มาตรา 225 — ข้อที่ยกอุทธรณ์ต้องว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น
คนบทกฎหมาย
ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์นั้นคู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในอุทธรณ์และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งจะต้องเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยด้วยถ้าคู่ความฝ่ายใดมิได้ยกปัญหาข้อใดอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นหรือคู่ความฝ่ายใดไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายใด ๆ ขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้น เพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ หรือเพราะเหตุเป็นเรื่องที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์ คู่ความที่เกี่ยวข้องย่อมมีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างซึ่งปัญหาเช่นว่านั้นได้
คำแปลภาษาไทย
The questions of fact or law to be raised in an appeal must be clearly stated by the party in the appeal and must be matters that were properly raised and contested in the court of first instance, and must also be material to the case and worthy of adjudication.
If any party did not raise in the court of first instance a question relating to public order, or if a party was unable to raise any question of law in the court of first instance because the circumstances did not allow it, or because the matter concerns a failure to comply with the provisions governing appellate procedure, the party concerned shall have the right to raise such question.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 225 ควบคุมขอบเขตของข้อที่ยกขึ้นอุทธรณ์ได้ และเป็นข้อจำกัดการอุทธรณ์ที่ถูกอ้างบ่อยที่สุดข้อหนึ่ง วรรคหนึ่งกำหนดเงื่อนไขสามประการที่ต้องมีครบ คือ ต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้ง ต้องได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น และต้องเป็นสาระแก่คดี เพื่อป้องกันการยกข้อที่ไม่เคยพิสูจน์ในศาลชั้นต้นมาจู่โจมศาลอุทธรณ์ วรรคสองวางข้อยกเว้นที่ยอมรับ โดยเฉพาะปัญหาความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้ไม่ได้ยกไว้ก่อน หลักนี้ใช้ทั้งในคดีแพ่งและถูกนำไปใช้ในคดีอาญาผ่านมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คำพิพากษาจำนวนมากจึงเกิดในบริบทที่นำไปใช้เช่นนั้น
ความสำคัญต่อ
ชนะหรือแพ้อุทธรณ์อาจตัดสินตั้งแต่ชั้นการเขียนคำคู่ความ หากข้อใดไม่ได้ยกขึ้นว่ากันโดยชัดแจ้งในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มักไม่รับวินิจฉัย และการอนุญาตของผู้พิพากษาในภายหลังก็ไม่อาจแก้ข้อบกพร่องนั้นได้ จึงควรสร้างพยานหลักฐานที่จำเป็นต่อการอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ในศาลชั้นต้น และเขียนข้ออุทธรณ์ให้ชัดเจน ข้อยกเว้นเรื่องความสงบเรียบร้อยของประชาชนมีขอบเขตแคบ ไม่ควรพึ่งเป็นทางแก้
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568 (2025)
ข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างเป็นครั้งแรกในชั้นฎีกา เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 252
จำเลยกล่าวอ้างเป็นครั้งแรกในชั้นฎีกาว่าผู้อื่นเป็นคนใช้อาวุธปืนและตนเพียงเข้าแย่งมา ศาลฎีกาโดยนำมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 252 (และมาตรา 15 แห่ง ป.วิ.อาญา) มาใช้ วินิจฉัยว่าเป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น จึงไม่รับวินิจฉัย
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2107/2568 (2025)
ข้อที่คู่ความมิได้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ย่อมยุติ และยกขึ้นครั้งแรกในชั้นฎีกาไม่ได้ เพราะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบตามมาตรา 225 วรรคหนึ่ง แม้ผู้พิพากษาจะอนุญาตให้ฎีกาก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิ
จำเลยอุทธรณ์เพียงขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ มิได้อุทธรณ์ในประเด็นป้องกันตัว ข้อนี้จึงยุติ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ายกขึ้นครั้งแรกในชั้นฎีกาไม่ได้ตามมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 252 แม้ผู้พิพากษาจะอนุญาตให้ฎีกาในข้อนี้ก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิ
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ยกข้อโต้แย้งใหม่ครั้งแรกในชั้นอุทธรณ์ได้หรือไม่
โดยหลักไม่ได้ ตามมาตรา 225 ข้อที่ยกอุทธรณ์ต้องได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ข้อยกเว้นหลักคือปัญหาความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งยกขึ้นได้แม้ไม่ได้ว่ากันในศาลชั้นต้น
ข้อที่ยกอุทธรณ์ต้องเข้าเงื่อนไขใดตามมาตรา 225
ต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในอุทธรณ์ ต้องได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น และต้องเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โดยต้องเข้าครบทั้งสามข้อ