ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 173: ผลของคดีที่อยู่ในระหว่างพิจารณา
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว ให้ศาลออกหมายส่งสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยเพื่อแก้คดี และภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง ให้โจทก์ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายนั้น นับแต่เวลาที่ได้ยื่นคำฟ้องแล้ว คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา และผลแห่งการนี้
(๑) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกัน หรือต่อศาลอื่นและ
(๒) ถ้ามีเหตุเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพฤติการณ์อันเกี่ยวด้วยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้น เช่นการเปลี่ยนแปลงภูมิลำเนาของจำเลย การเปลี่ยนแปลงเช่นว่านี้หาตัดอำนาจศาลที่รับฟ้องคดีไว้ในอันที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไม่
คำแปลภาษาอังกฤษ
When the court has received the complaint, the court shall issue a summons to serve a copy of the complaint on the defendant so that the defendant may defend the case; and within seven days from the day of filing the complaint, the plaintiff shall request the official to serve that summons. From the time the complaint has been filed, the case is under consideration, and the effects of this are: (1) the plaintiff is prohibited from filing a complaint on the same matter, whether against the same court or against another court; and (2) if a change occurs in the circumstances relating to the filing of the case at the court having jurisdiction over it, such as a change in the defendant's domicile, such change does not deprive the court that accepted the case of its power to try and finally decide it.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 173 กำหนดจุดที่คดีเข้าสู่การอยู่ในระหว่างพิจารณาและวางผลของการนั้น เมื่อศาลรับคำฟ้อง ศาลจะออกหมาย และโจทก์ต้องร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ส่งหมายภายในเจ็ดวันนับแต่ยื่นคำฟ้อง นับแต่ยื่นคำฟ้อง คดีย่อมอยู่ในระหว่างพิจารณา อันก่อผลสองประการ คือ ห้ามโจทก์ยื่นฟ้องเรื่องเดียวกันต่อศาลใดอีก อันเป็นหลักฟ้องซ้อน และการตรึงเขตอำนาจศาล โดยการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ภายหลัง เช่น จำเลยเปลี่ยนภูมิลำเนา ไม่ตัดอำนาจศาลที่รับฟ้องไว้ ศาลได้วางแนวว่าข้อห้ามฟ้องซ้อนตามวรรคสอง (1) ใช้เมื่อคู่ความอยู่ในฐานะโจทก์ทั้งในคดีก่อนและคดีหลัง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มีข้อควรปฏิบัติสองประการ ประการแรก อย่าพลาดกำหนดเจ็ดวันในการร้องขอให้ส่งหมาย เพราะการเพิกเฉยอาจถือว่าทิ้งฟ้องตามมาตรา 174 ประการที่สอง ท่านไม่อาจดำเนินคดีเรื่องเดียวกันในสองศาลพร้อมกัน การยื่นฟ้องซ้ำในเรื่องที่อยู่ในระหว่างพิจารณาเสี่ยงถูกยกเป็นฟ้องซ้อน หากจำเลยย้ายภูมิลำเนาหรือพฤติการณ์เปลี่ยนหลังยื่นฟ้อง คดียังคงอยู่กับศาลที่รับฟ้องไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2629/2567 (2024)
คำฟ้องหรือคำร้องขอในคดีหลังจะเป็นฟ้องซ้อนตามมาตรา 173 วรรคสอง (1) ก็ต่อเมื่อคู่ความมีฐานะเป็นโจทก์ทั้งในคดีก่อนและคดีหลัง ผู้ที่ถูกฟ้องในคดีก่อนย่อมไม่ต้องด้วยข้อห้ามนี้
ศาลวินิจฉัยว่าการจะเป็นฟ้องซ้อนตามมาตรา 173 วรรคสอง (1) คู่ความต้องอยู่ในฐานะโจทก์ทั้งสองคดี แม้ผู้คัดค้านที่ 2 จะยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียว แต่ในคดีก่อนผู้คัดค้านที่ 2 ถูกผู้คัดค้านที่ 1 ฟ้อง คำร้องขอในคดีหลังจึงไม่เป็นฟ้องซ้อน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2165/2564 (2021)
เมื่อคำฟ้องมีสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในเรื่องเดียวกันกับที่โจทก์ได้ยื่นคำร้องสอดเข้าไปในคดีก่อนซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณา คำฟ้องในคดีหลังย่อมเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามมาตรา 173 วรรคสอง (1)
ข้อหาของโจทก์ในคดีนี้มีสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างในเรื่องเดียวกันกับที่โจทก์ยื่นคำร้องสอดซึ่งมีลักษณะเป็นคำฟ้องในคดีก่อนที่อยู่ระหว่างพิจารณา ศาลวินิจฉัยว่าคำฟ้องในคดีหลังเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามมาตรา 173 วรรคสอง (1) และพิพากษายืนให้ยกฟ้อง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3720/2564 (2021)
ฟ้องที่ยื่นภายหลังจะเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามมาตรา 173 วรรคสอง (1) ก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องเดียวกันกับคดีก่อนที่ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา เมื่อผู้เสียภาษีฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินเพิ่มเติมซึ่งเกิดจากการที่เจ้าพนักงานคำนวณค่ารายปีและค่าภาษีสำหรับทรัพย์บางรายการไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน ฟ้องคดีหลังย่อมมิใช่เรื่องเดียวกัน แม้จะเป็นปีภาษีเดียวกันก็ตาม เพราะเป็นการโต้แย้งการประเมินคนละจำนวนซึ่งครอบคลุมทรัพย์คนละรายการ หลักเกณฑ์อยู่ที่ความเป็นเรื่องเดียวกันของข้อพิพาท มิใช่ความเป็นปีภาษีเดียวกันหรือต่างกัน
คดีเดิมโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน ปีภาษี 2558 ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน ปีภาษี 2558 (เพิ่มเติม) ซึ่งได้ความว่าสาเหตุที่ต้องประเมินเพิ่มเติมเนื่องจากจำเลยคำนวณค่ารายปีและค่าภาษีปีภาษี 2558 ไม่ถูกต้องครบถ้วนสำหรับพื้นที่ให้เช่าขนาดใหญ่ พื้นที่ให้เช่าขนาดเล็ก ศูนย์อาหาร และเครื่องเล่นเด็ก จึงคำนวณใหม่และมีหนังสือแจ้งการประเมินเพิ่มเติมเพื่อเรียกเก็บภาษีในส่วนที่ขาด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการประเมินเพิ่มเติมเป็นการประเมินเพิ่มจากการประเมินเดิม ฟ้องคดีนี้จึงมิใช่เรื่องเดียวกันกับคดีก่อน ไม่เป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามมาตรา 173 วรรคสอง (1) ทั้งสองคดีเป็นปีภาษีเดียวกัน สิ่งที่ต่างกันคือการประเมินและรายการทรัพย์ที่การประเมินนั้นครอบคลุม
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 272 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2629/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3720/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2165/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 496/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2222/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 91/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8036/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 975/2561 (2018)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.วิ.อาญา มาตรา 15 40
- มาตรา 148 25
- มาตรา 144 23
- ป.อ. มาตรา 83 22
- มาตรา 142 19
- ป.อ. มาตรา 91 17
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาหมายความว่าอย่างไร
ตามมาตรา 173 นับแต่วันยื่นคำฟ้อง คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา ซึ่งห้ามโจทก์ยื่นฟ้องเรื่องเดียวกันต่อศาลใด และตรึงอำนาจศาลไว้แม้พฤติการณ์จะเปลี่ยนแปลงภายหลัง
ระหว่างคดีอยู่ในการพิจารณา ฟ้องเรื่องเดียวกันต่อศาลอื่นได้หรือไม่
ไม่ได้ มาตรา 173 วรรคสอง (1) ห้ามยื่นฟ้องเรื่องเดียวกันต่อศาลเดียวกันหรือศาลอื่นในระหว่างที่คดีแรกอยู่ในการพิจารณา การฟ้องครั้งหลังเป็นฟ้องซ้อน
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 173 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 173. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-173/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 173 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-173/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-173/"><p>เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว ให้ศาลออกหมายส่งสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยเพื่อแก้คดี และภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง ให้โจทก์ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายนั้น นับแต่เวลาที่ได้ยื่นคำฟ้องแล้ว คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา และผลแห่งการนี้ (๑) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกัน หรือต่อศาลอื่นและ (๒) ถ้ามีเหตุเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพฤติการณ์อันเกี่ยวด้วยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้น เช่นการเปลี่ยนแปลงภูมิลำเนาของจำเลย การเปลี่ยนแปลงเช่นว่านี้หาตัดอำนาจศาลที่รับฟ้องคดีไว้ในอันที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไม่</p><footer>Civil Procedure Code, s. 173 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-173/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา