มาตรา 1713: ต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก
ตัวบทกฎหมาย
ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้(๑) เมื่อเจ้ามรดกตาย ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป หรืออยู่นอกราชอาณาเขต หรือเป็นผู้เยาว์(๒) เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถ หรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการ หรือในการแบ่งปันมรดก(๓) เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใด ๆการตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม และถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรม ก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์ และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
An heir, an interested person, or the public prosecutor may apply to the court for the appointment of an administrator of the estate in the following cases:
(1) where, on the death of the deceased, a statutory heir or a beneficiary under the will has disappeared, is outside the Kingdom, or is a minor;
(2) where the administrator of the estate or an heir is unable or unwilling to administer the estate, or where there is an impediment to its administration or distribution;
(3) where a provision of the will appointing an administrator of the estate is for any reason unenforceable.
As to the appointment, if the will contains a provision on the point the court appoints in accordance with it; if it does not, the court appoints such person as it thinks fit for the benefit of the estate in the circumstances, having regard to the intention of the deceased.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 1713 เป็นประตูสู่การพิสูจน์มรดกในประเทศไทย ไม่มีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก ธนาคาร กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานอื่นปฏิเสธไม่ปล่อยทรัพย์ของผู้ตาย แม้มีพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกมักยังต้องการคำสั่งศาลเพื่อจัดการทรัพย์ที่จดทะเบียน ขั้นตอน: ยื่นคำร้องที่ศาลครอบครัว/แพ่งของภูมิลำเนาผู้ตาย พร้อมใบมรณบัตร รายชื่อทายาท บัญชีทรัพย์สิน และพินัยกรรม (ถ้ามี) นัดไต่สวนภายใน 2 เดือน คำสั่งออกภายใน 4-6 เดือนรวมในคดีปกติ
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: 'ผู้มีส่วนได้เสีย' ตามมาตรา ๑๗๑๓ ตีความกว้าง ครอบคลุมไม่เฉพาะทายาทแต่รวมถึงเจ้าหนี้กองมรดก ผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาต่อกองมรดก และคู่สมรสตามประเพณีที่พิสูจน์ได้ว่ามีสิทธิในทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน (ฎีกาที่ ๑๒๗๓๔/๒๕๕๘) บุคคลที่ถูกตัดมิให้รับมรดกโดยพินัยกรรมที่ถูกต้องไม่มีคุณสมบัติ (ฎีกาที่ ๑๐๙๙/๒๕๕๐) ศาลตั้งผู้จัดการมรดกตามข้อกำหนดในพินัยกรรมหากมี มิฉะนั้นตั้งตามประโยชน์ของกองมรดก สำหรับประชาชนทั่วไป: หากทายาทไม่สามารถตกลงกันได้ว่าใครจะจัดการมรดก การยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา ๑๗๑๓ คือช่องทางที่ถูกต้อง
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับดั้งเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ มาตรา ๑๗๑๓ เป็นบทบัญญัติขั้นตอนหลักสำหรับการตั้งผู้จัดการมรดกโดยศาล และมีการฟ้องร้องเกี่ยวกับมาตรานี้บ่อยมาก โดยเฉพาะปัญหาว่าใครมีคุณสมบัติเป็น "ผู้มีส่วนได้เสีย" ที่มีสิทธิยื่นคำร้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2548 (2005)
คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายแม้จะแยกกันอยู่แต่ยังไม่ได้หย่าตามกฎหมาย ยังคงมีสิทธิรับมรดกตามมาตรา ๑๖๒๘ และเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่มีสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา ๑๗๑๓
ผู้ร้องเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายแม้จะแยกกันอยู่ ศาลวินิจฉัยว่าคู่สมรสที่ยังไม่ได้หย่าตามกฎหมายยังคงมีสิทธิรับมรดกตามมาตรา ๑๖๒๘ และเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา ๑๗๑๓
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1099/2550 (2007) ★ คดีนำ
บุคคลที่ถูกตัดมิให้รับมรดกโดยพินัยกรรมที่ถูกต้องตามมาตรา ๑๖๐๘ ไม่มีส่วนได้เสียในกองมรดกและไม่มีสิทธิเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา ๑๗๑๓
ผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ผู้ร้องและตัดสิทธิบุตรโดยชัดแจ้ง ศาลวินิจฉัยว่าบุตรที่ถูกตัดสิทธิตามมาตรา ๑๖๐๘ วรรคสองไม่มีส่วนได้เสียในกองมรดกและไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12734/2558 (2015)
คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสไม่ใช่ทายาทโดยธรรม แต่อาจเป็น 'ผู้มีส่วนได้เสีย' ตามมาตรา ๑๗๑๓ หากมีหลักฐานว่ามีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกับผู้ตาย
โจทก์และผู้ตายอยู่กินร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส โจทก์ไม่ใช่คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ใช่ทายาทโดยธรรม อย่างไรก็ตาม โจทก์อาจมีสิทธิเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน จึงถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียพอที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามมาตรา ๑๗๑๓
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 164 คดี (พ.ศ. 2513 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8935/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2629/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 574-575/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4769/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2241/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3504/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1243/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4419/2562 (2019)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 1718 23
- มาตรา 1629 23
- มาตรา 1727 15
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 223/2 15
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 13
- มาตรา 1608 10
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
การขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาลในประเทศไทยใช้เวลานานเท่าใด?
ระยะเวลาแตกต่างกันตามศาลและความซับซ้อนของคดี ในกรณีที่ไม่มีผู้คัดค้านและยื่นต่อศาลแพ่งในกรุงเทพฯ กระบวนการมักใช้เวลาสามถึงหกเดือนนับแต่ยื่นคำร้องจนได้รับคำสั่งศาล คดีที่ยื่นต่อศาลต่างจังหวัดอาจเร็วกว่า หากมีผู้คัดค้าน คดีจะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาทและอาจใช้เวลาหนึ่งถึงสองปีหรือนานกว่านั้น คำร้องต้องมีเอกสารประกอบ ได้แก่ ใบมรณบัตรของผู้ตาย หลักฐานความสัมพันธ์ของผู้ร้องกับผู้ตายหรือส่วนได้เสียในกองมรดก และบัญชีทรัพย์มรดกที่ทราบ แนะนำให้ใช้บริการทนายความ
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 1713 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1713. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1713/ (accessed 9 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 1713 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1713/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1713/"><p>ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้(๑) เมื่อเจ้ามรดกตาย ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป หรืออยู่นอกราชอาณาเขต หรือเป็นผู้เยาว์(๒) เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถ หรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการ หรือในการแบ่งปันมรดก(๓) เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใด ๆการตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม และถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรม ก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์ และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1713 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1713/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา