27 — การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ
คนบทกฎหมาย
ในกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หรือที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนในเรื่องการเขียน และการยื่นหรือการส่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่น ๆ หรือในการพิจารณาคดี การพิจารณาพยานหลักฐาน หรือการบังคับคดี เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายที่เสียหายเนื่องจากการที่มิได้ปฏิบัติเช่นว่านั้นยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียทั้งหมดหรือบางส่วน หรือสั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ศาลเห็นสมควรข้อค้านเรื่องผิดระเบียบนั้น คู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นกล่าวได้ไม่ว่าในเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น แต่ทั้งนี้ คู่ความฝ่ายนั้นต้องมิได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบแล้ว หรือต้องมิได้ให้สัตยาบันแก่การผิดระเบียบนั้น ๆถ้าศาลสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบใด ๆ อันมิใช่เรื่องที่คู่ความละเลยไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องนั้นภายในระยะเวลาซึ่งกฎหมายหรือศาลกำหนดไว้ เพียงเท่านี้ไม่เป็นการตัดสิทธิคู่ความฝ่ายนั้น ในอันที่จะดำเนินกระบวนพิจารณานั้น ๆ ใหม่ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับ
คำแปลภาษาไทย
Where there has been a failure to comply with the provisions of this Code on matters intended to ensure that justice is done, or relating to public order, concerning the drafting and the filing or service of pleadings or other documents, or concerning the trial of the case, the taking of evidence, or the execution of a judgment, then, when the court thinks fit or when a party aggrieved by such failure files a request made in the form of a motion, the court has the power to order that the irregular proceedings be set aside, in whole or in part, or to order that they be corrected, or to make any other order in the matter as the court thinks fit.
An objection on the ground of such irregularity may be raised by the aggrieved party at any time before judgment, but not later than eight days from the day on which that party became aware of the facts or circumstances constituting the ground of the objection; provided, however, that the party must not have taken any new step after becoming aware of the irregularity, and must not have ratified that irregularity.
Where the court orders the setting aside of any irregular proceedings, other than a case in which the party has failed to carry out a procedural step within the time fixed by law or by the court, this alone does not deprive that party of the right to carry out such procedural step anew in the proper manner required by law.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 27 เป็นบทเยียวยาทั่วไปของประมวลกฎหมายนี้สำหรับกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ใช้กับการฝ่าฝืนบทบัญญัติที่มุ่งให้เกิดความยุติธรรมหรือเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทั้งในการเขียน การยื่นหรือส่งคำคู่ความ การพิจารณาคดี การสืบพยาน และการบังคับคดี ศาลอาจสั่งเองหรือตามคำร้องของคู่ความที่เสียหาย และอาจเพิกถอน แก้ไข หรือมีคำสั่งอย่างอื่นได้ วรรคสองวางเงื่อนไขเข้มงวดต่อการคัดค้านของคู่ความ คือ ต้องยกขึ้นก่อนมีคำพิพากษา ภายในแปดวันนับแต่ทราบเหตุ โดยไม่ได้ดำเนินการใหม่และไม่ได้ให้สัตยาบัน หากเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อย ศาลสูงอาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และกำหนดแปดวันสำหรับคู่ความไม่ตัดอำนาจศาล
ความสำคัญต่อ
หากความผิดพลาดในกระบวนพิจารณาทำให้เสียเปรียบ มาตรา 27 คือช่องทางแก้ไขหรือเพิกถอน แต่ระยะเวลาจำกัด คือ ต้องยกขึ้นก่อนมีคำพิพากษา และภายในแปดวันนับแต่ทราบเหตุ ทั้งต้องไม่ดำเนินการใหม่ในระหว่างนั้น มิฉะนั้นอาจถือว่าให้สัตยาบัน หากเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อย เช่น การพิจารณาอุทธรณ์ที่ไม่ชอบหรือการอ่านคำพิพากษาที่ไม่ชอบ แม้ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ จึงควรรีบดำเนินการ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2651/2568 (2025)
เมื่อกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกระบวนการอันเป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง
การที่ศาลชั้นต้นสั่งส่งสำนวนและศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับอุทธรณ์แล้วพิจารณาพิพากษาไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา อันเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง จึงเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ยกคำสั่งและคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง และไม่รับฎีกาที่เป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาโดยชอบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2568 (2025)
เมื่อการอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังไม่ชอบ ศาลอาจใช้อำนาจตามมาตรา 27 ให้ดำเนินการอ่านใหม่ให้ถูกต้อง และระยะเวลาอุทธรณ์จะเริ่มนับต่อเมื่อได้อ่านคำพิพากษาโดยชอบเท่านั้น
เมื่อถือไม่ได้ว่าผู้คัดค้านทราบวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบที่จะยกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วให้ดำเนินการแจ้งนัดและอ่านคำพิพากษาใหม่ให้ถูกต้องตามที่มาตรา 27 ให้อำนาจไว้ เมื่อการอ่านคำพิพากษาครั้งแรกไม่ชอบ ระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของผู้คัดค้านจึงยังไม่เริ่มนับ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2568 (2025)
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในคดียาเสพติดเป็นไปตามมาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด โดยต้องเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่มุ่งให้เกิดความยุติธรรม ซึ่งศาลเห็นสมควรเองหรือคู่ความที่เสียหายยื่นคำร้อง
ศาลวางกรอบการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในคดียาเสพติด โดยนำมาตรา 27 มาใช้ผ่านประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด กล่าวคือ ต้องเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่มุ่งให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม โดยศาลเห็นสมควรเองหรือคู่ความที่เสียหายยื่นคำร้อง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
หากมีกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบจะทำอย่างไร
ตามมาตรา 27 สามารถยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ โดยต้องยกขึ้นก่อนมีคำพิพากษาและภายในแปดวันนับแต่ทราบเหตุ ทั้งต้องไม่ดำเนินการใหม่หรือให้สัตยาบันในระหว่างนั้น
มีกำหนดเวลาคัดค้านการผิดระเบียบเท่าใด
คู่ความที่เสียหายต้องยกขึ้นก่อนมีคำพิพากษา แต่ไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น
ศาลยกเรื่องผิดระเบียบขึ้นเองได้หรือไม่
ได้ หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลรวมทั้งศาลฎีกาอาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และกำหนดแปดวันที่ผูกพันคู่ความไม่ตัดอำนาจศาล