มาตรา 1382: การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
ตัวบทกฎหมาย
บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
A person who, peacefully and openly, possesses the property of another with the intention of being its owner acquires ownership of such property when he has been continuously in possession for a period of ten years if the property is immovable, or five years if it is movable.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
ต้องมีองค์ประกอบครบสามประการ: (1) ครอบครองโดยสงบ ไม่ใช่กำลังบังคับ ไม่อาศัยใต้ดิน ไม่ขออนุญาตเจ้าของ (2) เปิดเผย เห็นได้โดยเจ้าของที่ใช้ความระมัดระวังตามสมควร (3) เจตนาเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ผู้เช่า ผู้ดูแล หรือผู้ได้รับอนุญาต อายุ 10 ปีหยุดเดินเมื่อเจ้าของผู้มีชื่อโต้แย้ง ฟ้องคดี หรือมีการรับรองสิทธิตามมาตรา 1377 ปรปักษ์ไม่ใช้กับที่ดินของรัฐ และที่ดิน สปก. หรือเอกสารสิทธิที่จำกัด
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
ทนายความ: การครอบครองปรปักษ์ที่ดินมีโฉนดต้องมีองค์ประกอบครบสามประการตลอดระยะเวลาสิบปี ได้แก่ โดยสงบ (ไม่มีการคัดค้านจากเจ้าของ) โดยเปิดเผย (ปรากฏแก่เพื่อนบ้านและเจ้าของที่แท้จริง) และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ผู้เช่าหรือผู้รับอนุญาตไม่สามารถเริ่มนับอายุความได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างชัดเจน ประชาชน: หากครอบครองที่ดินที่มีชื่อผู้อื่นในโฉนดต่อเนื่องสิบปีโดยเปิดเผยและถือว่าเป็นของตน อาจยื่นคำขอต่อศาลให้โอนกรรมสิทธิ์ได้ ระวัง: เจ้าของสามารถขัดจังหวะอายุความโดยการดำเนินคดี
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตั้งแต่ประกาศใช้ครั้งแรก ระยะเวลาสิบปีสำหรับอสังหาริมทรัพย์มีโฉนดได้รับการยืนยันโดยศาลฎีกาอย่างสม่ำเสมอ ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1304 ไม่อยู่ในบังคับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9788/2553 (2010) ★ คดีนำ
การครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ต้องมีองค์ประกอบสามประการครบถ้วนตลอดระยะเวลาสิบปีทั้งหมด
การได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ต้องครอบครองโดยสงบ โดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของต่อเนื่องสิบปี ศาลพิจารณาว่าการครอบครองของจำเลยครบองค์ประกอบทั้งสามตลอดระยะเวลาหรือไม่
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6151/2558 (2015)
การครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ไม่ต้องรู้ว่าที่ดินเป็นของผู้อื่น การครอบครองโดยสุจริตด้วยเจตนาเป็นเจ้าของก็เพียงพอ
จำเลยครอบครองที่ดินโจทก์โดยเข้าใจผิดว่าเป็นที่ดินของตน ศาลวินิจฉัยว่าการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าที่ดินเป็นของผู้อื่น การครอบครองโดยสุจริตด้วยเจตนาเป็นเจ้าของก็เพียงพอ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14291/2558 (2015)
ปัญหาว่าเจ้าของรวมคนหนึ่งมีอำนาจฟ้องขับไล่หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้มิได้ให้การต่อสู้ไว้ก็ยกขึ้นในชั้นฎีกาได้ ตามมาตรา 1359 เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอกได้ เจ้าของรวมแต่ผู้เดียวจึงฟ้องขับไล่ได้โดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของรวมรายอื่น แต่คำให้การที่ว่าที่ดินเป็นที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งจำเลยแผ้วถางและเข้าครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ ย่อมขัดกับคำให้การเรื่องครอบครองปรปักษ์ เพราะการครอบครองปรปักษ์จะมีได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 แม้ศาลล่างจะรับวินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ ทั้งระยะเวลาตามข้อต่อสู้อีกทางหนึ่งของจำเลยก็ยังไม่ครบสิบปี
เจ้าของรวมคนหนึ่งฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองซึ่งเข้าอยู่ในที่ดินตั้งแต่ปี 2529 ชั้นฎีกาจำเลยอ้างว่าเจ้าของรวมคนเดียวไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้มิได้ให้การต่อสู้ไว้ก็ยกขึ้นได้ แต่ตามมาตรา 1359 เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก โจทก์จึงฟ้องได้โดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของรวมรายอื่น ส่วนปัญหาการบอกเลิกสัญญามิใช่ปัญหาความสงบเรียบร้อย เมื่อมิได้ให้การต่อสู้ไว้จึงอุทธรณ์ไม่ได้ สำหรับการครอบครองปรปักษ์ คำให้การที่ว่าที่ดินเป็นที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งจำเลยแผ้วถางและครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ ขัดกับคำให้การเรื่องครอบครองปรปักษ์ เพราะการครอบครองปรปักษ์มีได้แต่ในที่ดินของผู้อื่น คดีจึงไม่มีประเด็นตามมาตรา 1382 ฎีกาข้อนี้ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ทั้งหากนับแต่ปี 2542 ถึงวันฟ้องก็ยังไม่ครบสิบปี
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 673 คดี (พ.ศ. 2488 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1282/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1222/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1001/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 369/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1687/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1589/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3297/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4656/2566 (2023)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 1299 87
- มาตรา 1401 63
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 145 44
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 249 43
- มาตรา 1381 33
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 142 30
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้เช่าหรือผู้รับอนุญาตสามารถได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ได้หรือไม่?
ไม่ได้: ผู้เช่าหรือผู้รับอนุญาตครอบครองโดยได้รับความยินยอมของเจ้าของและไม่มีเจตนาเป็นเจ้าของ จึงไม่ใช่การครอบครองปรปักษ์ หากต้องการเริ่มนับอายุความ จะต้องปฏิเสธสัญญาเช่าหรือสิทธิอนุญาตอย่างเปิดเผยและครอบครองในฐานะเจ้าของ ซึ่งต้องมีพฤติการณ์ภายนอกที่ชัดเจนแสดงการเปลี่ยนแปลงสถานะ
หากเจ้าของที่แท้จริงขายที่ดินมีโฉนดที่บุคคลอื่นครอบครองปรปักษ์ครบสิบปีแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อครบกำหนดสิบปีแล้ว ผู้ครอบครองย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยผลของกฎหมายตามมาตรา 1382 ไม่ว่าจะได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อแก้ทะเบียนแล้วหรือไม่ก็ตาม แต่การได้มาเช่นว่านั้นเป็นการได้มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม จึงตกอยู่ในบังคับมาตรา 1299 วรรคสอง กล่าวคือ ตราบใดที่ยังมิได้จดทะเบียน จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วไม่ได้ ดังนั้นผู้ซื้อในภายหลังที่ชำระราคาจริง ไม่รู้ถึงการครอบครองปรปักษ์ และได้จดทะเบียนรับโอนโดยสุจริต ย่อมได้ที่ดินไปโดยปลอดจากสิทธิของผู้ครอบครองปรปักษ์ ผู้ครอบครองคงมีแต่สิทธิเรียกร้องเอาแก่ผู้ขาย มิใช่สิทธิเหนือที่ดิน ผู้ซื้อจะต้องรับภาระสิทธิของผู้ครอบครองปรปักษ์ก็ต่อเมื่อขาดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ผู้ซื้อรู้ถึงการครอบครอง มิได้เสียค่าตอบแทน หรือยังมิได้จดทะเบียน ด้วยเหตุนี้ผู้ครอบครองปรปักษ์จึงควรรีบยื่นคำร้องต่อศาลและจดทะเบียนการได้มาโดยเร็ว และผู้ซื้อก็ควรไปตรวจดูที่ดินจริง มิใช่ดูแต่ทะเบียนเพียงอย่างเดียว
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 1382 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1382. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1382/ (accessed 18 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 1382 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1382/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1382/"><p>บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1382 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1382/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา