ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

บรรพ 4: ทรัพย์สิน

มาตรา 1367: การครอบครอง, บทนิยาม

ตัวบทกฎหมาย

บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน ท่านว่าบุคคลนั้นได้ซึ่งสิทธิครอบครอง

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

A person acquires possessory right by holding a property with the intention of holding it for himself

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 1367 แยกการครอบครอง (สภาพข้อเท็จจริง + เจตนา) ออกจากกรรมสิทธิ์ (สถานะทางกฎหมาย) ผู้เช่ามีการครอบครอง เจ้าของบ้านมีกรรมสิทธิ์ ผู้ขโมยมีการครอบครอง เจ้าของที่ถูกต้องมีกรรมสิทธิ์ การครอบครองมีความสำคัญทางกฎหมายเพราะ: (1) ได้รับความคุ้มครองจากการรบกวนตามมาตรา 1372-1374 (2) อาจกลายเป็นกรรมสิทธิ์เมื่อครอบครองครบ 10 ปี (อสังหาฯ) หรือ 5 ปี (สังหาฯ) ตามมาตรา 1382 (3) มีข้อสันนิษฐานการซื้อโดยสุจริตตามมาตรา 1369 การถือทรัพย์ไว้โดยไม่มีเจตนาเป็นเจ้าของ (เช่น ตัวแทน ลูกจ้าง ผู้เช่า) ไม่ใช่การครอบครองตามมาตรา 1367 แต่เป็น "การยึดถือแทนผู้อื่น"

สำคัญสูง

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

ทนายความ: ผู้เช่า ผู้รับอนุญาต หรือลูกจ้างที่ครอบครองในฐานะตัวแทนไม่สามารถเปลี่ยนการครอบครองนั้นเป็นการครอบครองปรปักษ์ได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเจตนาที่ชัดเจนและปรากฏภายนอก ประชาชน: การอาศัยอยู่บนที่ดินโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของไม่นับเป็นการครอบครองที่จะทำให้ได้กรรมสิทธิ์ในที่สุด ท่านต้องครอบครองในฐานะเจ้าของโดยเปิดเผยและโดยไม่ได้รับความยินยอมของเจ้าของ

ความเป็นมาทางกฎหมาย

บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตั้งแต่ประกาศใช้ครั้งแรก ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญในภายหลัง

  • การครอบครอง
  • เจตนาครอบครองเพื่อตน
  • การยึดถือ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12473/2553 (2010)

    การได้สิทธิครอบครองตามมาตรา ๑๓๖๗ เกิดจากการยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน แต่จะได้มาในระหว่างระยะเวลาที่กฎหมายห้ามโอนที่ดินหาได้ไม่ ผู้ซื้อที่รับมอบและยึดถือทำประโยชน์ในระหว่างเวลาห้ามโอน ย่อมได้สิทธิครอบครองนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอนเท่านั้น หากยังคงครอบครองอยู่ในขณะนั้น

    จำเลยที่ ๑ ขายที่ดินให้แก่ ป. และมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้โดยมิได้กลับเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินอีก แสดงว่าจำเลยที่ ๑ สละเจตนาครอบครองไม่ยึดถือที่ดินพิพาทอีกต่อไปตามมาตรา ๑๓๗๗ วรรคหนึ่งแล้ว แม้ ป. จะซื้อที่ดินและยึดถือทำประโยชน์เพื่อตนในระยะเวลาห้ามโอน ป. ก็ไม่ได้สิทธิครอบครองเนื่องจากถูกจำกัดสิทธิโดย ป.ที่ดิน มาตรา ๕๘ ทวิ แต่เมื่อ ป. และโจทก์ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยาได้ร่วมกันครอบครองที่ดินตลอดมาจนพ้นเวลาห้ามโอนแล้วก็ยังครอบครองอยู่ จึงถือได้ว่า ป. และโจทก์ได้สิทธิครอบครองตามมาตรา ๑๓๖๗ นับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอน จำเลยที่ ๑ จึงไม่มีสิทธิครอบครองและไม่อาจนำที่ดินพิพาทไปแบ่งแยกโอนให้แก่จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๙ ได้ ทั้งสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทตกเป็นโมฆะเพราะต้องห้ามตามกฎหมาย ป. จึงเรียกให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนที่ดินให้ไม่ได้ เพราะได้สิทธิครอบครองมาโดยผลของกฎหมาย

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8160/2551 (2008)

    การส่งมอบทางกายภาพถือเป็นการโอนการครอบครองที่ชอบตามมาตรา 1367 แม้การโอนกรรมสิทธิ์จะยังไม่สมบูรณ์เพราะขาดการจดทะเบียน

    จำเลยที่ 1 ขายที่ดิน น.ส.3 ก. เป็นหนังสือแต่ไม่จดทะเบียน ส่งมอบการครอบครองให้โจทก์แล้ว แม้การโอนสิทธิไม่สมบูรณ์เพราะไม่จดทะเบียน การส่งมอบทางกายภาพเป็นการโอนการครอบครองที่ชอบด้วยมาตรา 1367

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 113 คดี (พ.ศ. 2489 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3169/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8887/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1443/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 113/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1295/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6157/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10408/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12473/2553 (2010)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil and Commercial Code, s. 1367 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1367. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1367/ (accessed 30 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.พ.พ. มาตรา 1367
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1367/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1367/"><p>บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน ท่านว่าบุคคลนั้นได้ซึ่งสิทธิครอบครอง</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1367 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1367/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง