87 — เงื่อนไขการรับฟังพยานหลักฐาน
คนบทกฎหมาย
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานใดเว้นแต่
(๑) พยานหลักฐานนั้นเกี่ยวถึงข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในคดีจะต้องนำสืบ และ
(๒) คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานหลักฐานได้แสดงความจำนงที่จะอ้างอิงพยานหลักฐานนั้นดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๘ และ ๙๐ แต่ถ้าศาลเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้
คำแปลภาษาไทย
The court shall not admit any evidence unless: (1) the evidence relates to a fact that one or another of the parties in the case must prove; and (2) the party adducing the evidence has expressed the intention to rely on that evidence as provided in Sections 88 and 90. However, if the court is of the view that, in the interest of justice, it is necessary to take important evidence relating to an essential issue in the case, in breach of the provisions of this subsection, the court has the power to admit such evidence.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 87 วางเงื่อนไขด้านบวกสองประการในการรับฟังพยานหลักฐาน คือ ต้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความต้องนำสืบ และต้องได้แสดงความจำนงอ้างอิงโดยยื่นบัญชีระบุพยานตามมาตรา 88 และ 90 เป็นบทปิดหมวด 1 ที่ผูกการทดสอบความเกี่ยวข้องในเนื้อหาเข้ากับหน้าที่เปิดเผยพยานหลักฐานล่วงหน้า ข้อความตอนท้ายให้ดุลพินิจสำคัญแก่ศาล ที่จะรับฟังพยานหลักฐานซึ่งฝ่าฝืนเงื่อนไขได้ เมื่อเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญ เมื่ออ่านกับมาตรา 85 และ 86 จึงถ่วงดุลระหว่างการเปิดเผยที่เป็นระเบียบกับความเสี่ยงที่จะตัดพยานหลักฐานชี้ขาดออก
ความสำคัญต่อ
บทเรียนในทางปฏิบัติคือ ต้องยื่นบัญชีระบุพยานให้ทันกำหนด และให้พยานหลักฐานเกี่ยวกับประเด็น เพราะพยานหลักฐานที่นอกประเด็นหรือไม่ได้แสดงความจำนงไว้อาจถูกปฏิเสธ อย่าพึ่งพาข้อยกเว้นเพื่อความยุติธรรมเป็นทางสำรอง เพราะศาลใช้อย่างจำกัดเฉพาะพยานหลักฐานที่สำคัญจริงเกี่ยวกับประเด็นหลัก การพลาดกำหนดยื่นบัญชีระบุพยานเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้คู่ความเสียพยานหลักฐานที่ดี
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3801/2565 (2022)
แม้คู่ความมิได้แสดงความจำนงอ้างอิงพยานหลักฐานโดยยื่นบัญชีระบุพยานไว้ก่อน หากเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ศาลอาจรับฟังได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามมาตรา 87 (2)
แม้เอกสารมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ก่อน แต่เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ศาลฎีกาจึงมีอำนาจรับฟังสำเนาใบสำคัญการสมรสและสำเนาข้อมูลทะเบียนครอบครัวแนบท้ายฎีกาเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามมาตรา 87 (2) ซึ่งทำให้ฟังได้ว่าคู่ความเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4137/2564 (2021)
เมื่อพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยานและสำเนาเอกสารได้ภายในกำหนด ศาลอาจรับฟังพยานหลักฐานนั้นได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามมาตรา 87 (2)
เนื่องจากเอกสารมิได้อยู่ในความครอบครองของคู่ความมาแต่ต้น พฤติการณ์จึงไม่เปิดช่องให้ยื่นบัญชีระบุพยานและสำเนาได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันสืบพยาน ศาลฎีกาเห็นว่ารับฟังเอกสารแนบท้ายฎีกาและคำแก้ฎีกาได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามมาตรา 87 (2) และเมื่อมีเจ้าพนักงานรับรองสำเนาถูกต้อง จึงถือว่าเป็นเอกสารแท้จริงตามมาตรา 127
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2563 (2020)
พยานหลักฐานที่อยู่นอกประเด็นข้อพิพาท ไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบ และได้มาโดยมิชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามตามมาตรา 87 ศาลจะรับฟังไม่ได้
ศาลเห็นว่าถ้อยคำที่ได้จากพยานนอกประเด็นข้อพิพาท ไม่เกี่ยวกับที่คู่ความต้องนำสืบ และได้มาโดยมิชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามตามมาตรา 87 รับฟังไม่ได้ ข้ออ้างของจำเลยที่อาศัยพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบนั้นจึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาโดยชอบในศาลล่าง ฎีกาจึงฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
เงื่อนไขที่ศาลจะรับฟังพยานหลักฐานมีอะไรบ้าง
ตามมาตรา 87 พยานหลักฐานต้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความต้องนำสืบ และต้องได้แสดงความจำนงอ้างอิงโดยยื่นบัญชีระบุพยานตามมาตรา 88 และ 90
ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานทันกำหนดได้หรือไม่
ได้เป็นข้อยกเว้น เมื่อเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญ มาตรา 87 ให้ศาลรับฟังได้แม้ไม่เข้าเงื่อนไข