ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 117: ลำดับการซักถามพยาน
ตัวบทกฎหมาย
คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานชอบที่จะตั้งข้อซักถามพยานได้ในทันใด ที่พยานได้สาบานตนและแสดงตนตามมาตรา ๑๑๒ และ ๑๑๖ แล้ว หรือถ้าศาลเป็นผู้ซักถามพยานก่อน ก็ให้คู่ความซักถามได้ต่อเมื่อศาลได้ซักถามเสร็จแล้วเมื่อคู่ความฝ่ายที่อ้างพยานได้ซักถามพยานเสร็จแล้ว คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งชอบที่จะถามค้านพยานนั้นได้เมื่อได้ถามค้านพยานเสร็จแล้ว คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานชอบที่จะถามติงได้เมื่อได้ถามติงพยานเสร็จแล้ว ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายใดซักถามพยานอีก เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ถ้าคู่ความฝ่ายใดได้รับอนุญาตให้ถามพยานได้ดังกล่าวนี้ คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งย่อมถามค้านพยานได้อีกในข้อที่เกี่ยวกับคำถามนั้นคู่ความที่ระบุพยานคนใดไว้ จะไม่ติดสืบพยานคนนั้นก็ได้ ในเมื่อพยานคนนั้นยังมิได้เบิกความตามข้อถามของศาล หรือของคู่ความฝ่ายที่อ้าง แต่ถ้าพยานได้เริ่มเบิกความแล้ว พยานอาจถูกถามค้านหรือถามติงได้ถ้าพยานเบิกความเป็นปรปักษ์แก่ความฝ่ายที่อ้างตนมา คู่ความฝ่ายนั้นอาจขออนุญาตต่อศาลเพื่อซักถามพยานนั้นเสมือนหนึ่งพยานนั้นเป็นพยานซึ่งคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างมาการซักถามพยานก็ดี การซักค้านพยานก็ดี การถามติงพยานก็ดี ถ้าคู่ความคนใดได้ตั้งทนายความไว้หลายคน ให้ทนายความคนเดียวเป็นผู้ถาม เว้นแต่ศาลจะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น
คำแปลภาษาอังกฤษ
The party who has cited the witness is entitled to examine the witness immediately after the witness has taken the oath and identified themselves under Sections 112 and 116; or, if the court examines the witness first, the parties may examine only after the court has finished. When the party who cited the witness has finished examining, the other party is entitled to cross-examine that witness. When cross-examination is finished, the party who cited the witness is entitled to re-examine. When re-examination is finished, no party may examine the witness again, except with the permission of the court. If a party is granted permission to examine the witness as stated, the other party may cross-examine again on matters relating to that examination.
A party who has listed a witness need not call that witness, so long as the witness has not yet testified in answer to the questions of the court or of the party who cited them; but if the witness has begun to testify, the witness may be cross-examined or re-examined.
If a witness testifies adversely to the party who cited them, that party may seek the court's permission to examine that witness as though the witness were one cited by the other party.
In examination, cross-examination, or re-examination, if a party has appointed several lawyers, only one lawyer shall put the questions, unless the court sees fit otherwise.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 117 วางลำดับการสืบพยานแบบระบบกล่าวหาซึ่งต่อเนื่องจากวิธีที่เลือกตามมาตรา 116 คือ ฝ่ายที่อ้างพยานซักถามก่อน อีกฝ่ายถามค้าน แล้วจึงถามติง หากจะถามอีกต้องได้รับอนุญาต ทั้งยังวางหลักปฏิบัติหลายเรื่อง เช่น คู่ความอาจไม่นำสืบพยานที่ระบุไว้ก่อนพยานเริ่มเบิกความ พยานที่เบิกความเป็นปรปักษ์อาจถูกถามเสมือนพยานของอีกฝ่ายเมื่อได้รับอนุญาต และหากมีทนายหลายคนให้ทนายคนเดียวเป็นผู้ถาม ลำดับนี้ทำงานร่วมกับมาตรา 118 เรื่องรูปแบบคำถามที่ทำได้ ศาลได้เปรียบเทียบลำดับในคดีแพ่งทั่วไปนี้กับการสืบพยานที่ศาลควบคุมในศาลชำนัญพิเศษ เช่น ศาลแรงงาน
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ควรใช้ลำดับให้ถูก คือหยิบยกประเด็นใหม่ในการซักถาม โจมตีคำเบิกความของอีกฝ่ายในการถามค้าน และใช้การถามติงเพียงเพื่อแก้ไขความเสียหาย เพราะคำถามนอกลำดับที่กำหนดอาจถูกห้าม หากพยานของท่านกลับเป็นปรปักษ์ ควรขออนุญาตศาลถามเสมือนพยานอีกฝ่ายแทนที่จะจำยอมกับคำเบิกความนั้น และหากมีทนายหลายคนควรตกลงล่วงหน้าว่าใครจะถามพยานคนใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13145/2558 (2015)
ในคดีแพ่งทั่วไป มาตรา 117 กำหนดให้ฝ่ายที่อ้างพยานต้องซักถามพยานที่ตนอ้างก่อน แล้วจึงให้คู่ความอีกฝ่ายถามค้าน และเป็นสิทธิของคู่ความทั้งสองฝ่ายที่จะถามตามลำดับได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาลก่อน ต่างจากการสืบพยานที่ศาลควบคุมในคดีแรงงาน
ในการเปรียบเทียบกระบวนพิจารณาคดีแรงงานกับคดีแพ่งทั่วไป ศาลฎีกาอธิบายว่ามาตรา 117 ให้สิทธิคู่ความซักถามตามลำดับ ฝ่ายที่อ้างก่อนแล้วอีกฝ่ายถามค้าน โดยไม่ต้องขออนุญาตศาลก่อน ต่างจากคดีแรงงานที่ถือว่าการถามทั้งหมดเป็นการซักถามที่ศาลควบคุม
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6044/2551 (2008)
สิทธิถามค้านตามมาตรา 117 วรรคสอง มิได้มีผลเด็ดขาดเสมอไป เมื่อคู่ความไม่ได้รับอนุญาตให้ถามค้านพยานของอีกฝ่ายแต่ไม่ทำให้เสียเปรียบเชิงคดี ศาลก็ไม่จำต้องย้อนสำนวนให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่
แม้มาตรา 117 วรรคสอง ให้คู่ความอีกฝ่ายมีสิทธิถามค้าน ศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่าเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้รับอนุญาตให้ถามค้านพยานจำเลยที่ 2 แต่ไม่ทำให้เสียเปรียบเชิงคดี จึงไม่จำต้องย้อนสำนวนเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 15 คดี (พ.ศ. 2485 ถึง 2558)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13145/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6044/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5239/2547 (2004)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5712/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2572/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1760/2540 (1997)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4225-4226/2540 (1997)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6333/2539 (1996)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 89 4
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ลำดับการถามพยานในคดีแพ่งไทยเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 117 ฝ่ายที่อ้างพยานซักถามก่อน อีกฝ่ายถามค้าน แล้วฝ่ายที่อ้างถามติง หลังจากนั้นห้ามถามอีกเว้นแต่ศาลอนุญาต
ถ้าพยานของท่านเบิกความเป็นปรปักษ์จะทำอย่างไร
มาตรา 117 ให้ฝ่ายที่อ้างพยานขออนุญาตศาลเพื่อซักถามพยานที่เป็นปรปักษ์นั้นเสมือนเป็นพยานที่อีกฝ่ายอ้างมาได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 117 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 117. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-117/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 117 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-117/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-117/"><p>คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานชอบที่จะตั้งข้อซักถามพยานได้ในทันใด ที่พยานได้สาบานตนและแสดงตนตามมาตรา ๑๑๒ และ ๑๑๖ แล้ว หรือถ้าศาลเป็นผู้ซักถามพยานก่อน ก็ให้คู่ความซักถามได้ต่อเมื่อศาลได้ซักถามเสร็จแล้วเมื่อคู่ความฝ่ายที่อ้างพยานได้ซักถามพยานเสร็จแล้ว คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งชอบที่จะถามค้านพยานนั้นได้เมื่อได้ถามค้านพยานเสร็จแล้ว คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานชอบที่จะถามติงได้เมื่อได้ถามติงพยานเสร็จแล้ว ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายใดซักถามพยานอีก เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ถ้าคู่ความฝ่ายใดได้รับอนุญาตให้ถามพยานได้ดังกล่าวนี้ คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งย่อมถามค้านพยานได้อีกในข้อที่เกี่ยวกับคำถามนั้นคู่ความที่ระบุพยานคนใดไว้ จะไม่ติดสืบพยานคนนั้นก็ได้ ในเมื่อพยานคนนั้นยังมิได้เบิกความตามข้อถามของศาล หรือของคู่ความฝ่ายที่อ้าง แต่ถ้าพยานได้เริ่มเบิกความแล้ว พยานอาจถูกถามค้านหรือถามติงได้ถ้าพยานเบิกความเป็นปรปักษ์แก่ความฝ่ายที่อ้างตนมา คู่ความฝ่ายนั้นอาจขออนุญาตต่อศาลเพื่อซักถามพยานนั้นเสมือนหนึ่งพยานนั้นเป็นพยานซึ่งคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างมาการซักถามพยานก็ดี การซักค้านพยานก็ดี การถามติงพยานก็ดี ถ้าคู่ความคนใดได้ตั้งทนายความไว้หลายคน ให้ทนายความคนเดียวเป็นผู้ถาม เว้นแต่ศาลจะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น</p><footer>Civil Procedure Code, s. 117 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-117/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา