ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 188: คดีไม่มีข้อพิพาท
ตัวบทกฎหมาย
ในคดีที่ไม่มีข้อพิพาท ให้ใช้ข้อบังคับต่อไปนี้
(๑) ให้เริ่มคดีโดยยื่นคำร้องขอต่อศาล
(๒) ศาลอาจเรียกพยานมาสืบได้เองตามที่เห็นจำเป็นและวินิจฉัยชี้ขาดตามที่เห็นสมควรและยุติธรรม
(๓) ทางแก้แห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นให้ใช้ได้แต่โดยวิธียื่นอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น และให้อุทธรณ์ฎีกาได้แต่เฉพาะในสองกรณีต่อไปนี้(ก) ถ้าศาลได้ยกคำร้องขอของคู่ความฝ่ายที่เริ่มคดีเสียทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือ(ข) ในเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาหรือพิพากษาหรือคำสั่ง
(๔) ถ้าบุคคลอื่นใดนอกจากคู่ความที่ได้ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้ถือว่าบุคคลเช่นว่ามานี้เป็นคู่ความ และให้ดำเนินคดีไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคดีอันมีข้อพิพาท แต่ในคดีที่ยื่นคำร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คำอนุญาตที่ผู้แทนโดยชอบธรรมได้ปฏิเสธเสีย หรือให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถอนคืนคำอนุญาตอันได้ให้ไว้แก่ผู้ไร้ความสามารถนั้น ให้ถือว่าเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท แม้ถึงว่าผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ไร้ความสามารถนั้นจะได้มาศาล และแสดงข้อคัดค้านในการให้คำอนุญาตหรือถอนคืนคำอนุญาตเช่นว่านั้น
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในคดีที่ไม่มีข้อพิพาท ให้ใช้ข้อบังคับต่อไปนี้
(๑) ให้เริ่มคดีโดยยื่นคำร้องขอต่อศาล
(๒) ศาลอาจเรียกพยานมาสืบได้เองตามที่เห็นจำเป็นและวินิจฉัยชี้ขาดตามที่เห็นสมควรและยุติธรรม
(๓) ทางแก้แห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นให้ใช้ได้แต่โดยวิธียื่นอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น และให้อุทธรณ์ฎีกาได้แต่เฉพาะในสองกรณีต่อไปนี้(ก) ถ้าศาลได้ยกคำร้องขอของคู่ความฝ่ายที่เริ่มคดีเสียทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือ(ข) ในเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาหรือพิพากษาหรือคำสั่ง
(๔) ถ้าบุคคลอื่นใดนอกจากคู่ความที่ได้ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้ถือว่าบุคคลเช่นว่ามานี้เป็นคู่ความ และให้ดำเนินคดีไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคดีอันมีข้อพิพาท แต่ในคดีที่ยื่นคำร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คำอนุญาตที่ผู้แทนโดยชอบธรรมได้ปฏิเสธเสีย หรือให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถอนคืนคำอนุญาตอันได้ให้ไว้แก่ผู้ไร้ความสามารถนั้น ให้ถือว่าเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท แม้ถึงว่าผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ไร้ความสามารถนั้นจะได้มาศาล และแสดงข้อคัดค้านในการให้คำอนุญาตหรือถอนคืนคำอนุญาตเช่นว่านั้น
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 188 กำกับคดีไม่มีข้อพิพาท ซึ่งบุคคลใช้สิทธิทางศาลโดยไม่มีจำเลยฝ่ายตรงข้าม เช่น ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ร้องขอให้รับรองพินัยกรรม หรือเรื่องสถานะบุคคล โดยให้เริ่มคดีด้วยคำร้องขอ (1) ให้ศาลมีอำนาจเรียกพยานได้เอง (2) จำกัดการอุทธรณ์ (3) และ (4) ให้ถือว่าบุคคลภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นคู่ความ ทำให้ดำเนินคดีอย่างคดีมีข้อพิพาท โดยมีข้อยกเว้นที่บัญญัติไว้ชัดแจ้งในอนุมาตราเดียวกัน คือคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้คำอนุญาตที่ผู้แทนโดยชอบธรรมได้ปฏิเสธ หรือให้ถอนคืนคำอนุญาตที่ให้ไว้แก่ผู้ไร้ความสามารถ ยังคงเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท แม้ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ไร้ความสามารถนั้นจะมาศาลและแสดงข้อคัดค้าน มาตรานี้ใช้ประกอบมาตรา 55 ตามแนวคำพิพากษา คดีไม่มีข้อพิพาทล้วนไม่ต้องส่งหมายหรือสำเนาคำร้องขอแก่ผู้ใด
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
วิธีพิจารณาคดีไม่มีข้อพิพาทมีความสำคัญมากในงานมรดกและพินัยกรรม เช่น ตั้งผู้จัดการมรดก รับรองพินัยกรรม หรือจัดการกิจการของผู้ไร้ความสามารถ ข้อควรระวังคือ ศาลเรียกพยานได้เอง และสิทธิอุทธรณ์จำกัดเฉพาะกรณียกคำร้องขอหรือดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบ หากมีผู้คัดค้าน คดีจะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาท โดยมีข้อยกเว้นตามกฎหมายหนึ่งกรณี คือคำร้องขอให้คำอนุญาตที่ผู้แทนโดยชอบธรรมได้ปฏิเสธ หรือให้ถอนคืนคำอนุญาตที่ให้ไว้แก่ผู้ไร้ความสามารถ ยังคงเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท แม้ผู้นั้นจะมาศาลและคัดค้าน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568 (2025)
ในคดีไม่มีข้อพิพาท บุคคลจะเป็นคู่ความตามมาตรา 188 (4) ต่อเมื่อได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อม การเพียงได้รับหมายแจ้งนัดและมีโอกาสคัดค้านแต่ไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ยังไม่ทำให้เป็นคู่ความ
แม้บุคคลนั้นจะได้รับหมายแจ้งวันนัดโดยชอบและมีโอกาสคัดค้าน แต่เมื่อไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีไม่มีข้อพิพาท จึงถือเป็นคู่ความตามมาตรา 188 ไม่ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3591/2565 (2022)
เมื่อบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องและโต้แย้งในคดีไม่มีข้อพิพาท คดีนี้คัดค้านพินัยกรรม มาตรา 188 (4) ให้ดำเนินคดีต่อไปอย่างคดีมีข้อพิพาท
ในคดีร้องขอเกี่ยวกับพินัยกรรม ผู้คัดค้านอ้างว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะกลฉ้อฉลและสำคัญผิด และผู้ร้องมิใช่ทายาท ศาลจึงสั่งให้ดำเนินคดีต่อไปอย่างคดีมีข้อพิพาทตามมาตรา 188 (4)
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3504/2564 (2021)
ในคดีไม่มีข้อพิพาทที่เริ่มด้วยคำร้องขอตามมาตรา 55 และมาตรา 188 คดีนี้อ้างพินัยกรรม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่มีบทบัญญัติให้ต้องส่งหมายและสำเนาคำร้องขอแก่ผู้ใด
ผู้ร้องดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทโดยอ้างพินัยกรรม ศาลวินิจฉัยว่าไม่มีบทบัญญัติให้ต้องส่งหมายหรือสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีส่วนได้เสียในคดีเช่นนี้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 57 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1282/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3297/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3591/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3504/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2714/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3771/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 730/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6653/2561 (2018)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 55 23
- ป.พ.พ. มาตรา 1382 17
- มาตรา 172 6
- มาตรา 27 5
- มาตรา 246 5
- ป.พ.พ. มาตรา 1713 5
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
คดีไม่มีข้อพิพาทคืออะไร
คือคดีฝ่ายเดียวที่ไม่มีจำเลยฝ่ายตรงข้าม เริ่มด้วยการยื่นคำร้องขอตามมาตรา 188 เช่น ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกหรือร้องขอให้รับรองพินัยกรรม
ต้องส่งหมายหรือสำเนาคำร้องขอในคดีไม่มีข้อพิพาทหรือไม่
ศาลวินิจฉัยว่าคดีไม่มีข้อพิพาทล้วนไม่มีบทบัญญัติให้ต้องส่งหมายหรือสำเนาคำร้องขอแก่ผู้ใดตามมาตรา 188
หากมีผู้คัดค้านคำร้องขอจะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 188 (4) บุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงหรือโดยอ้อมถือเป็นคู่ความ และให้ดำเนินคดีต่อไปอย่างคดีมีข้อพิพาท อนุมาตราเดียวกันนี้มีข้อยกเว้นหนึ่งกรณี คือคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้คำอนุญาตที่ผู้แทนโดยชอบธรรมได้ปฏิเสธ หรือให้ถอนคืนคำอนุญาตที่ให้ไว้แก่ผู้ไร้ความสามารถ ยังคงเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท แม้ผู้นั้นจะมาศาลและคัดค้าน
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 188. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-188/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 188 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-188/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-188/"><p>ในคดีที่ไม่มีข้อพิพาท ให้ใช้ข้อบังคับต่อไปนี้ (๑) ให้เริ่มคดีโดยยื่นคำร้องขอต่อศาล (๒) ศาลอาจเรียกพยานมาสืบได้เองตามที่เห็นจำเป็นและวินิจฉัยชี้ขาดตามที่เห็นสมควรและยุติธรรม (๓) ทางแก้แห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้นให้ใช้ได้แต่โดยวิธียื่นอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น และให้อุทธรณ์ฎีกาได้แต่เฉพาะในสองกรณีต่อไปนี้(ก) ถ้าศาลได้ยกคำร้องขอของคู่ความฝ่ายที่เริ่มคดีเสียทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือ(ข) ในเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาหรือพิพากษาหรือคำสั่ง (๔) ถ้าบุคคลอื่นใดนอกจากคู่ความที่ได้ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทได้เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้ถือว่าบุคคลเช่นว่ามานี้เป็นคู่ความ และให้ดำเนินคดีไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคดีอันมีข้อพิพาท แต่ในคดีที่ยื่นคำร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คำอนุญาตที่ผู้แทนโดยชอบธรรมได้ปฏิเสธเสีย หรือให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถอนคืนคำอนุญาตอันได้ให้ไว้แก่ผู้ไร้ความสามารถนั้น ให้ถือว่าเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท แม้ถึงว่าผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ไร้ความสามารถนั้นจะได้มาศาล และแสดงข้อคัดค้านในการให้คำอนุญาตหรือถอนคืนคำอนุญาตเช่นว่านั้น</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-188/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา