมกับคำพิพากษาหรือคำสั่งอันหนึ่งของศาลอื่น (๕) ในการบังคับใช้กฎหมาย (๖) สำคัญอื่น ๆ ตามคำสั่งของประธานศาลฎีกาของประธานศาลฎีกาตามสอง (๖) ได้ที่เริ่มต้นชอบจากใหญ่ศาลฎีกาและประกาศในราชกิจุเบกษาแล้วใช้บังคับได้ศาลฎีกามีฎีกา ให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลร้องขอความเป็นธรรมเป็นที่สุดเพื่อให้สามารถอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 249 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-249/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา