ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 114: การกันพยานออกจากห้องพิจารณา
ตัวบทกฎหมาย
ห้ามไม่ให้พยานเบิกความต่อหน้าพยานอื่นที่จะเบิกความภายหลัง และศาลมีอำนาจที่จะสั่งพยานอื่นที่อยู่ในห้องพิจารณาให้ออกไปเสียได้แต่ถ้าพยานคนใดเบิกความโดยได้ฟังคำพยานคนก่อนเบิกความต่อหน้าตนมาแล้ว และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างว่าศาลไม่ควรฟังคำเบิกความเช่นว่านี้ เพราะเป็นการผิดระเบียบ ถ้าศาลเห็นว่าคำเบิกความเช่นว่านี้เป็นที่เชื่อฟังได้ หรือมิได้เปลี่ยนแปลงไปโดยได้ฟังคำเบิกความของพยานคนก่อนหรือไม่สามารถทำให้คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลเปลี่ยนแปลงไปได้ ศาลจะไม่ฟังว่าคำเบิกความเช่นว่านี้เป็นผิดระเบียบก็ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
ห้ามไม่ให้พยานเบิกความต่อหน้าพยานอื่นที่จะเบิกความภายหลัง และศาลมีอำนาจที่จะสั่งพยานอื่นที่อยู่ในห้องพิจารณาให้ออกไปเสียได้แต่ถ้าพยานคนใดเบิกความโดยได้ฟังคำพยานคนก่อนเบิกความต่อหน้าตนมาแล้ว และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างว่าศาลไม่ควรฟังคำเบิกความเช่นว่านี้ เพราะเป็นการผิดระเบียบ ถ้าศาลเห็นว่าคำเบิกความเช่นว่านี้เป็นที่เชื่อฟังได้ หรือมิได้เปลี่ยนแปลงไปโดยได้ฟังคำเบิกความของพยานคนก่อนหรือไม่สามารถทำให้คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลเปลี่ยนแปลงไปได้ ศาลจะไม่ฟังว่าคำเบิกความเช่นว่านี้เป็นผิดระเบียบก็ได้
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 114 ป้องกันมิให้พยานปรับคำเบิกความให้สอดคล้องกับที่ได้ฟังพยานคนอื่นมา โดยกันพยานที่ยังไม่ได้เบิกความไม่ให้ได้ยิน และให้ศาลสั่งพยานที่รออยู่ออกจากห้องพิจารณาได้ วรรคสองเป็นบทผ่อนปรน แม้จะมีการฝ่าฝืนการกันพยาน ศาลก็ไม่จำต้องปฏิเสธคำเบิกความนั้นเสมอไป ศาลยังรับฟังได้หากคำเบิกความเชื่อฟังได้ มิได้เปลี่ยนแปลงเพราะได้ฟังมา หรือไม่ทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนไป อันเป็นดุลพินิจตามวรรคสอง บทนี้เสริมกับมาตรา 112 เรื่องคำสาบานและมาตรา 113 เรื่องการเบิกความด้วยวาจา และใช้กับคดีอาญาตามมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากกังวลเรื่องการสมคบ ควรขอศาลตั้งแต่เริ่มพิจารณาให้กันพยานของอีกฝ่ายไว้นอกห้องพิจารณาจนกว่าจะเบิกความเสร็จทีละปาก หากพยานได้ยินคำเบิกความก่อนหน้า ควรคัดค้านทันทีและให้จดไว้ในรายงาน เพราะศาลจะชั่งน้ำหนักว่าคำเบิกความยังเชื่อฟังได้และเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ การไม่โต้แย้งในเวลานั้นอาจทำให้ประเด็นอ่อนลงในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4641/2558 (2015)
ตามมาตรา 114 วรรคสอง ศาลมีดุลพินิจที่จะไม่ฟังว่าคำเบิกความเป็นการผิดระเบียบ เมื่อคำเบิกความเชื่อฟังได้และไม่ทำให้คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลเปลี่ยนแปลงไป แม้พยานจะได้ฟังพยานคนก่อน
ศาลฎีกาเห็นว่าคำเบิกความของพยานสอดคล้องกับการตรวจสถานที่เกิดเหตุและกับบันทึกคำให้การของพยานในคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง จึงเชื่อฟังได้และไม่ทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง ศาลจึงมีดุลพินิจที่จะไม่ฟังว่าเป็นการผิดระเบียบตามมาตรา 114 วรรคสอง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5027/2552 (2009)
คู่ความที่ไม่โต้แย้งคัดค้านการผิดระเบียบเรื่องการกันพยานต่อศาลชั้นต้นย่อมทำให้ข้ออ้างไม่มีน้ำหนัก และไม่ว่าอย่างไรตามมาตรา 114 วรรคสอง คำเบิกความก็อาจรับฟังได้หากไม่ทำให้คำวินิจฉัยของศาลเปลี่ยนไป
โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสองต่างฟังคำเบิกความของอีกฝ่ายจึงสมคบเบิกความให้สอดคล้องกันได้ง่าย ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้โต้แย้งการผิดระเบียบต่อศาลชั้นต้น และไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ทำให้คำวินิจฉัยของศาลเปลี่ยนแปลงตามมาตรา 114 วรรคสอง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4132/2556 (2013)
การอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าเบิกความหลังจากนั่งอยู่ในห้องพิจารณาระหว่างการสืบพยานคนก่อน เกี่ยวข้องทั้งเรื่องกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 และการกันพยานตามมาตรา 114 ซึ่งศาลต้องนำมาพิจารณาว่ารับฟังคำเบิกความโดยชอบหรือไม่
ฝ่ายจำเลยคัดค้านว่าผู้เสียหายนั่งอยู่ในห้องพิจารณาระหว่างการสืบพยานคนก่อน โดยอ้างมาตรา 114 ประกอบมาตรา 27 และมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลฎีกาได้พิจารณาว่าศาลล่างรับฟังคำเบิกความนั้นโดยชอบตามบทบัญญัติดังกล่าวหรือไม่
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2515 ถึง 2558)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4641/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4132/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3003-3004/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5126/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2021/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4022/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 75/2539 (1996)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 827/2537 (1994)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
พยานนั่งฟังในห้องพิจารณาขณะที่พยานอีกคนเบิกความได้หรือไม่
โดยหลักไม่ได้ มาตรา 114 ห้ามพยานเบิกความต่อหน้าพยานที่จะเบิกความภายหลัง และศาลสั่งให้พยานที่รออยู่ออกจากห้องพิจารณาได้
ถ้าพยานได้ฟังคำเบิกความของพยานคนก่อนจะเป็นอย่างไร
อีกฝ่ายคัดค้านได้ว่าผิดระเบียบ แต่ตามมาตรา 114 วรรคสอง ศาลยังรับฟังได้หากคำเบิกความเชื่อฟังได้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพราะได้ฟังมา หรือไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนไป
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 114 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 114. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-114/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 114 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-114/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-114/"><p>ห้ามไม่ให้พยานเบิกความต่อหน้าพยานอื่นที่จะเบิกความภายหลัง และศาลมีอำนาจที่จะสั่งพยานอื่นที่อยู่ในห้องพิจารณาให้ออกไปเสียได้แต่ถ้าพยานคนใดเบิกความโดยได้ฟังคำพยานคนก่อนเบิกความต่อหน้าตนมาแล้ว และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างว่าศาลไม่ควรฟังคำเบิกความเช่นว่านี้ เพราะเป็นการผิดระเบียบ ถ้าศาลเห็นว่าคำเบิกความเช่นว่านี้เป็นที่เชื่อฟังได้ หรือมิได้เปลี่ยนแปลงไปโดยได้ฟังคำเบิกความของพยานคนก่อนหรือไม่สามารถทำให้คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลเปลี่ยนแปลงไปได้ ศาลจะไม่ฟังว่าคำเบิกความเช่นว่านี้เป็นผิดระเบียบก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 114 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-114/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา