ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 135: การวางเงินต่อศาลก่อนพิพากษา

ตัวบทกฎหมาย

ในคดีที่เรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินหรือมีการเรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา จำเลยจะนำเงินมาวางศาลเต็มจำนวนที่เรียกร้อง หรือแต่บางส่วน หรือตามจำนวนเท่าที่ตนคิดว่าพอแก่จำนวนที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องก็ได้ ทั้งนี้ โดยยอมรับผิดหรือไม่ยอมรับผิดก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

ในคดีที่เรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินหรือมีการเรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา จำเลยจะนำเงินมาวางศาลเต็มจำนวนที่เรียกร้อง หรือแต่บางส่วน หรือตามจำนวนเท่าที่ตนคิดว่าพอแก่จำนวนที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องก็ได้ ทั้งนี้ โดยยอมรับผิดหรือไม่ยอมรับผิดก็ได้

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 135 เป็นบทเริ่มต้นของหลักทั่วไปว่าด้วยการชี้ขาดตัดสินคดี โดยให้จำเลยในคดีหนี้เงินมีเครื่องมือในการนำเงินมาวางต่อศาลก่อนศาลตัดสิน ใช้กับคดีที่เรียกให้ชำระเป็นเงินทุกกรณี รวมถึงคดีที่มีการเรียกเงินรวมอยู่ด้วย จำเลยเป็นผู้กำหนดทั้งจำนวนเงินที่วางและว่าจะยอมรับผิดหรือไม่ ซึ่งผลของการเลือกนั้นเป็นไปตามมาตรา 136 เมื่ออ่านประกอบมาตรา 136 และมาตรา 323 ว่าด้วยเงินที่ค้างจ่ายในศาล การวางเงินจึงเป็นวิธีที่จำเลยใช้จำกัดความรับผิด โดยเฉพาะการหยุดดอกเบี้ยเมื่อยอมรับผิด

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับจำเลยในคดีหนี้เงิน การวางเงินต่อศาลก่อนมีคำพิพากษาอาจหยุดดอกเบี้ยที่เดินอยู่และแสดงเจตนาจะชำระหนี้อย่างจริงจัง ซึ่งสำคัญเพราะดอกเบี้ยเดินต่อไปตลอดการดำเนินคดี จำนวนเงินและการยอมรับผิดหรือไม่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีผลตามมาตรา 136 จึงควรปรึกษาทนายก่อนวางเงิน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4145/2542 (1999)

    จำเลยที่ถูกฟ้องเป็นคดีแล้วจะหลุดพ้นจากความรับผิดได้ก็แต่โดยนำเงินตามที่ตนเห็นว่าจะต้องรับผิดมาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 135 และ 136

    ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อจำเลยถูกฟ้องเป็นคดีแล้ว การขอชำระหนี้ตามปกติไม่ทำให้หลุดพ้นความรับผิด จำเลยจะหลุดพ้นได้ก็แต่โดยนำเงินตามที่เห็นว่าต้องรับผิดมาวางศาลตามมาตรา 135 และ 136 เท่านั้น

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2517 (1974)

    เมื่อจำเลยวางเงินต่อศาลโดยยอมรับผิดในจำนวนหนึ่งและยอมให้โจทก์รับไป และโจทก์รับเงินไปแล้ว จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินนั้นนับแต่วันที่วางต่อศาล ตามมาตรา 135 และ 136 วรรคแรก

    จำเลยวางเงินไม่เต็มจำนวนที่โจทก์เรียกร้อง แต่แถลงยอมรับผิดในจำนวน 190,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยและยอมให้โจทก์รับไป โจทก์ก็รับไปแล้ว ศาลวินิจฉัยตามมาตรา 135 และ 136 วรรคแรกว่าจำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนดังกล่าวนับแต่วันวางเงิน

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4497/2531 (1988)

    เงินค้างจ่ายในศาลตามมาตรา 323 หมายถึงเงินทั้งหมดที่มีผู้นำมาวางไว้ในคดีและค้างจ่ายอยู่ในศาล มิได้จำกัดเฉพาะเงินที่จำเลยวางก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามมาตรา 135 เท่านั้น

    ในการตีความเงินค้างจ่ายในศาล ศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 323 ครอบคลุมเงินทั้งหมดที่นำมาวางในคดี ซึ่งเงินที่วางก่อนพิพากษาตามมาตรา 135 เป็นเพียงประเภทหนึ่งเท่านั้น หากผู้มีสิทธิไม่เรียกเอาภายในห้าปีนับแต่วันวาง เงินย่อมตกเป็นของแผ่นดิน

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 6 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2542)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4497/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 430/2517 (1974)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 739/2498 (1955)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 544/2497 (1954)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1062/2513 (1970)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4145/2542 (1999)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

จำเลยวางเงินต่อศาลก่อนศาลตัดสินได้หรือไม่

ได้ มาตรา 135 ให้จำเลยในคดีหนี้เงินนำเงินมาวางต่อศาลได้ทุกเวลาก่อนมีคำพิพากษา จะวางเต็มจำนวนหรือบางส่วนก็ได้

การวางเงินต่อศาลถือว่ายอมรับผิดหรือไม่

ไม่จำเป็น มาตรา 135 ให้จำเลยวางเงินโดยยอมรับผิดหรือไม่ยอมรับผิดก็ได้ ผลของแต่ละกรณีเป็นไปตามมาตรา 136

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 135
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 135. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-135/ (accessed 13 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 135
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-135/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-135/"><p>ในคดีที่เรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินหรือมีการเรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา จำเลยจะนำเงินมาวางศาลเต็มจำนวนที่เรียกร้อง หรือแต่บางส่วน หรือตามจำนวนเท่าที่ตนคิดว่าพอแก่จำนวนที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องก็ได้ ทั้งนี้ โดยยอมรับผิดหรือไม่ยอมรับผิดก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 135 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-135/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง