กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

89: หน้าที่ถามค้านพยานอีกฝ่าย

คนบทกฎหมาย

พันธมิตรฝ่ายต่อต้านความประสงค์ใด ๆ สามารถตรวจสอบหลักฐานการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ต่อประโยชน์ของคู่ฝ่ายศัตรูในกรณีอื่น ๆ
(๑) หักล้างหรือปรับปรุงแก้ไขข้อความในข้อความทั้งหมดนี้ซึ่งยืนยันว่าจะรู้เห็นหรือ
(๒) พิสูจน์ข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งอันใดที่เกี่ยวข้องกับการพูดถึงข้อมูลเอกสารหรือการตรวจสอบสิ่งอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์เช่นว่านั้นสามารถขึ้นให้คู่ความฝ่ายนั้นค้านได้อย่างเสียในที่ช่องข่าวความสามารถตรวจสอบได้ภายในข้อความและตรวจสอบความถูกต้องของความความถึงข้อความที่แนะนำสำหรับคู่ความฝ่ายนั้นในถามผู้ค้านของคู่ฝ่ายอื่น ๆ ไว้อย่างเป็นทางการมาตรวจสอบแล้วนำสืบสวนสอบสวนมาสืบถึงข้อความนั้นคู่ความฝ่ายอื่น ๆ ที่สืบค้นนั้นชอบที่จะค้นพบความเป็นคู่ความอย่างอย่างนั้นนำสืบสวนสอบสวนมาสืบ และกรณีดังกล่าวว่านี่จะทำให้ศาลปฏิเสธการรับฟังการพิสูจน์เช่นว่ามานั้นในกรณีที่คู่ความฝ่ายศัตรูที่สืบค้นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นว่าศาลจะฟังการพิสูจน์เช่นว่านี้ต้องใช้เวลาดำเนินการคู่ความฝ่ายหนึ่งจะขอเรียกการสืบสวนอีกครั้งมาดำเนินการอีกหรือเมื่อศาลยุติธรรมจะเรียกมาสืบค้นได้

คำแปลภาษาไทย

ฝ่ายที่ประสงค์จะนำเสนอหลักฐานของตนเองเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงขัดแย้งกับพยานของอีกฝ่าย ในกรณีต่อไปนี้:
(1) เพื่อโต้แย้งหรือเปลี่ยนแปลงคำให้การของพยานในเรื่องใดๆ ที่พยานดังกล่าวมีความรู้โดยตรง หรือ
(2) เพื่อพิสูจน์เรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ คำกล่าว เอกสาร หรือหลักฐานอื่นๆ ที่พยานดังกล่าวได้ให้ไว้,
ฝ่ายโจทก์ต้องซักถามพยานดังกล่าวในขณะที่พยานให้การ เพื่อให้พยานมีโอกาสอธิบายเรื่องเหล่านั้น แม้ว่าพยานจะไม่ได้ให้การเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นก็ตาม หากฝ่ายโจทก์ไม่ได้ซักถามพยานของอีกฝ่ายตามที่กล่าวมาข้างต้น และต่อมาได้นำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนั้น ฝ่ายจำเลยที่นำเสนอพยานมีสิทธิคัดค้านในขณะที่ฝ่ายโจทก์นำเสนอหลักฐาน และในกรณีเช่นนั้น ศาลจะปฏิเสธการรับหลักฐานดังกล่าว หากฝ่ายที่ประสงค์จะนำเสนอหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของพยานตามวรรคหนึ่ง สามารถพิสูจน์ต่อศาลได้ว่าในขณะที่พยานให้การ ฝ่ายนั้นไม่ทราบหรือไม่มีเหตุผลอันควรที่จะทราบเกี่ยวกับเรื่องนั้น หรือหากศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องรับฟังหลักฐานดังกล่าว ศาลอาจรับหลักฐานนั้นได้ แต่ในกรณีเช่นนั้น ฝ่ายจำเลยอาจร้องขอให้เรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ หรือศาลอาจเรียกมาตรวจสอบด้วยตนเองเมื่อเห็นสมควร.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

ส่วน 89 ตั้งหลักว่าคู่ความต้องถามค้านลำคอในข้อความที่ตีนจะนำมาหักล้างหรืออธิบายคำเบิกความของฟังก์ชั่นนั้นเพื่อความชัดเจนต้องสามารถอ่านเพื่อดูการพิสูจน์ที่ประสิทธิภาพของสิ่งนั้นๆ ศาลต้องปฏิเสธไม่รับฟังความคิดเห็นที่นำสืบโดยไม่ได้ถามค้าน ตรวจสอบเข้าดูคดีสามคือคู่ความไม่รู้ข้อเท็จจริงอันควรรู้ถึงข้อความนั้นหรือเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม มาตรานี้มักพิจารณาผ่านกฎหมายวิธีเฉพาะ โดยบทนี้ที่โยงมาถึงระบบกฎหมาย

ความสำคัญต่อ

ส่วนที่อาจไม่เตรียมตัวเอกสารหรือคำที่ดีอาจเป็นไปได้ว่าไม่ให้รับฟังเพียงเพราะนายหน้านี้ถามค้านและประโยชน์ของสิ่งนั้นๆ แจ้งทนายแต่เนเนถึงทุกประเด็นที่สามารถนำสืบเพื่อให้ยกขึ้นถามค้านได้และเก็บหลักฐานให้ชัดเจนหากเพิ่งทราบข้อความนั้นหลังหาข้อมูลตามความมาก่อนเนื่องจากเป็นเงื่อนไขการเข้าถึงระบบของวิสาหกิจระยะไกลสาม...

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 13145/2558 (2015)

    ส่วน 89 ส่วนคู่ฝ่ายฝ่ายที่ดูแลนำสืบเชื้อสายต้องถามค้านคำสั่งของฝ่ายที่นำสืบก่อนถึงข้อความที่ตนจะสืบเสาะเพื่อที่จะหักล้างคำร้องของฝ่ายที่นำสืบก่อนในข้อความที่แจ้งว่ารู้เห็น

    ในคดีแรงงานศาลฎีกาอธิบายตามหลักมาตรา 89 ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่นำสืบสืบต้องถามค้านระบบควบคุมที่นำสืบก่อนในข้อความที่จะหักล้างเสียก่อนโดยตั้งระบบปฏิบัติการว่าคดีแรงงานมีวิธีการซักถามจะใช้เฉพาะเฉพาะ

  2. คำพิพากษาฎีกาที่ 12184/2553 (2010)

    การไม่ถามผู้ค้านพันธมิตรฝ่ายที่นำสืบก่อนในข้อความที่จะนำสืบค้นเพื่อให้คำอธิบายสามารถอธิบายได้โดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 89 เพื่อให้ถามค้านในขณะที่ค้นหาความ

    ศาลฎีกาย้ำหลักตามมาตรา 89 ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำข่าวมาสืบเนื่องต้องถามค้านข่าวฝ่ายที่นำสืบก่อนในข้อความที่จะนำสืบเชื้อสายโดยการพิจารณาข้อกล่าวหาที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้หลักดังกล่าว

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 47 คดี (พ.ศ. 2486 ถึง 2558)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13145/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6087/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 417/2546 (2003)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 943/2543 (2000)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 486/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5712/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2572/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1201/2541 (1998)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

จากนั้นถามผู้ค้านข่าวสารอีกฝ่ายก่อนนำสืบข้อความของ

ส่วน 89 ขอให้ต้องถามค้านเพื่อให้สามารถอธิบายได้หากไม่ถามค้านแล้วค่อยสืบเรื่องนั้นอีกครั้งในฝ่ายวิจารณ์ศาลต้องปฏิเสธไม่รับฟัง

หากไม่ได้ถามค้านยังคงใช้หลักฐานการตรวจสอบนั้นต่อไป

ได้เลยหากแสดงให้ศาลพอใจว่าในขณะที่หาข้อมูลของคุณไม่รู้เหตุอันควรรู้ถึงข้อความนั้นหรือศาลเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 89 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 89. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-89/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 89
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-89/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-89/"><p>คู่ความความใด ๆ ที่จะสืบค้นหลักฐานการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ต่อกรณีของคู่ฝ่ายความอื่นๆ เหตุการณ์ในกรณี (๑) หักล้างหรือปรับปรุงแก้ไขข้อความในข้อความต่างๆ ซึ่งคำอธิบายเช่นว่านั้นรู้เห็นหรือ (๒) พิสูจน์ข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างใดที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวคำเอกสารหรือการตรวจสอบหลักฐานอื่น ๆ ซึ่งการสอบสวนเช่นว่านั้นสามารถเกิดขึ้นให้คู่ความฝ่ายนั้นถามค้านตรวจสอบความเสียหายในเวลาที่สืบสวนสอบสวนความที่คุณจะได้มีโอกาสสำรวจข่าวสารอย่างเป็นทางการ ในส่วนของจุดเริ่มต้นความความถึงข้อความที่สำคัญอย่างหนึ่งคือคู่ความสมบูรณ์นั้นถามผู้ค้านฟังเหตุผลของคู่ความความอื่นๆ ไว้อย่างนั้นมาสืบถึงข้อความนั้นคู่ความป้องกันอื่นที่สืบเนื่องมาจากนั้นไว้ชอบที่จะเป็นผลได้ในหลายคู่ความฝ่ายนั้นนำการพิสูจน์มาสืบและกรณีเช่นว่านี้ให้การสืบสวนสอบสวนและไม่อนุญาตให้ตรวจสอบการตรวจสอบเช่นว่ามานั้นมีประสิทธิภาพสูงคู่ความเสียหายที่เริ่มต้นสืบค้นพิสูจน์หลักฐานเพื่อต่อระบบตามลําดับหนึ่งแสดงที่น่ารังเกียจของศาลว่า เมื่อถึงเวลาเริ่มต้นการค้นพบความนั้นไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้ถึงข้อความดังกล่าวมาแล้ว หรือถ้าศาลเห็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่าศาลนี้จะฟังฟังหลักฐานเช่นว่านี้ก็ได้แต่กรณีในกรณีดังกล่าว คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะขอเรียกร้องให้มีการอ้างหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาสืบอีกก็ได้ หรือเมื่ออนุสาวรีย์เห็นว่าจะเรียกมาสืบเองก็ได้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 89 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-89/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง