ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 142: การพิพากษาตามคำฟ้องและข้อยกเว้น
ตัวบทกฎหมาย
คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อ แต่ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง เว้นแต่
(๑) ในคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ ให้พึงเข้าใจว่าเป็นประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย ถ้าศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เมื่อศาลเห็นสมควรศาลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้ คำสั่งเช่นว่านี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์นั้นซึ่งไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้
(๒) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ใด ๆ เป็นของตนทั้งหมด แต่พิจารณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้
(๓) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยจนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้
(๔) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าหรือค่าเสียหายอันต่อเนื่องคำนวณถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ชำระค่าเช่าและค่าเสียหายเช่นว่านี้จนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้
(๕) ในคดีที่อาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างได้นั้น เมื่อศาลเห็นสมควรศาลจะยกข้อเหล่านั้นขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปก็ได้
(๖) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยซึ่งมิได้มีข้อตกลงกำหนดอัตราดอกเบี้ยกันไว้ เมื่อศาลเห็นสมควรโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดี ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นกว่าที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมายแต่ไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องหรือวันอื่นหลังจากนั้นก็ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อ แต่ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง เว้นแต่
(๑) ในคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ ให้พึงเข้าใจว่าเป็นประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย ถ้าศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เมื่อศาลเห็นสมควรศาลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้ คำสั่งเช่นว่านี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์นั้นซึ่งไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้
(๒) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ใด ๆ เป็นของตนทั้งหมด แต่พิจารณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้
(๓) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยจนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้
(๔) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าหรือค่าเสียหายอันต่อเนื่องคำนวณถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ชำระค่าเช่าและค่าเสียหายเช่นว่านี้จนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้
(๕) ในคดีที่อาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างได้นั้น เมื่อศาลเห็นสมควรศาลจะยกข้อเหล่านั้นขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปก็ได้
(๖) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยซึ่งมิได้มีข้อตกลงกำหนดอัตราดอกเบี้ยกันไว้ เมื่อศาลเห็นสมควรโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดี ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นกว่าที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมายแต่ไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องหรือวันอื่นหลังจากนั้นก็ได้
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 142 วางหลักว่าคำพิพากษาต้องวินิจฉัยทุกข้อหาแต่ต้องไม่เกินคำฟ้อง แล้วกำหนดข้อยกเว้นหกประการ ครอบคลุมการขับไล่จำเลยและบริวารในคดีอสังหาริมทรัพย์ (1) การให้ส่วนแบ่งแทนทั้งหมด (2) การให้ดอกเบี้ย (3) และค่าเช่าหรือค่าเสียหายต่อเนื่อง (4) ถึงวันชำระเสร็จ การที่ศาลยกปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยขึ้นเอง (5) และการให้ดอกเบี้ยเพิ่มไม่เกินร้อยละสิบห้ากรณีดำเนินคดีไม่สุจริต (6) อนุมาตรา (5) มีคำพิพากษาฎีกามาก โดยให้ศาลสูงรวมถึงศาลฎีกาแก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องดอกเบี้ยและการบังคับคดีที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยได้แม้ไม่มีคู่ความยกขึ้น บทนี้เป็นหัวใจในการกำหนดขอบเขตสิ่งที่ศาลพิพากษาให้ได้
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หลักสำคัญคุ้มครองท่านจากการที่ศาลพิพากษาให้คู่ความอีกฝ่ายในสิ่งที่ไม่ได้ฟ้อง จึงควรตรวจว่าคำพิพากษาอยู่ในกรอบคำฟ้อง แต่ข้อยกเว้นก็สำคัญ โจทก์ขอขับไล่จำเลยและบริวารในคดีอสังหาริมทรัพย์ได้ และดอกเบี้ยกับค่าเสียหายต่อเนื่องอาจเดินถึงวันชำระจริงไม่ใช่เพียงวันฟ้อง อนุมาตรา (5) หมายความว่าศาลสูงแก้ไขข้อผิดพลาดเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย เช่น การคิดดอกเบี้ยที่ไม่ชอบ ได้แม้ท่านไม่ได้ยกขึ้น หากมีประเด็นดอกเบี้ยหรือขอบเขตคำขอ ควรปรึกษาทนายว่าข้อยกเว้นเหล่านี้ใช้กับคดีของท่านอย่างไร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3881/2568 (2025)
การให้บุริมสิทธิจำนองในดอกเบี้ยส่วนที่เกินหนึ่งปีโดยไม่ชอบเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเองได้ตามมาตรา 142 (5) แม้คู่ความมิได้ฎีกา
คำพิพากษาเดิมให้เจ้าหนี้มีบุริมสิทธิจำนองในดอกเบี้ยส่วนที่เกินหนึ่งปีซึ่งไม่ชอบ เพราะดอกเบี้ยดังกล่าวรับชำระก่อนเจ้าหนี้สามัญไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความยกขึ้น จึงแก้ไขให้ถูกต้องตามมาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2568 (2025)
การคิดดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ตามกฎหมายเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142 (5)
ศาลล่างคิดดอกเบี้ยไม่สอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 และมาตรา 7 ที่แก้ไขใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการคิดดอกเบี้ยเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นเองได้ตามมาตรา 142 (5) และแก้ไขอัตราดอกเบี้ยให้ถูกต้อง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2568 (2025)
ปัญหาว่าการบอกกล่าวบังคับจำนองให้เวลาชำระหนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อันกระทบอำนาจฟ้องบังคับจำนอง เป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142 (5)
หนังสือบอกกล่าวกำหนดเวลาชำระหนี้สั้นกว่าที่กฎหมายกำหนด การบอกกล่าวบังคับจำนองจึงไม่ชอบและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 2 ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นเองได้ตามมาตรา 142 (5) แม้ไม่มีคู่ความฎีกา
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1,614 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2569)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1694/2569 (2026)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3228/2569 (2026)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1279/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1303/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1759/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1760/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2710/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3001/2568 (2025) การทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้จัดการมรดกเสียงข้างมากหลังสัญญาเดิมหมด ไม่เป็นการผิดสัญญาประนีประนอม
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 246 574
- มาตรา 247 376
- ป.พ.พ. มาตรา 224 142
- มาตรา 252 131
- มาตรา 249 117
- ป.พ.พ. มาตรา 7 111
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลพิพากษาเกินกว่าที่โจทก์ขอได้หรือไม่
โดยหลักไม่ได้ มาตรา 142 ห้ามพิพากษาเกินหรือนอกจากคำฟ้อง เว้นแต่ข้อยกเว้นหกประการ เช่น การขับไล่ การให้ส่วนแบ่ง ดอกเบี้ยถึงวันชำระ และปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย
ศาลยกปัญหาข้อกฎหมายที่คู่ความไม่ได้อ้างขึ้นเองได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 142 (5) ศาลยกปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยขึ้นวินิจฉัยเองได้ ศาลสูงมักใช้แก้ไขการคิดดอกเบี้ยหรือการบังคับคดีที่ไม่ชอบ
คำพิพากษาขับไล่ครอบคลุมครอบครัวและบริวารของจำเลยหรือไม่
ตามมาตรา 142 (1) คำสั่งขับไล่ใช้บังคับตลอดถึงวงศ์ญาติและบริวารของจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์นั้นซึ่งแสดงอำนาจพิเศษไม่ได้
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 142. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-142/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 142 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-142/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-142/"><p>คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อ แต่ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง เว้นแต่ (๑) ในคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ ให้พึงเข้าใจว่าเป็นประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย ถ้าศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เมื่อศาลเห็นสมควรศาลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้ คำสั่งเช่นว่านี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์นั้นซึ่งไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้ (๒) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ใด ๆ เป็นของตนทั้งหมด แต่พิจารณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้ (๓) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยจนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้ (๔) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าหรือค่าเสียหายอันต่อเนื่องคำนวณถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ชำระค่าเช่าและค่าเสียหายเช่นว่านี้จนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้ (๕) ในคดีที่อาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างได้นั้น เมื่อศาลเห็นสมควรศาลจะยกข้อเหล่านั้นขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปก็ได้ (๖) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยซึ่งมิได้มีข้อตกลงกำหนดอัตราดอกเบี้ยกันไว้ เมื่อศาลเห็นสมควรโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดี ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นกว่าที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมายแต่ไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องหรือวันอื่นหลังจากนั้นก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-142/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา