ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 243: อำนาจศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาและย้อนสำนวน

ตัวบทกฎหมาย

ให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย คือ
(๑) เมื่อคดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง และศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นเสีย แล้วส่งสำนวนคืนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อให้พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ ในกรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นอาจประกอบด้วยผู้พิพากษาอื่นนอกจากที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งมาแล้ว และคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่นี้อาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีเป็นอย่างอื่นนอกจากคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถูกยกได้
(๒) เมื่อคดีปรากฏว่าเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาหรือมีเหตุที่ศาลได้ปฏิเสธไม่สืบพยานตามที่ผู้ขออุทธรณ์ร้องขอ และศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นแล้วกำหนดให้ศาลชั้นต้นซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาคณะเดิมหรือผู้พิพากษาอื่น หรือศาลชั้นต้นอื่นใดตามที่ศาลอุทธรณ์จะเห็นสมควร พิจารณาคดีนั้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน และพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่
(๓) ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์จำต้องถือตามข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้น ถ้าปรากฏว่า (ก) การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นผิดต่อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์อาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้น แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้น หรือ (ข) ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์อาจทำคำสั่งให้ยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นเสีย แล้วกำหนดให้ศาลชั้นต้นซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาคณะเดิม หรือผู้พิพากษาอื่น หรือศาลชั้นต้นอื่นใด ตามที่ศาลอุทธรณ์เห็นสมควร พิจารณาคดีนั้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน โดยดำเนินตามคำชี้ขาดของศาลอุทธรณ์แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปตามรูปความ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะปรากฏจากการอุทธรณ์หรือไม่ในคดีทั้งปวงที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามมาตรานี้ คู่ความชอบที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่เช่นว่านี้ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ตามบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้

คำแปลภาษาอังกฤษ

ให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย คือ
(๑) เมื่อคดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง และศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นเสีย แล้วส่งสำนวนคืนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อให้พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ ในกรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นอาจประกอบด้วยผู้พิพากษาอื่นนอกจากที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งมาแล้ว และคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่นี้อาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีเป็นอย่างอื่นนอกจากคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถูกยกได้
(๒) เมื่อคดีปรากฏว่าเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาหรือมีเหตุที่ศาลได้ปฏิเสธไม่สืบพยานตามที่ผู้ขออุทธรณ์ร้องขอ และศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นแล้วกำหนดให้ศาลชั้นต้นซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาคณะเดิมหรือผู้พิพากษาอื่น หรือศาลชั้นต้นอื่นใดตามที่ศาลอุทธรณ์จะเห็นสมควร พิจารณาคดีนั้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน และพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่
(๓) ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์จำต้องถือตามข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้น ถ้าปรากฏว่า (ก) การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นผิดต่อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์อาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้น แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้น หรือ (ข) ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์อาจทำคำสั่งให้ยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นเสีย แล้วกำหนดให้ศาลชั้นต้นซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาคณะเดิม หรือผู้พิพากษาอื่น หรือศาลชั้นต้นอื่นใด ตามที่ศาลอุทธรณ์เห็นสมควร พิจารณาคดีนั้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน โดยดำเนินตามคำชี้ขาดของศาลอุทธรณ์แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปตามรูปความ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะปรากฏจากการอุทธรณ์หรือไม่ในคดีทั้งปวงที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามมาตรานี้ คู่ความชอบที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่เช่นว่านี้ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ตามบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 243 ให้อำนาจแก้ไขเยียวยาแก่ศาลอุทธรณ์เพิ่มเติมจากการชี้ขาด 4 ประการตามมาตรา 242 โดยให้แก้ข้อบกพร่องในชั้นศาลชั้นต้นแทนการวินิจฉัยเนื้อหาเอง อนุมาตรา (1) มุ่งข้อบกพร่องเรื่องคำพิพากษาหรือคำสั่ง อนุมาตรา (2) มุ่งกระบวนพิจารณาที่บกพร่องหรือการปฏิเสธไม่สืบพยาน และอนุมาตรา (3) ว่าด้วยการฟังข้อเท็จจริง คือ (ก) กรณีศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดกฎหมาย และ (ข) กรณีข้อเท็จจริงไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย วรรคท้ายยังคุ้มครองสิทธิของคู่ความที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาใหม่ที่ทำขึ้นเมื่อย้อนสำนวน และโดยมาตรา 252 ศาลฎีกาใช้อำนาจย้อนสำนวนอย่างเดียวกันในชั้นฎีกา

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากคดีของคุณตัดสินไปบนสำนวนที่บกพร่อง การปฏิเสธไม่สืบพยานที่ไม่ชอบ หรือการฟังข้อเท็จจริงที่ผิดกฎหมาย การอุทธรณ์ตามมาตรา 243 อาจไม่ทำให้ชนะทันที แต่ทำให้คดีถูกพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องได้ การย้อนสำนวนใช้เวลาเพิ่มหลายเดือน และอาจพิจารณาโดยองค์คณะผู้พิพากษาชุดอื่น จึงควรชั่งน้ำหนักระหว่างความล่าช้ากับโอกาสได้ผลที่ดีกว่า และควรปรึกษาทนายความไทยก่อนตั้งประเด็นอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567 (2024)

    เมื่อคดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งและมีเหตุอันสมควร ศาลย่อมยกคำพิพากษาและส่งสำนวนคืนเพื่อพิพากษาใหม่ได้ตามมาตรา 243 (1) ซึ่งใช้ในชั้นฎีกาโดยมาตรา 252

    เมื่อคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้ปฏิบัติตามบทว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง และมีเหตุอันสมควร ศาลฎีกาจึงยกคำพิพากษานั้นและส่งสำนวนคืนไปให้พิพากษาใหม่ ตามมาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 252

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8267/2567 (2024)

    เมื่อกระบวนพิจารณาบกพร่องและจำเลยประสงค์จะต่อสู้คดีมาโดยตลอด ย่อมมีเหตุอันสมควรยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองแล้วให้ดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามมาตรา 243 (2) ซึ่งใช้ในชั้นฎีกาโดยมาตรา 252

    คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ชอบเพราะกระบวนพิจารณาบกพร่อง และจำเลยประสงค์จะต่อสู้คดีมาโดยตลอด ศาลฎีกาจึงยกคำพิพากษาทั้งสองและให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ ตามมาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 252

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3150/2568 (2025)

    เมื่อข้อเท็จจริงที่ฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยคดี ศาลย่อมย้อนสำนวนให้ศาลล่างรับฟังข้อเท็จจริงที่จำเป็นแล้วพิพากษาใหม่ได้ตามมาตรา 243 (3) (ข) ซึ่งใช้ในชั้นฎีกาโดยมาตรา 252

    ศาลแรงงานยังไม่ได้รับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างซึ่งจำเป็นแก่การวินิจฉัยคดี ศาลฎีกาจึงย้อนสำนวนให้รับฟังข้อเท็จจริงนั้นแล้วพิพากษาใหม่ ตามมาตรา 243 (3) (ข) ประกอบมาตรา 252

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 452 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4637/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3297/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4849/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1784/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5001/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 257/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7994/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3790/2560 (2017)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

นอกจากตัดสินอุทธรณ์เอง ศาลอุทธรณ์ทำอะไรได้อีก

ตามมาตรา 243 ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและย้อนสำนวนให้พิพากษาใหม่ได้ เมื่อคำพิพากษา กระบวนพิจารณา หรือการฟังข้อเท็จจริงบกพร่อง

เมื่อย้อนสำนวนแล้ว ผู้พิพากษาชุดเดิมจะพิจารณาใหม่หรือไม่

ไม่จำเป็น มาตรา 243 ให้พิจารณาใหม่โดยองค์คณะเดิม ผู้พิพากษาอื่น หรือศาลชั้นต้นอื่นตามที่ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรได้

หลังศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามที่ย้อนสำนวน อุทธรณ์ได้อีกไหม

ได้ วรรคท้ายของมาตรา 243 คงสิทธิของคู่ความที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ต่อศาลอุทธรณ์ตามบทในลักษณะนี้

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 243. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-243/ (accessed 13 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 243
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-243/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-243/"><p>ให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย คือ (๑) เมื่อคดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง และศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นเสีย แล้วส่งสำนวนคืนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อให้พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ ในกรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นอาจประกอบด้วยผู้พิพากษาอื่นนอกจากที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งมาแล้ว และคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่นี้อาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีเป็นอย่างอื่นนอกจากคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถูกยกได้ (๒) เมื่อคดีปรากฏว่าเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาหรือมีเหตุที่ศาลได้ปฏิเสธไม่สืบพยานตามที่ผู้ขออุทธรณ์ร้องขอ และศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นแล้วกำหนดให้ศาลชั้นต้นซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาคณะเดิมหรือผู้พิพากษาอื่น หรือศาลชั้นต้นอื่นใดตามที่ศาลอุทธรณ์จะเห็นสมควร พิจารณาคดีนั้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน และพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ (๓) ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์จำต้องถือตามข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้น ถ้าปรากฏว่า (ก) การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นผิดต่อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์อาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้น แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้น หรือ (ข) ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์อาจทำคำสั่งให้ยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นเสีย แล้วกำหนดให้ศาลชั้นต้นซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาคณะเดิม หรือผู้พิพากษาอื่น หรือศาลชั้นต้นอื่นใด ตามที่ศาลอุทธรณ์เห็นสมควร พิจารณาคดีนั้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน โดยดำเนินตามคำชี้ขาดของศาลอุทธรณ์แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปตามรูปความ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะปรากฏจากการอุทธรณ์หรือไม่ในคดีทั้งปวงที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามมาตรานี้ คู่ความชอบที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่เช่นว่านี้ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ตามบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-243/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง