กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

162 — ความรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความร่วม

คนบทกฎหมาย

บุคคลที่เป็นโจทก์ร่วมกันหรือจำเลยร่วมกันนั้น หาต้องรับผิดร่วมกันในค่าฤชาธรรมเนียมไม่ หากต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมหรือลูกหนี้ร่วม หรือศาลได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

คำแปลภาษาไทย

Persons who are co-plaintiffs or co-defendants are not required to be jointly liable for court fees and costs, but are liable in equal shares, unless they are joint creditors or joint debtors, or the court has ordered otherwise.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 162 วางหลักการแบ่งความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างคู่ความฝ่ายเดียวกัน โจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิดร่วมกันในค่าฤชาธรรมเนียม แต่รับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน มีข้อยกเว้นสองประการที่ทำให้หลักส่วนเท่ากันนี้เปลี่ยนไป คือ กรณีเป็นเจ้าหนี้ร่วมหรือลูกหนี้ร่วม และกรณีศาลสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งเชื่อมกับดุลพินิจตามมาตรา 161 ศาลจึงอาจให้จำเลยร่วมรับผิดร่วมกันได้ตามพฤติการณ์ ศาลยังอ่านมาตรา 162 ประกอบมาตรา 167 เมื่อกำหนดค่าฤชาธรรมเนียม และจำกัดความรับผิดของจำเลยร่วมไว้เพียงทุนทรัพย์ส่วนของจำเลยนั้น เพื่อไม่ให้ต้องร่วมรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมตามทุนทรัพย์ที่สูงกว่าความรับผิดที่ฟ้องไว้

ความสำคัญต่อ

หากท่านเป็นหนึ่งในโจทก์หรือจำเลยหลายคน อย่าเข้าใจว่าคู่ความร่วมจะรับภาระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมด โดยหลักแต่ละคนรับผิดเป็นส่วนเท่ากัน การรับผิดร่วมเต็มจำนวนมีเฉพาะเมื่อเป็นลูกหนี้ร่วมหรือเจ้าหนี้ร่วมหรือศาลสั่งเช่นนั้น สำหรับจำเลยที่ถูกฟ้องร่วมกับผู้อื่น ควรดูตัวเลขให้ดี ส่วนความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมควรเป็นไปตามทุนทรัพย์ที่ฟ้องท่านจริง ไม่ใช่ยอดที่สูงกว่า หากคำสั่งค่าฤชาธรรมเนียมทำให้ท่านต้องรับผิดเกินส่วน ควรยกขึ้นโต้แย้ง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2120/2566 (2023)

    แม้จำเลยร่วมมิได้เป็นลูกหนี้ร่วม ศาลก็มีดุลพินิจตามมาตรา 161 และมาตรา 162 ให้จำเลยร่วมกันรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมได้ และค่าทนายความคิดจากทุนทรัพย์ตามฟ้องทั้งคดี

    เมื่อโจทก์ 118 คนฟ้องรวมมาเป็นคดีเดียว ศาลฎีกาเห็นชอบกับดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมตามมาตรา 161 และมาตรา 162 และกำหนดค่าทนายความ 150,000 บาทจากทุนทรัพย์ทั้งคดี โดยไม่เห็นด้วยกับที่ศาลอุทธรณ์ให้แยกค่าทนายความตามรายตัวโจทก์

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3127/2565 (2022)

    ความรับผิดร่วมของจำเลยร่วมในค่าฤชาธรรมเนียมจำกัดเพียงทุนทรัพย์ส่วนของจำเลยนั้น จะคิดจากทุนทรัพย์รวมที่เกินหนี้ร่วมซึ่งฟ้องจำเลยนั้นไม่ได้ ตามมาตรา 161 วรรคหนึ่ง มาตรา 162 และมาตรา 167 วรรคหนึ่ง

    ความรับผิดของจำเลยที่ 4 จำกัดไม่เกิน 110,427 บาท อันเป็นทุนทรัพย์ส่วนของตน จึงร่วมรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมได้เฉพาะทุนทรัพย์ดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่าการให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดในค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์กว่า 27 ล้านบาทไม่ถูกต้อง ตามมาตรา 161 วรรคหนึ่ง มาตรา 162 และมาตรา 167 วรรคหนึ่ง

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2835/2552 (2009)

    เมื่อจำเลยร่วมถูกพิพากษาให้ร่วมรับผิดในค่าเสียหายและค่าฤชาธรรมเนียมแต่มิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลก็อาจแก้ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมให้มีผลถึงจำเลยร่วมนั้นได้ตามมาตรา 162 ประกอบมาตรา 245 (1) และมาตรา 247

    แม้จำเลยที่ 3 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาและคดีสำหรับจำเลยที่ 3 ยุติแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมให้มีผลถึงจำเลยที่ 3 ด้วย ตามมาตรา 162 ประกอบมาตรา 245 (1) และมาตรา 247 โดยให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นแทนโจทก์เท่าที่ชนะคดี

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

จำเลยร่วมต้องรับผิดร่วมกันในค่าฤชาธรรมเนียมหรือไม่

โดยหลักไม่ มาตรา 162 ให้โจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมเป็นส่วนเท่ากัน ไม่ใช่ร่วมกัน เว้นแต่เป็นเจ้าหนี้ร่วมหรือลูกหนี้ร่วม หรือศาลสั่งเป็นอย่างอื่น

เมื่อใดคู่ความร่วมจะต้องรับผิดร่วมกันในค่าฤชาธรรมเนียม

ตามมาตรา 162 การรับผิดร่วมกันมีเมื่อคู่ความร่วมเป็นเจ้าหนี้ร่วมหรือลูกหนี้ร่วม หรือเมื่อศาลใช้ดุลพินิจตามมาตรา 161 สั่งเป็นอย่างอื่น

ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมของฉันเกินทุนทรัพย์ที่ฟ้องได้หรือไม่

ไม่ควรเกิน ศาลใช้มาตรา 162 ประกอบมาตรา 167 จำกัดความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมของจำเลยร่วมไว้เพียงทุนทรัพย์ส่วนของจำเลยนั้น ไม่ใช่ยอดรวมที่สูงกว่า

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น