135 — การวางเงินต่อศาลก่อนพิพากษา
คนบทกฎหมาย
ในคดีที่เรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินหรือมีการเรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา จำเลยจะนำเงินมาวางศาลเต็มจำนวนที่เรียกร้อง หรือแต่บางส่วน หรือตามจำนวนเท่าที่ตนคิดว่าพอแก่จำนวนที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องก็ได้ ทั้งนี้ โดยยอมรับผิดหรือไม่ยอมรับผิดก็ได้
คำแปลภาษาไทย
In a case claiming payment of a debt in money, or in which a claim for payment of a debt in money is also included, at any time before judgment the defendant may deposit with the court the full amount claimed, or only part of it, or the amount that the defendant considers sufficient for the amount the plaintiff is entitled to claim. This may be done with or without an admission of liability.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 135 เป็นบทเริ่มต้นของหลักทั่วไปว่าด้วยการชี้ขาดตัดสินคดี โดยให้จำเลยในคดีหนี้เงินมีเครื่องมือในการนำเงินมาวางต่อศาลก่อนศาลตัดสิน ใช้กับคดีที่เรียกให้ชำระเป็นเงินทุกกรณี รวมถึงคดีที่มีการเรียกเงินรวมอยู่ด้วย จำเลยเป็นผู้กำหนดทั้งจำนวนเงินที่วางและว่าจะยอมรับผิดหรือไม่ ซึ่งผลของการเลือกนั้นเป็นไปตามมาตรา 136 เมื่ออ่านประกอบมาตรา 136 และมาตรา 323 ว่าด้วยเงินที่ค้างจ่ายในศาล การวางเงินจึงเป็นวิธีที่จำเลยใช้จำกัดความรับผิด โดยเฉพาะการหยุดดอกเบี้ยเมื่อยอมรับผิด
ความสำคัญต่อ
สำหรับจำเลยในคดีหนี้เงิน การวางเงินต่อศาลก่อนมีคำพิพากษาอาจหยุดดอกเบี้ยที่เดินอยู่และแสดงเจตนาจะชำระหนี้อย่างจริงจัง ซึ่งสำคัญเพราะดอกเบี้ยเดินต่อไปตลอดการดำเนินคดี จำนวนเงินและการยอมรับผิดหรือไม่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีผลตามมาตรา 136 จึงควรปรึกษาทนายก่อนวางเงิน
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4145/2542 (1999)
จำเลยที่ถูกฟ้องเป็นคดีแล้วจะหลุดพ้นจากความรับผิดได้ก็แต่โดยนำเงินตามที่ตนเห็นว่าจะต้องรับผิดมาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 135 และ 136
ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อจำเลยถูกฟ้องเป็นคดีแล้ว การขอชำระหนี้ตามปกติไม่ทำให้หลุดพ้นความรับผิด จำเลยจะหลุดพ้นได้ก็แต่โดยนำเงินตามที่เห็นว่าต้องรับผิดมาวางศาลตามมาตรา 135 และ 136 เท่านั้น
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2517 (1974)
เมื่อจำเลยวางเงินต่อศาลโดยยอมรับผิดในจำนวนหนึ่งและยอมให้โจทก์รับไป และโจทก์รับเงินไปแล้ว จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินนั้นนับแต่วันที่วางต่อศาล ตามมาตรา 135 และ 136 วรรคแรก
จำเลยวางเงินไม่เต็มจำนวนที่โจทก์เรียกร้อง แต่แถลงยอมรับผิดในจำนวน 190,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยและยอมให้โจทก์รับไป โจทก์ก็รับไปแล้ว ศาลวินิจฉัยตามมาตรา 135 และ 136 วรรคแรกว่าจำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนดังกล่าวนับแต่วันวางเงิน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4497/2531 (1988)
เงินค้างจ่ายในศาลตามมาตรา 323 หมายถึงเงินทั้งหมดที่มีผู้นำมาวางไว้ในคดีและค้างจ่ายอยู่ในศาล มิได้จำกัดเฉพาะเงินที่จำเลยวางก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามมาตรา 135 เท่านั้น
ในการตีความเงินค้างจ่ายในศาล ศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 323 ครอบคลุมเงินทั้งหมดที่นำมาวางในคดี ซึ่งเงินที่วางก่อนพิพากษาตามมาตรา 135 เป็นเพียงประเภทหนึ่งเท่านั้น หากผู้มีสิทธิไม่เรียกเอาภายในห้าปีนับแต่วันวาง เงินย่อมตกเป็นของแผ่นดิน
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
จำเลยวางเงินต่อศาลก่อนศาลตัดสินได้หรือไม่
ได้ มาตรา 135 ให้จำเลยในคดีหนี้เงินนำเงินมาวางต่อศาลได้ทุกเวลาก่อนมีคำพิพากษา จะวางเต็มจำนวนหรือบางส่วนก็ได้
การวางเงินต่อศาลถือว่ายอมรับผิดหรือไม่
ไม่จำเป็น มาตรา 135 ให้จำเลยวางเงินโดยยอมรับผิดหรือไม่ยอมรับผิดก็ได้ ผลของแต่ละกรณีเป็นไปตามมาตรา 136