248 — องค์คณะพิจารณาคำร้องขออนุญาตฎีกา
คนบทกฎหมาย
คำร้องตามมาตรา ๒๔๗ ให้พิจารณาและวินิจฉัยโดยองค์คณะผู้พิพากษาที่ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง ซึ่งประกอบด้วยรองประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาอีกอย่างน้อยสามคน
การวินิจฉัยให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้บังคับตามความเห็นของฝ่ายที่เห็นควรอนุญาตให้ฎีกา
คำแปลภาษาไทย
An application under Section 247 shall be considered and decided by a panel of judges appointed by the President of the Supreme Court, consisting of a Vice-President of the Supreme Court and at least three other judges of the Supreme Court holding a position not lower than that of a judge of the Supreme Court.
The decision shall be made by a majority of votes. If the votes are equal, the view of the side that is in favour of granting leave to dika shall prevail.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 248 กำหนดองค์คณะและหลักการออกเสียงในการพิจารณาคำร้องขออนุญาตฎีกาตามมาตรา 247 องค์คณะเป็นระดับอาวุโสโดยเจตนา นำโดยรองประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาอีกอย่างน้อยสามคน สะท้อนความสำคัญของการกลั่นกรองคดี หลักการชี้ขาดเมื่อคะแนนเท่ากันมีความสำคัญ กล่าวคือ ให้เป็นไปในทางที่อนุญาตให้ฎีกา ข้อสงสัยที่แท้จริงจึงได้รับการวินิจฉัยโดยให้ฎีกาต่อไปได้ ทั้งนี้เป็นบทปัจจุบันภายใต้ระบบการอนุญาตที่แก้ไขเพิ่มเติมในปี 2558 ส่วนมาตรา 248 เดิมว่าด้วยทุนทรัพย์ขั้นต่ำที่ห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งการปฏิรูปได้ยกเลิกไป
ความสำคัญต่อ
สำหรับคู่ความ ข้อที่เป็นประโยชน์คือหลักการชี้ขาดเมื่อคะแนนเท่ากันเป็นคุณแก่ผู้ขอ หากองค์คณะมีความเห็นแบ่งเท่ากัน ให้อนุญาตฎีกา จึงคุ้มค่าที่จะทำคำร้องขออนุญาตให้องค์คณะเห็นเหตุผลชัดเจนว่าคดีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแม้ความเห็นจะแบ่งกันก็ยังผ่านได้ นี่เป็นการยื่นที่มีเทคนิคและเดิมพันสูง การเลือกทนายความที่มีประสบการณ์จึงมีความสำคัญ
เลย
ใครเป็นผู้พิจารณาว่าจะอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่
ตามมาตรา 248 องค์คณะที่ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง ประกอบด้วยรองประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาศาลฎีกาอีกอย่างน้อยสามคน เป็นผู้พิจารณา
ถ้าองค์คณะมีคะแนนเท่ากันจะเป็นอย่างไร
ให้บังคับตามความเห็นฝ่ายที่เห็นควรอนุญาตให้ฎีกา ดังนั้นเมื่อคะแนนเท่ากันจึงอนุญาตให้ฎีกาได้