ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 170: วิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น
ตัวบทกฎหมาย
ห้ามมิให้ฟ้อง พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีเป็นครั้งแรกในศาลหรือโดยศาลอื่นนอกจากศาลชั้นต้น เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้งเป็นอย่างอื่นภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในภาคนี้ว่าด้วยคดีไม่มีข้อพิพาท คดีโม่นาสาเร่ คดีขาดนัด และคดีที่มอบให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด การฟ้อง การพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในศาลชั้นต้น นอกจากจะต้องบังคับตามบทบัญญัติทั่วไปแห่งภาค ๑ แล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ด้วย
คำแปลภาษาอังกฤษ
No case shall be filed, tried, and finally decided in the first instance in any court, or by any court, other than a court of first instance, unless a law expressly provides otherwise. Subject to the provisions of this Book on non-contentious cases, petty cases, cases in default, and cases submitted to arbitrators for decision, the filing, trial, and final decision of a case in a court of first instance shall, in addition to being governed by the general provisions of Book 1, also be governed by the provisions of this Title.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 170 เป็นบทเปิดลักษณะ 1 ว่าด้วยวิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น วรรคหนึ่งยืนยันลำดับชั้นพื้นฐานว่าคดีต้องเริ่มต้นและได้รับการชี้ขาดเป็นครั้งแรกในศาลชั้นต้น มิใช่ในศาลอุทธรณ์หรือศาลอื่นเป็นครั้งแรก เว้นแต่กฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น วรรคสองกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับ โดยนำบทบัญญัติในลักษณะนี้มาใช้ซ้อนกับบทบัญญัติทั่วไปแห่งภาค 1 และสงวนคดีพิเศษ ได้แก่ คดีไม่มีข้อพิพาท คดีมโนสาเร่ คดีขาดนัด และคดีอนุญาโตตุลาการ ศาลตีความว่าคดีในศาลชั้นต้นต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั่วไปตั้งแต่มาตรา 1 ถึงมาตรา 169/3 และบทว่าด้วยวิธีพิจารณาสามัญตั้งแต่มาตรา 170 เป็นต้นไป
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สำหรับข้อพิพาทส่วนใหญ่ หมายความว่าท่านต้องเริ่มที่ศาลชั้นต้น และคดีดำเนินไปตามวิธีพิจารณาสามัญ เว้นแต่จะเข้าคดีพิเศษ ทั้งยังมีผลต่อกระบวนพิจารณาเฉพาะ เพราะกฎหมายอย่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและกฎหมายมาตรการปราบปรามยาเสพติดนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้โดยอนุโลม บทบัญญัติทั่วไปและวิธีพิจารณาสามัญเดียวกันจึงใช้ต่อเนื่อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8368/2563 (2020)
มาตรา 170 วรรคสอง มีความหมายว่า การพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในศาลชั้นต้นต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั่วไปมาตรา 1 ถึงมาตรา 169/3 และบทว่าด้วยวิธีพิจารณาสามัญมาตรา 170 ถึงมาตรา 188 ซึ่งนำมาใช้โดยอนุโลมแก่การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยผ่านมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
ในคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ศาลนำมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลมมาปรับ และตีความมาตรา 170 วรรคสอง ว่าต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั่วไปมาตรา 1 ถึงมาตรา 169/3 และวิธีพิจารณาสามัญมาตรา 170 ถึงมาตรา 188 รวมถึงการยื่นและการส่ง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8895/2552 (2009)
มาตรา 170 วรรคสอง กำหนดให้ศาลชั้นต้นต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั่วไปมาตรา 1 ถึงมาตรา 169/3 และบทว่าด้วยวิธีพิจารณาสามัญมาตรา 170 ถึงมาตรา 188 ซึ่งใช้ต่อเนื่องไปถึงการดำเนินการตามกฎหมายมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ในคดีที่มีคำสั่งริบทรัพย์สินตามกฎหมายมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ศาลอ้างมาตรา 170 วรรคสอง และวินิจฉัยว่าการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในศาลชั้นต้นต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั่วไปมาตรา 1 ถึงมาตรา 169/3 และวิธีพิจารณาสามัญมาตรา 170 ถึงมาตรา 188
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 4 คดี (พ.ศ. 2543 ถึง 2565)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3591/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8895/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7015/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8368/2563 (2020)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
คดีแพ่งต้องฟ้องและชี้ขาดครั้งแรกที่ศาลใด
ตามมาตรา 170 คดีต้องฟ้อง พิจารณา และชี้ขาดตัดสินเป็นครั้งแรกในศาลชั้นต้น เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น
คดีสามัญในศาลชั้นต้นอยู่ภายใต้บทบัญญัติใด
มาตรา 170 วรรคสอง ให้คดีเช่นนั้นอยู่ภายใต้ทั้งบทบัญญัติทั่วไปแห่งภาค 1 และวิธีพิจารณาสามัญในลักษณะนี้ เว้นแต่คดีพิเศษ เช่น คดีไม่มีข้อพิพาท คดีมโนสาเร่ คดีขาดนัด และคดีอนุญาโตตุลาการ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 170 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 170. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-170/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 170 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-170/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-170/"><p>ห้ามมิให้ฟ้อง พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีเป็นครั้งแรกในศาลหรือโดยศาลอื่นนอกจากศาลชั้นต้น เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้งเป็นอย่างอื่นภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในภาคนี้ว่าด้วยคดีไม่มีข้อพิพาท คดีโม่นาสาเร่ คดีขาดนัด และคดีที่มอบให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด การฟ้อง การพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในศาลชั้นต้น นอกจากจะต้องบังคับตามบทบัญญัติทั่วไปแห่งภาค ๑ แล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติในลักษณะนี้ด้วย</p><footer>Civil Procedure Code, s. 170 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-170/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา