กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

124 — ผลของการไม่นำหรือทำลายเอกสาร

คนบทกฎหมาย

ถ้าคู่ความฝ่ายที่อ้างเอกสารไม่ยอมนำมาหรือยื่นต้นฉบับเอกสาร หรือถ้าคู่ความฝ่ายนั้นได้ทำให้เสียหาย ทำลาย ปิดบัง หรือทำด้วยประการอื่นใด ให้เอกสารนั้นไร้ประโยชน์โดยมุ่งหมายที่จะกีดกันไม่ให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างอิงเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐาน ให้ถือว่าข้อเท็จจริงแห่งข้ออ้างที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องนำสืบโดยเอกสารนั้น คู่ความฝ่ายที่ไม่นำมาหรือยื่นเอกสารดังกล่าวข้างต้นนั้นได้ยอมรับแล้ว

คำแปลภาษาไทย

If the party citing a document refuses to bring or submit the original, or if that party has damaged, destroyed, concealed, or otherwise rendered the document useless with the purpose of preventing the other party from citing it as evidence, the facts of the allegation which the other party was to prove by that document shall be deemed admitted by the party who did not bring or submit the document.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 124 คุ้มครองความน่าเชื่อถือของพยานเอกสารโดยลงโทษคู่ความที่อ้างเอกสารแต่กลับปิดบังหรือทำลายเอกสารนั้น หากฝ่ายนั้นไม่ยอมนำต้นฉบับมาแสดง หรือทำให้เสียหาย ทำลาย ปิดบัง หรือทำให้เอกสารไร้ประโยชน์โดยมุ่งกีดกันการใช้ของอีกฝ่าย ให้ถือว่าข้อเท็จจริงที่อีกฝ่ายจะพิสูจน์นั้นยอมรับแล้ว ต่างจากมาตรา 123 ตรงที่องค์ประกอบชี้ขาดคือความมุ่งหมาย การปิดบังหรือทำลายต้องมุ่งขัดขวางอีกฝ่าย การสูญหายโดยสุจริต เช่น เอกสารสูญหายระหว่างการปรับโครงสร้างราชการ จึงไม่เข้าข้อสันนิษฐานนี้ และมาตรานี้ใช้กับฝ่ายที่อ้างเอกสารเอง มิใช่ฝ่ายที่เพียงขอเอกสารจากอีกฝ่าย

ความสำคัญต่อ

หากฝ่ายตรงข้ามอ้างเอกสารแล้วประวิงเวลา ทำให้เสียหาย หรือปิดบัง ควรรวบรวมพยานหลักฐานแสดงเจตนากีดกัน เพราะข้อสันนิษฐานยอมรับตามมาตรา 124 ขึ้นอยู่กับการแสดงความมุ่งหมาย มิใช่เพียงการไม่ส่งเอกสาร ในทางกลับกัน หากคุณส่งเอกสารไม่ได้เพราะเหตุสุจริต ควรบันทึกเหตุให้ชัด เพราะการสูญหายโดยแท้จริงไม่ถือเป็นการไม่สุจริต เนื่องจากเส้นแบ่งขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ควรปรึกษาวิธีนำเสนอ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2537 (1994)

    มาตรา 124 ใช้เฉพาะเมื่อมีการไม่ส่งเอกสารโดยมุ่งกีดกันอีกฝ่าย หากส่งไม่ได้เพราะเอกสารสูญหายโดยสุจริต ย่อมไม่มีความมุ่งหมายเช่นนั้นและไม่เกิดข้อสันนิษฐานยอมรับ

    จำเลยไม่อาจส่งใบสำคัญคู่จ่ายและใบเสร็จตามคำสั่งเรียกเพราะเอกสารสูญหายระหว่างการแบ่งส่วนราชการใหม่ ศาลฎีกาเห็นว่ามิใช่กรณีมุ่งกีดกันโจทก์ มาตรา 124 จึงไม่ทำให้ถือว่ารายการในบัญชีของโจทก์เป็นอันยอมรับ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2944/2526 (1983)

    มาตรา 124 เป็นเรื่องของคู่ความฝ่ายที่อ้างเอกสารแล้วไม่นำมา หรือทำให้เสียหาย ปิดบัง หรือทำให้ไร้ประโยชน์ มิใช่ใช้กับฝ่ายที่เพียงประสงค์จะอ้างเอกสารที่อยู่กับอีกฝ่าย

    จำเลยฎีกาว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ขัดมาตรา 124 ศาลฎีกาอธิบายว่าบทนี้ใช้กับฝ่ายที่อ้างเอกสาร แต่คดีนี้จำเลยเป็นฝ่ายขออ้างเอกสารจากโจทก์ จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 124

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3589/2525 (1982)

    เมื่อไม่ปรากฏว่าคู่ความประสงค์จะอ้างเอกสารเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องใด จะถือตามมาตรา 124 ว่าอีกฝ่ายยอมรับข้อเท็จจริงนั้นหรือยอมรับว่าไม่มีเอกสารเช่นว่านั้นไม่ได้

    ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยประสงค์จะอ้างเอกสารเพื่อสืบข้อเท็จจริงเรื่องใด จึงถือไม่ได้ตามมาตรา 124 ว่าโจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงนั้นหรือไม่มีเอกสารเช่นว่านั้น

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ถ้าอีกฝ่ายทำลายหรือปิดบังเอกสารจะเป็นอย่างไร

ตามมาตรา 124 หากฝ่ายที่อ้างเอกสารทำให้เสียหาย ทำลาย ปิดบัง หรือไม่ยอมนำมาเพื่อกีดกันคุณ ให้ถือว่าข้อเท็จจริงที่คุณจะพิสูจน์ด้วยเอกสารนั้นยอมรับแล้ว

การสูญหายโดยบังเอิญเข้ามาตรา 124 หรือไม่

ไม่ มาตรานี้ต้องมีความมุ่งหมายกีดกันอีกฝ่าย การสูญหายโดยสุจริต เช่น เอกสารหายระหว่างการปรับโครงสร้าง ไม่ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานยอมรับ

มาตรา 124 ต่างจากมาตรา 123 อย่างไร

มาตรา 123 ใช้กับฝ่ายที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ส่งเอกสารที่อีกฝ่ายต้องการ ส่วนมาตรา 124 ใช้กับฝ่ายที่อ้างเอกสารเองแล้วปิดบังหรือทำลายโดยไม่สุจริต

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น