93 — หลักการอ้างต้นฉบับเอกสาร
คนบทกฎหมาย
การอ้างเอกสารเป็นพยานหลักฐานให้ยอมรับฟังได้เฉพาะต้นฉบับเอกสารเท่านั้น เว้นแต่
(๑) เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตกลงกันว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้วให้ศาลยอมรับฟังสำเนาเช่นว่านั้นเป็นพยานหลักฐาน
(๒) ถ้าต้นฉบับเอกสารนำมาไม่ได้ เพราะถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัย หรือสูญหาย หรือไม่สามารถนำมาได้โดยประการอื่น อันมิใช่เกิดจากพฤติการณ์ที่ผู้อ้างต้องรับผิดชอบ หรือเมื่อศาลเห็นว่าเป็นกรณีจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะต้องสืบสำเนาเอกสารหรือพยานบุคคลแทนต้นฉบับเอกสารที่นำมาไม่ได้นั้น ศาลจะอนุญาตให้นำสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบก็ได้
(๓) ต้นฉบับเอกสารที่อยู่ในความอารักขาหรือในความควบคุมของทางราชการนั้นจะนำมาแสดงได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากทางราชการที่เกี่ยวข้องเสียก่อน อนึ่ง สำเนาเอกสารซึ่งผู้มีอำนาจหน้าที่ได้รับรองว่าถูกต้องแล้ว ให้ถือว่าเป็นอันเพียงพอในการที่จะนำมาแสดง เว้นแต่ศาลจะได้กำหนดเป็นอย่างอื่น
(๔) เมื่อคู่ความฝ่ายที่ถูกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างอิงเอกสารมาเป็นพยานหลักฐานยันตนมิได้คัดค้านการนำเอกสารนั้นมาสืบตามมาตรา ๑๒๕ ให้ศาลรับฟังสำเนาเอกสารเช่นว่านั้นเป็นพยานหลักฐานได้ แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดอำนาจศาลตามมาตรา ๑๒๕ วรรคสาม
คำแปลภาษาไทย
Reliance on a document as evidence is admissible only for the original document, except:
(1) when all parties concerned agree that a copy of the document is correct, the court shall admit such copy as evidence;
(2) if the original document cannot be produced because it has been destroyed by force majeure, or lost, or cannot be produced by other means not arising from circumstances for which the party relying on it is responsible, or when the court is of the opinion that it is a case of necessity and in the interest of justice to take a copy of the document or oral evidence in place of the original that cannot be produced, the court may permit a copy or oral evidence to be adduced;
(3) an original document that is in the custody or under the control of a government authority may be produced only after permission has been obtained from the relevant government authority; moreover, a copy of a document certified as correct by a person having authority and duty shall be deemed sufficient for production, unless the court prescribes otherwise;
(4) when the party against whom the other party relies on a document as evidence has not objected to the adducing of that document under Section 125, the court shall admit such copy of the document as evidence; provided, however, that this does not affect the court's power under Section 125 paragraph three.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 93 วางหลักการอ้างเอกสารที่ดีที่สุดในกฎหมายไทย คือต้นฉบับเป็นหลัก และจะใช้สำเนาหรือพยานบุคคลแทนได้เฉพาะภายในสี่ข้อยกเว้น ข้อ (1) อาศัยความตกลง ข้อ (2) อาศัยความเป็นไปไม่ได้หรือประโยชน์แห่งความยุติธรรม ข้อ (3) กรณีต้นฉบับอยู่ในความควบคุมของทางราชการโดยถือว่าสำเนารับรองถูกต้องเพียงพอ และข้อ (4) กรณีอีกฝ่ายไม่คัดค้านตามมาตรา 125 ข้อ (4) มีการโต้แย้งกันมากที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะฝ่ายที่ไม่คัดค้านสำเนาขณะนำเข้าสืบมักยกขึ้นโต้แย้งภายหลังไม่ได้ มาตรานี้ใช้ควบคู่กับมาตรา 94 เรื่องการห้ามนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงเอกสาร และมาตรา 123 กับมาตรา 125 เรื่องการเรียกและการคัดค้านเอกสาร
ความสำคัญต่อ
หากจำเป็นต้องอ้างสำเนา ควรวางแผนล่วงหน้า ให้อีกฝ่ายตกลงว่าถูกต้อง หรือเตรียมพิสูจน์ว่าต้นฉบับสูญหายหรือถูกทำลายโดยมิใช่ความผิดของตน ความผิดพลาดที่พบบ่อยและมีราคาแพงคือการนิ่งเฉย หากอีกฝ่ายนำสำเนาเข้าสืบแล้วคุณไม่คัดค้านขณะนำเข้าสืบ อาจเสียสิทธิโต้แย้งตามข้อยกเว้น (4) ควรเก็บต้นฉบับให้ปลอดภัย และคัดค้านให้ชัดและบันทึกไว้หากมีการนำสำเนามาแทนที่ต้นฉบับ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2568 (2025)
ตามมาตรา 93 (2) ศาลอาจรับฟังสำเนาเอกสารแทนต้นฉบับได้ เมื่อเห็นว่าเป็นกรณีจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่ศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จและอนุญาตให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ ถือว่าเห็นเป็นกรณีจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงรับฟังสำเนาสัญญาซื้อขายสินทรัพย์ได้ตามมาตรา 93 (2)
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5375/2561 (2018)
ตามมาตรา 93 (4) ประกอบมาตรา 125 เมื่อคู่ความไม่คัดค้านในชั้นพิจารณาว่าเอกสารเป็นสำเนามิใช่ต้นฉบับ ศาลรับฟังสำเนานั้นเป็นพยานหลักฐานได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อโจทก์ไม่คัดค้านการนำสำเนาเอกสารมาสืบยันตนตามมาตรา 125 ศาลจึงรับฟังสำเนานั้นได้ตามมาตรา 93 (4)
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5661/2567 (2024)
เมื่อคู่ความไม่คัดค้านการนำเอกสารมาสืบ ศาลรับฟังได้ตามมาตรา 93 (4) ประกอบมาตรา 125 แม้ไม่มีพนักงานเจ้าหน้าที่มาเบิกความรับรอง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อโจทก์มิได้คัดค้านการนำเอกสารแบบขออนุญาตสร้างทางมาสืบในชั้นพิจารณา จึงรับฟังได้ตามมาตรา 93 (4) ประกอบมาตรา 125 แม้ไม่มีพนักงานเจ้าหน้าที่มารับรอง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ใช้สำเนาเอกสารแทนต้นฉบับในศาลได้หรือไม่
ได้เฉพาะภายในข้อยกเว้นของมาตรา 93 เช่น คู่ความตกลงว่าสำเนาถูกต้อง ต้นฉบับสูญหายหรือถูกทำลายโดยมิใช่ความผิดของคุณ อยู่ในความควบคุมของทางราชการ หรืออีกฝ่ายไม่คัดค้านในชั้นพิจารณา
ถ้าไม่คัดค้านสำเนาในชั้นพิจารณาจะเป็นอย่างไร
ตามข้อยกเว้น (4) หากไม่คัดค้านสำเนาตามมาตรา 125 ขณะนำเข้าสืบ ศาลอาจรับฟังได้ และคุณอาจเสียโอกาสโต้แย้งในภายหลัง
สำเนาเอกสารราชการที่รับรองถูกต้องเพียงพอหรือไม่
เพียงพอ ตามมาตรา 93 (3) สำเนาที่ผู้มีอำนาจหน้าที่รับรองว่าถูกต้องถือว่าเพียงพอในการนำมาแสดง เว้นแต่ศาลจะกำหนดเป็นอย่างอื่น