166 — ค่าฤชาธรรมเนียมที่เกิดจากความผิดหรือการประวิงคดี
คนบทกฎหมาย
คู่ความฝ่ายใดทำให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่ได้ดำเนินไปโดยไม่จำเป็น หรือมีลักษณะประวิงคดี หรือที่ต้องดำเนินไปเพราะความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คู่ความฝ่ายนั้นต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนั้น โดยมิพักคำนึงว่าคู่ความฝ่ายนั้นจักได้ชนะคดีหรือไม่
คำแปลภาษาไทย
A party who causes court costs to be incurred in any proceeding that has been carried on unnecessarily, or that has the character of delaying the case, or that had to be carried on because of that party's fault or gross negligence, shall be liable for those court costs, regardless of whether that party wins the case.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 166 เป็นข้อยกเว้นของหลักทั่วไปที่ให้ฝ่ายแพ้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม โดยมุ่งไปที่คู่ความที่ก่อให้เกิดค่าฤชาธรรมเนียมรายการนั้นขึ้นจริง ไม่ว่าจากการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่จำเป็น การประวิงคดี หรือความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และให้ผู้นั้นรับผิดโดยไม่คำนึงถึงผลแพ้ชนะ ในทางปฏิบัติศาลมักปรับใช้ร่วมกับมาตรา 161 เพื่อผลักค่าฤชาธรรมเนียมเฉพาะรายการ เช่น ค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขาย ไปยังฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ
ความสำคัญต่อ
บทนี้เป็นข้อเตือนใจไม่ให้เล่นเกมในการดำเนินคดี การยื่นคำร้องที่ไม่จำเป็น การถ่วงเวลา หรือความผิดพลาดโดยประมาท อาจทำให้ท่านต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมรายการนั้นแม้จะชนะคดี ในทางกลับกันบทนี้ยังเป็นเครื่องมือให้อีกฝ่ายเรียกคืนค่าฤชาธรรมเนียมที่สูญเปล่าจากการประวิงคดีหรือความผิดร้ายแรงของคู่ความอีกฝ่าย จึงควรเก็บหลักฐานขั้นตอนที่ถูกอีกฝ่ายบังคับให้ต้องดำเนินไว้ให้ชัดเจน
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4660/2549 (2006)
ตามมาตรา 161 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 166 คู่ความฝ่ายที่ดำเนินกระบวนพิจารณาไปเพราะความผิดของตนจนต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนั้นโดยไม่คำนึงว่าจะชนะคดีหรือไม่ เมื่อโจทก์นำยึดทรัพย์โดยไม่ชอบและต้องถอนการยึด โจทก์จึงต้องรับผิดค่าธรรมเนียมถอนการยึดแต่ฝ่ายเดียว
ศาลเห็นว่าโจทก์นำยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจนต้องถอนการยึด เมื่อปรับใช้มาตรา 161 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 166 คู่ความที่ก่อให้เกิดค่าฤชาธรรมเนียมเพราะความผิดของตนต้องรับผิดโดยไม่คำนึงถึงผลคดี ศาลชั้นต้นที่สั่งให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมถอนการยึดแทนโจทก์จึงไม่ชอบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4445/2539 (1996)
เมื่อการยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขายมิได้เกิดจากความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ แต่เกิดจากการที่จำเลยประวิงการบังคับคดี จำเลยเป็นฝ่ายผิดและต้องรับผิดค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดียึดแล้วไม่มีการขายตามมาตรา 161 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 166
ภายหลังคำพิพากษาให้แบ่งที่ดินระหว่างคู่ความ โจทก์ต้องนำยึดที่ดินของจำเลยเพราะจำเลยประวิงการบังคับคดี ศาลวินิจฉัยว่าการยึดแล้วไม่มีการขายมิได้เกิดจากความผิดหรือความประมาทร้ายแรงของโจทก์ แต่เกิดจากการประวิงของจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 161 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 166
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6395/2543 (2000)
มาตรา 166 จะผลักภาระค่าฤชาธรรมเนียมได้ก็ต่อเมื่อกระบวนพิจารณานั้นดำเนินไปโดยไม่จำเป็น เมื่อการที่โจทก์นำยึดทรัพย์และการที่จำเลยวางเงินภายหลังมิใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่จำเป็น จึงจะให้โจทก์รับผิดค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายตามมาตรา 166 ไม่ได้
ศาลวินิจฉัยว่าทั้งการที่โจทก์นำยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการที่จำเลยวางเงินอีกสองครั้งภายหลัง ไม่ใช่กรณีที่ทำให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในกระบวนพิจารณาที่ไม่จำเป็นตามมาตรา 166 ศาลอุทธรณ์ที่ให้โจทก์รับผิดค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาพิพากษากลับ
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ฝ่ายที่ชนะคดียังอาจถูกสั่งให้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียมบางส่วนได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 166 คู่ความที่ทำให้เกิดค่าฤชาธรรมเนียมจากการดำเนินคดีที่ไม่จำเป็น การประวิงคดี หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนั้นแม้จะชนะคดี
พฤติการณ์แบบใดที่เข้ามาตรา 166
การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่จำเป็น การกระทำที่มีลักษณะประวิงคดี และขั้นตอนที่ต้องดำเนินเพราะความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของคู่ความ ล้วนอยู่ในบังคับของมาตรา 166