บรรพ 4 — ทรัพย์สิน

มาตรา 1382 — การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์

ตัวบทกฎหมาย

บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

A person who, peacefully and openly, possesses the property of another with the intention of being its owner acquires ownership of such property when he has been continuously in possession for a period of ten years if the property is immovable, or five years if it is movable.

คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

ต้องมีองค์ประกอบครบสามประการ: (1) ครอบครองโดยสงบ ไม่ใช่กำลังบังคับ ไม่อาศัยใต้ดิน ไม่ขออนุญาตเจ้าของ (2) เปิดเผย เห็นได้โดยเจ้าของที่ใช้ความระมัดระวังตามสมควร (3) เจตนาเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ผู้เช่า ผู้ดูแล หรือผู้ได้รับอนุญาต อายุ 10 ปีหยุดเดินเมื่อเจ้าของผู้มีชื่อโต้แย้ง ฟ้องคดี หรือมีการรับรองสิทธิตามมาตรา 1377 ปรปักษ์ไม่ใช้กับที่ดินของรัฐ และที่ดิน สปก. หรือเอกสารสิทธิที่จำกัด

มาตราหลัก

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

ทนายความ: การครอบครองปรปักษ์ที่ดินมีโฉนดต้องมีองค์ประกอบครบสามประการตลอดระยะเวลาสิบปี ได้แก่ โดยสงบ (ไม่มีการคัดค้านจากเจ้าของ) โดยเปิดเผย (ปรากฏแก่เพื่อนบ้านและเจ้าของที่แท้จริง) และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ผู้เช่าหรือผู้รับอนุญาตไม่สามารถเริ่มนับอายุความได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างชัดเจน ประชาชน: หากครอบครองที่ดินที่มีชื่อผู้อื่นในโฉนดต่อเนื่องสิบปีโดยเปิดเผยและถือว่าเป็นของตน อาจยื่นคำขอต่อศาลให้โอนกรรมสิทธิ์ได้ ระวัง: เจ้าของสามารถขัดจังหวะอายุความโดยการดำเนินคดี

ความเป็นมาทางกฎหมาย

บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตั้งแต่ประกาศใช้ครั้งแรก ระยะเวลาสิบปีสำหรับอสังหาริมทรัพย์มีโฉนดได้รับการยืนยันโดยศาลฎีกาอย่างสม่ำเสมอ ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1304 ไม่อยู่ในบังคับ

  • การครอบครองปรปักษ์
  • อายุความได้สิทธิ
  • สิบปี
  • อสังหาริมทรัพย์
  • การครอบครองโดยเปิดเผย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9788/2553 (2010) ★ คดีนำ

    การครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ต้องมีองค์ประกอบสามประการครบถ้วนตลอดระยะเวลาสิบปีทั้งหมด

    การได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ต้องครอบครองโดยสงบ โดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของต่อเนื่องสิบปี ศาลพิจารณาว่าการครอบครองของจำเลยครบองค์ประกอบทั้งสามตลอดระยะเวลาหรือไม่

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6151/2558 (2015)

    การครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ไม่ต้องรู้ว่าที่ดินเป็นของผู้อื่น การครอบครองโดยสุจริตด้วยเจตนาเป็นเจ้าของก็เพียงพอ

    จำเลยครอบครองที่ดินโจทก์โดยเข้าใจผิดว่าเป็นที่ดินของตน ศาลวินิจฉัยว่าการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าที่ดินเป็นของผู้อื่น การครอบครองโดยสุจริตด้วยเจตนาเป็นเจ้าของก็เพียงพอ

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14291/2558 (2015)

    อำนาจฟ้องขับไล่ของเจ้าของรวมคนเดียวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และศาลต้องพิจารณาด้วยว่าการครอบครองของผู้ครอบครองครบองค์ประกอบมาตรา 1382 หรือไม่

    โจทก์ในฐานะเจ้าของรวมคนหนึ่งฟ้องขับไล่จำเลย ปัญหาว่าเจ้าของรวมคนเดียวมีอำนาจฟ้องหรือไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลพิจารณาด้วยว่าการครอบครองของจำเลยอาจครบองค์ประกอบการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

คำถามที่พบบ่อย

ผู้เช่าหรือผู้รับอนุญาตสามารถได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ได้หรือไม่?

ไม่ได้ — ผู้เช่าหรือผู้รับอนุญาตครอบครองโดยได้รับความยินยอมของเจ้าของและไม่มีเจตนาเป็นเจ้าของ จึงไม่ใช่การครอบครองปรปักษ์ หากต้องการเริ่มนับอายุความ จะต้องปฏิเสธสัญญาเช่าหรือสิทธิอนุญาตอย่างเปิดเผยและครอบครองในฐานะเจ้าของ ซึ่งต้องมีพฤติการณ์ภายนอกที่ชัดเจนแสดงการเปลี่ยนแปลงสถานะ

หากเจ้าของที่แท้จริงขายที่ดินมีโฉนดที่บุคคลอื่นครอบครองปรปักษ์ครบสิบปีแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น?

เมื่อครบกำหนดสิบปีแล้ว ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์โดยผลของกฎหมาย แม้จะยังไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเปลี่ยนชื่อในโฉนด กรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่จดทะเบียนสิ้นสุดลงแล้ว ผู้ซื้อที่ดินในภายหลังต้องรับภาระสิทธิของผู้ครอบครองปรปักษ์ด้วย

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น