กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

145 — ผลผูกพันของคำพิพากษาต่อคู่ความ

คนบทกฎหมาย

ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการอุทธรณ์ฎีกา และการพิจารณาใหม่ คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่ง นับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่ง จนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมีถึงแม้ศาลจะได้กล่าวไว้โดยทั่วไปว่าให้ใช้คำพิพากษาบังคับแก่บุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลด้วยก็ดี คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นย่อมไม่ผูกพันบุคคลภายนอก เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๒
(๑) มาตรา ๒๔๕ และมาตรา ๓๖๖ และในข้อต่อไปนี้
(๑) คำพิพากษาเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคล หรือคำพิพากษาสั่งให้เลิกนิติบุคคล หรือคำสั่งเรื่องล้มละลายเหล่านี้ บุคคลภายนอกจะยกขึ้นอ้างอิงหรือจะใช้ยันแก่บุคคลภายนอกก็ได้
(๒) คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า

คำแปลภาษาไทย

Subject to the provisions of this Code on appeal, further appeal, and new trial, any judgment or order shall be deemed to bind the parties to the proceedings of the court that gave the judgment or made the order, from the date it was given or made until the date the judgment or order is changed, amended, reversed, or set aside, if that occurs. Even though the court has stated in general terms that the judgment is to be enforced against a third person who was not a party to the proceedings, that judgment or order does not bind the third person, except as provided in Section 142, Section 245, and Section 366, and in the following cases:
(1) A judgment concerning the status or capacity of a person, or a judgment ordering the dissolution of a juristic person, or an order in bankruptcy: a third person may cite or invoke these against, and they may be used against, third persons.
(2) A judgment deciding the ownership of any property in favor of one of the parties may be used against a third person, except where the third person can prove that he has a better right.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 145 วางหลักผลผูกพันของคำพิพากษา ระหว่างคู่ความ คำพิพากษาผูกพันนับแต่วันที่พิพากษาจนกว่าจะถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับ หรืองดเสีย อันเป็นฐานให้ถือคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นข้อยุติระหว่างกัน หลักทั่วไปคือคำพิพากษาไม่ผูกพันบุคคลภายนอก แม้ศาลจะกล่าวให้ใช้บังคับแก่บุคคลภายนอกก็ตาม เว้นแต่บทที่อ้างถึงและสองกรณี คือ คำพิพากษาเรื่องฐานะ ความสามารถ การเลิกนิติบุคคล หรือล้มละลาย ซึ่งมีผลต่อบุคคลภายนอก และคำพิพากษาเรื่องกรรมสิทธิ์ ซึ่งใช้ยันบุคคลภายนอกได้เว้นแต่ผู้นั้นพิสูจน์ได้ว่ามีสิทธิดีกว่า บทนี้ใช้ประกอบมาตรา 148 ว่าด้วยฟ้องซ้ำที่ห้ามคู่ความเดิมรื้อฟ้องเรื่องที่วินิจฉัยแล้ว

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้บอกว่าใครถูกผูกพันโดยคำพิพากษา คู่ความถูกผูกพัน แต่ผู้ที่มิได้เป็นคู่ความโดยหลักไม่ถูกผูกพัน แม้คำพิพากษาจะกล่าวว่าใช้บังคับแก่บุคคลภายนอก ซึ่งคุ้มครองผู้ที่ไม่ได้อยู่ในคดี แต่ก็หมายความว่าการชนะคู่ความรายหนึ่งไม่ทำให้สิทธิเหนือบุคคลภายนอกที่อ้างว่ามีสิทธิดีกว่าเป็นอันยุติ คำพิพากษาเรื่องกรรมสิทธิ์ใช้ยันบุคคลภายนอกได้เว้นแต่ผู้นั้นพิสูจน์ว่ามีสิทธิดีกว่า ก่อนอาศัยคำพิพากษายันผู้อื่นควรตรวจว่าผู้นั้นเป็นคู่ความหรือไม่

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4984/2568 (2025)

    เมื่อสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแตกต่างจากคดีก่อน ศาลย่อมรับฟังข้อเท็จจริงต่างไปจากคดีก่อนได้ ไม่ต้องห้ามตามผลผูกพันของคำพิพากษาตามมาตรา 145

    เพราะสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างในคดีนี้ต่างจากคดีก่อน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ารับฟังข้อเท็จจริงต่างไปได้และไม่ต้องห้ามตามมาตรา 145 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค เมื่อพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักดีกว่า ฟังได้ว่าโจทก์ชำระครบและมีสิทธิให้โอนที่ดิน

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3817/2568 (2025)

    คำพิพากษาถึงที่สุดในคดีก่อนย่อมผูกพันคู่ความในคดีนั้นตามมาตรา 145 วรรคหนึ่ง คู่ความจึงถือว่าทราบข้อเท็จจริงที่คดีก่อนวินิจฉัยถึงที่สุดแล้ว

    คดีแพ่งก่อนถึงที่สุดว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ศาลวินิจฉัยว่าคำพิพากษานั้นผูกพันโจทก์และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่ความตามมาตรา 145 วรรคหนึ่ง แสดงว่าจำเลยทราบดีว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองเมื่อเข้าไปรบกวนที่ดิน

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568 (2025)

    ผลผูกพันของคำพิพากษาต่อคู่ความตามมาตรา 145 วรรคหนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อคู่ความได้รับหมายเรียกโดยชอบแล้วขาดนัด แต่ไม่เกิดในคดีไม่มีข้อพิพาทที่เริ่มด้วยคำร้องขอซึ่งไม่มีจำเลยขาดนัด

    ศาลอธิบายว่าผลผูกพันตามมาตรา 145 วรรคหนึ่งจะเกิดหากคู่ความที่ได้รับหมายเรียกโดยชอบไม่ยื่นคำให้การจนขาดนัด แต่คดีก่อนเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทที่เริ่มด้วยคำร้องขอตามมาตรา 188 มีแต่ผู้ร้องฝ่ายเดียว ผลผูกพันจากการขาดนัดดังกล่าวจึงไม่เกิดขึ้น

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ใครถูกผูกพันโดยคำพิพากษา

ตามมาตรา 145 คู่ความถูกผูกพันนับแต่วันพิพากษาจนกว่าจะถูกแก้หรือกลับ ส่วนบุคคลภายนอกที่มิได้เป็นคู่ความโดยหลักไม่ถูกผูกพัน แม้คำพิพากษาจะกล่าวว่าใช้กับบุคคลภายนอก

ใช้คำพิพากษายันผู้ที่ไม่ได้เป็นคู่ความได้หรือไม่

ได้เฉพาะบางกรณีตามมาตรา 145 เช่น คำพิพากษาเรื่องฐานะหรือความสามารถ การเลิกนิติบุคคลหรือล้มละลาย และเรื่องกรรมสิทธิ์ ซึ่งบุคคลภายนอกโต้แย้งได้โดยพิสูจน์ว่ามีสิทธิดีกว่า

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น