ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 148: ฟ้องซ้ำ

ตัวบทกฎหมาย

คดีที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้
(๑) เมื่อเป็นกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
(๒) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งได้กำหนดวิธีการชั่วคราวให้อยู่ภายในบังคับที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเสียได้ตามพฤติการณ์
(๓) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้ยกคำฟ้องเสียโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ ในศาลเดียวกันหรือในศาลอื่น ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ

คำแปลภาษาอังกฤษ

In a case in which a judgment or order has become final, the same parties are prohibited from bringing suit against each other again on an issue that has been decided on the same grounds, except in the following cases:
(1) where it is a proceeding at the stage of executing a judgment or order of the court;
(2) where the judgment or order has fixed a provisional measure that is subject to being amended, changed, or revoked according to the circumstances;
(3) where the judgment or order dismissed the complaint without prejudicing the plaintiff's right to file the complaint anew, in the same court or in another court, subject to the provisions of law on limitation.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 148 เป็นบทว่าด้วยฟ้องซ้ำของประมวลกฎหมายนี้ เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด คู่ความเดิมจะรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันไม่ได้ เพื่อป้องกันการรื้อฟ้องข้อพิพาทที่ยุติแล้วไม่จบสิ้น มีข้อยกเว้นสามประการ คือ กระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดี วิธีการชั่วคราวที่โดยสภาพแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ และการยกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิฟ้องใหม่ภายใต้อายุความ ข้อห้ามใช้เฉพาะเมื่อคู่ความ ประเด็น และเหตุเป็นอย่างเดียวกัน การฟ้องโดยผู้ที่มิได้เป็นคู่ความคดีก่อน หรือด้วยเหตุต่างกันจริง จึงไม่ต้องห้าม บทนี้ต่างจากมาตรา 144 ที่ห้ามดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในคดีเดียวกัน มิใช่การฟ้องใหม่

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หลักฟ้องซ้ำหมายความว่าเมื่อฟ้องประเด็นหนึ่งจนถึงที่สุดกับคู่ความรายหนึ่งแล้ว โดยหลักจะฟ้องผู้นั้นอีกในประเด็นและเหตุเดียวกันไม่ได้ คดีแรกจึงต้องดำเนินเสมือนเป็นโอกาสเดียว ข้อห้ามเจาะจงว่าต้องมีคู่ความ ประเด็น และเหตุอย่างเดียวกัน จึงเป็นเหตุที่การฟ้องโดยผู้ที่ไม่ได้เป็นคู่ความก่อน หรือด้วยเหตุต่างกันจริง ยังทำได้ ก่อนฟ้องเรื่องที่ใกล้เคียงคดีก่อน ควรตรวจให้ดีว่าจะต้องห้ามเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567 (2024)

    การฟ้องไม่เป็นฟ้องซ้ำที่ต้องห้ามตามมาตรา 148 เมื่อโจทก์มิได้เป็นคู่ความในคดีก่อน เพราะข้อห้ามต้องเป็นคู่ความเดียวกัน

    โจทก์มิได้เป็นคู่ความในคดีอาญาก่อนที่มีการเรียกค่าสินไหมทดแทน ศาลวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 จึงมิใช่คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องในประเด็นที่วินิจฉัยแล้ว ไม่เป็นฟ้องซ้ำตามมาตรา 148 และไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามมาตรา 144

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2567 (2024)

    เมื่อคู่ความเป็นคู่ความเดียวกันและคดีก่อนในประเด็นเดียวกันถึงที่สุดแล้ว การฟ้องใหม่ในประเด็นนั้นย่อมเป็นฟ้องซ้ำที่ต้องห้ามตามมาตรา 148

    ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อคู่ความในคดีก่อนและคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกันและคดีก่อนถึงที่สุด โจทก์ต้องห้ามมิให้ฟ้องในประเด็นเดียวกันอีก มิฉะนั้นผู้แพ้ตามคำท้าจะฟ้องใหม่ได้ไม่จบสิ้น การฟ้องใหม่จึงเป็นฟ้องซ้ำตามมาตรา 148

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566 (2023)

    ความเป็นคู่ความเดียวกันตามมาตรา 148 วรรคหนึ่ง มิได้จำกัดเฉพาะบุคคลชื่อเดียวกัน เมื่อสามีและภริยาต่างยื่นคำร้องในเวลาต่างกันว่าตนได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงเดียวกันโดยการครอบครองปรปักษ์ ย่อมเป็นการกล่าวอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์มาในระหว่างสมรส ที่ดินจึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสและตกเป็นของทั้งสองร่วมกัน ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1359 ให้อำนาจเจ้าของรวมคนหนึ่งใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์รวมเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอกได้ การที่ภริยายื่นคำร้องในคดีก่อนจึงเป็นการกระทำแทนสามีด้วย ถือได้ว่าสามีเป็นคู่ความเดียวกันกับผู้ร้องในคดีก่อน การยื่นคำร้องครั้งหลังโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามมาตรา 148 (1)

    ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ในคนละคดี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นการกล่าวอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์มาในระหว่างสมรส ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสและตกเป็นของ ต. กับผู้ร้องร่วมกัน ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1359 ให้อำนาจเจ้าของรวมคนหนึ่งใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์รวมเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอกได้ การที่ ต. ยื่นคำร้องในคดีก่อนจึงเป็นการกระทำแทนผู้ร้องด้วย ถือได้ว่าผู้ร้องเป็นคู่ความเดียวกันกับ ต. ซึ่งเป็นผู้ร้องในคดีก่อน เมื่อคดีก่อนศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำร้องโดยวินิจฉัยว่า ต. ครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาทของผู้ตาย มิใช่ครอบครองปรปักษ์ การยื่นคำร้องครั้งหลังโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามมาตรา 148 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 539 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2569)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1858/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 883/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4838/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3956/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3772/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3690/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3689/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3688/2565 (2022)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ฟ้องซ้ำตามมาตรา 148 คืออะไร

คือการฟ้องใหม่ระหว่างคู่ความเดิมในประเด็นที่คำพิพากษาถึงที่สุดได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน มาตรา 148 ห้ามการฟ้องเช่นนี้ เว้นแต่ข้อยกเว้นสามประการ

เมื่อใดการฟ้องใหม่ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

หากคู่ความต่างกัน หรือประเด็นหรือเหตุต่างกันจริง ก็ไม่ต้องห้าม มาตรา 148 ยังยกเว้นชั้นบังคับคดี วิธีการชั่วคราวที่แก้ไขได้ และการยกฟ้องที่ให้ฟ้องใหม่ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 148. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-148/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 148
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-148/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-148/"><p>คดีที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ (๑) เมื่อเป็นกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล (๒) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งได้กำหนดวิธีการชั่วคราวให้อยู่ภายในบังคับที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเสียได้ตามพฤติการณ์ (๓) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้ยกคำฟ้องเสียโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ ในศาลเดียวกันหรือในศาลอื่น ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ</p><footer>Civil Procedure Code, s. 148 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-148/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง