กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

123 — การสั่งให้อีกฝ่ายส่งต้นฉบับเอกสาร

คนบทกฎหมาย

ถ้าต้นฉบับเอกสารซึ่งคู่ความฝ่ายหนึ่งอ้างอิงเป็นพยานหลักฐานนั้นอยู่ในความครอบครองของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง คู่ความฝ่ายที่อ้างจะยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งส่งต้นฉบับเอกสารแทนการที่ตนจะต้องส่งสำเนาเอกสารนั้นก็ได้ ถ้าศาลเห็นว่าเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานสำคัญ และคำร้องนั้นฟังได้ ให้ศาลมีคำสั่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งยื่นต้นฉบับเอกสารต่อศาลภายในเวลาอันสมควรแล้วแต่ศาลจะกำหนด ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมีต้นฉบับเอกสารอยู่ในครอบครองไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านั้น ให้ถือว่าข้อเท็จจริงแห่งข้ออ้างที่ผู้ขอจะต้องนำสืบโดยเอกสารนั้น คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้ยอมรับแล้วถ้าต้นฉบับเอกสารอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก หรือในครอบครองของทางราชการ หรือของเจ้าหน้าที่ซึ่งคู่ความที่อ้างไม่อาจร้องขอโดยตรงให้ส่งเอกสารนั้นมาได้ ให้นำบทบัญญัติในวรรคก่อนว่าด้วยการที่คู่ความฝ่ายที่อ้างเอกสารยื่นคำขอ และการที่ศาลมีคำสั่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ทั้งนี้ ฝ่ายที่อ้างต้องส่งคำสั่งศาลแก่ผู้ครอบครองเอกสารนั้นล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน ถ้าไม่ได้เอกสารนั้นมาสืบตามกำหนด เมื่อศาลเห็นสมควร ก็ให้ศาลสืบพยานต่อไปตามที่บทบัญญัติไว้ในมาตรา ๙๓
(จุ๊บ)

คำแปลภาษาไทย

If the original of a document which one party cites as evidence is in the possession of the other party, the party citing it may file an application, made in the form of a motion, asking the court to order the other party to submit the original in place of the citing party's own duty to file a copy. If the court is of the opinion that the document is important evidence and the motion is well founded, the court shall order the other party to submit the original to the court within a reasonable time as the court fixes. If the other party who has the original in its possession fails to comply with such order, the facts of the allegation which the applicant was to prove by that document shall be deemed admitted by the other party. If the original is in the possession of a third person, or of a government agency or official from whom the citing party cannot directly request its submission, the provisions of the preceding paragraph on the party's application and the court's order shall apply mutatis mutandis, provided that the citing party must deliver the court's order to the person possessing the document at least seven days in advance. If the document is not obtained in time, the court may, when it thinks fit, proceed to take evidence as provided in Section 93.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 123 เสริมมาตรา 122 โดยจัดการกรณีที่ต้นฉบับอยู่ในมือของอีกฝ่ายมิใช่ของฝ่ายที่อ้าง โดยให้ฝ่ายที่อ้างยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งบังคับให้ส่ง และมีผลบังคับที่รุนแรง คือหากอีกฝ่ายมีต้นฉบับแต่ฝ่าฝืนคำสั่งศาล ให้ถือว่าข้อเท็จจริงที่จะพิสูจน์ด้วยเอกสารนั้นอีกฝ่ายยอมรับแล้ว บทบัญญัตินี้ใช้โดยอนุโลมกับต้นฉบับที่อยู่กับบุคคลภายนอกหรือทางราชการ แต่ต้องส่งคำสั่งศาลล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน และหากยังไม่ได้เอกสารมา ศาลอาจดำเนินการตามมาตรา 93 ทั้งนี้ ข้อสันนิษฐานยอมรับใช้เฉพาะเมื่อเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ประเด็นในคดีได้จริง

ความสำคัญต่อ

นี่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังเมื่อพยานหลักฐานที่คุณต้องใช้อยู่กับฝ่ายตรงข้าม คำร้องที่ร่างดีอาจเปลี่ยนการปฏิเสธของเขาเป็นการยอมรับตามข้อสันนิษฐาน เพื่อให้ได้ผล ต้องแสดงต่อศาลว่าเอกสารสำคัญจริงและระบุให้ชัด เพราะข้อสันนิษฐานใช้เฉพาะเมื่อเอกสารพิสูจน์ประเด็นได้โดยตรง สำหรับเอกสารที่อยู่กับธนาคาร สำนักงานที่ดิน หรือหน่วยราชการ ต้องส่งคำสั่งศาลล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3319/2552 (2009)

    ข้อสันนิษฐานยอมรับตามมาตรา 123 วรรคหนึ่ง ใช้ได้เฉพาะเมื่อต้นฉบับที่อ้างว่าอยู่ในความครอบครองของอีกฝ่ายเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ประเด็นในคดีได้โดยตรง

    ศาลล่างถือว่าข้อเท็จจริงเรื่องมูลหนี้ 100,000 บาท โจทก์ยอมรับแล้วเพราะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกเอกสาร ศาลฎีกาอธิบายว่ามาตรา 123 วรรคหนึ่ง ใช้บังคับได้เฉพาะเมื่อเอกสารเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ประเด็นได้โดยตรง และพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขนั้นหรือไม่

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813/2545 (2002)

    เมื่อคู่ความที่ถูกสั่งให้ส่งกรมธรรม์ประกันภัยไม่ยอมส่งและไม่นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าข้อเท็จจริงที่อีกฝ่ายจะพิสูจน์ด้วยกรมธรรม์นั้นเป็นอันยอมรับแล้วตามมาตรา 123 วรรคหนึ่ง

    จำเลยที่ 2 ได้รับคำสั่งเรียกกรมธรรม์ประกันภัยแล้วไม่ยอมส่งและไม่นำสืบเป็นอย่างอื่น ศาลจึงถือว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์จะพิสูจน์ด้วยกรมธรรม์ว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดเต็มจำนวน เป็นอันยอมรับแล้วตามมาตรา 123 วรรคหนึ่ง

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3086/2545 (2002)

    การอ้างมาตรา 123 วรรคหนึ่ง เมื่ออีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกสัญญา ไม่อาจใช้ข้อสันนิษฐานยอมรับมาบังคับให้ศาลฟังข้อเท็จจริงตามที่ต้องการได้ หากข้อเท็จจริงเบื้องหลังไม่ทำให้ข้ออ้างเป็นผล

    ในคดีแรงงาน โจทก์อ้างว่าเมื่อจำเลยไม่ส่งสัญญาจ้างตามคำสั่ง มาตรา 123 วรรคหนึ่ง ให้ถือว่าข้ออ้างของโจทก์จำเลยยอมรับแล้ว ศาลเห็นว่าเป็นการอ้างข้อกฎหมายปะปนกับข้อเท็จจริง และไม่ฟังข้อเท็จจริงที่พิพาทเพียงเพราะบทบัญญัติดังกล่าว

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

จะได้เอกสารที่อยู่กับอีกฝ่ายมาอย่างไร

ตามมาตรา 123 ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้อีกฝ่ายส่งต้นฉบับ หากศาลเห็นว่าเอกสารสำคัญและคำร้องฟังได้ ศาลจะสั่งให้ส่งภายในเวลาที่กำหนด

ถ้าอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจะเป็นอย่างไร

หากเขามีต้นฉบับแต่ฝ่าฝืนคำสั่งศาล มาตรา 123 ให้ถือว่าข้อเท็จจริงที่คุณจะพิสูจน์ด้วยเอกสารนั้นเขายอมรับแล้ว

ศาลสั่งให้ธนาคารหรือหน่วยราชการส่งเอกสารได้หรือไม่

ได้ มาตรา 123 ใช้โดยอนุโลมกับต้นฉบับที่อยู่กับบุคคลภายนอกหรือทางราชการ แต่ต้องส่งคำสั่งศาลแก่ผู้ครอบครองล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น