ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 189: นิยามคดีมโนสาเร่
ตัวบทกฎหมาย
คดีมโนสาเร่ คือ
(๑) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
(๒) คดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
Small claims cases are:
(1) a case with a claim to be relieved of a grievance capable of being calculated into a money value not exceeding forty thousand baht, or not exceeding the amount fixed by Royal Decree;
(2) a case suing to evict any person from immovable property having a rent, or capable of being let, at the time of filing the complaint not exceeding four thousand baht per month, or not exceeding the amount fixed by Royal Decree.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 189 เปิดหมวด 1 ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ โดยนิยามคดีมโนสาเร่สองประเภท คือคดีที่มีทุนทรัพย์และคดีขับไล่ที่ค่าเช่าต่ำ ตัวเลขในตัวบท (สี่หมื่นบาท และสี่พันบาทต่อเดือน) เป็นเพดานพื้นฐานที่ประมวลกฎหมายให้พระราชกฤษฎีกาขยายได้ ปัจจุบันพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินในคดีมโนสาเร่ พ.ศ. 2546 กำหนดเพดานคดีเรียกเงินไว้ที่ 300,000 บาท การจัดเป็นคดีมโนสาเร่พิจารณา ณ เวลายื่นฟ้อง และเป็นเกณฑ์ให้ใช้วิธีพิจารณาที่รวดเร็วและค่าขึ้นศาลที่ลดลงตามมาตรา 190 ถึง 193 เบญจ ส่วนทุนทรัพย์คำนวณตามมาตรา 190
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สถานะคดีมโนสาเร่มีข้อได้เปรียบจริง คือค่าขึ้นศาลถูกลง ยื่นฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ และนัดพิจารณาเสร็จในวันเดียว หากคดีเรียกเงินไม่เกิน 300,000 บาทตามพระราชกฤษฎีกาปัจจุบัน ก็เป็นคดีมโนสาเร่ ซึ่งพบมากในคดีหนี้และค่าสินค้าค้างชำระ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9500/2556 (2013)
การเป็นคดีมโนสาเร่ตามมาตรา 189 พิจารณาจากทุนทรัพย์ตามที่พระราชกฤษฎีกากำหนด คดีนี้ฟ้องขับไล่และมีฟ้องแย้งเรื่องที่ดินทุนทรัพย์ 240,000 บาท จึงเป็นคดีมโนสาเร่ ต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมโนสาเร่
คดีฟ้องขับไล่กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์เมื่อจำเลยอ้างว่าที่ดินเป็นของตน ทุนทรัพย์ 240,000 บาท จึงเป็นคดีมโนสาเร่ตามมาตรา 189 ประกอบพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2546 การเรียกค่าขึ้นศาลฝ่ายละ 6,000 บาทจึงไม่ถูกต้อง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2472/2554 (2011)
คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่เกินจำนวนที่พระราชกฤษฎีกากำหนด เป็นคดีมโนสาเร่ตามมาตรา 189 (1)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยประมาณ 22,751 บาท ศาลวินิจฉัยว่าเป็นคดีมโนสาเร่ตามมาตรา 189 (1)
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2554 (2011)
มาตรา 189 เป็นเกณฑ์เพียงว่าคดีนั้นเป็นคดีมโนสาเร่หรือไม่ กล่าวคือเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่เกินสามแสนบาท หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ส่วนค่าขึ้นศาลนั้นกำหนดไว้ในมาตรา 190 จัตวา วรรคหนึ่ง (เดิม) ประกอบตาราง 1 (2) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งกำหนดให้เรียกเรื่องละสองร้อยบาท ทั้งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มิได้บัญญัติเรื่องค่าขึ้นศาลไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
โจทก์ฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเรียกคืนสินสอด 100,000 บาท และค่าเสียหายในการจัดงานแต่งงาน 50,000 บาท เพราะผิดสัญญาหมั้น และเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นคดีสามัญมีทุนทรัพย์ ต้องเสียค่าขึ้นศาลร้อยละ 2.5 เมื่อโจทก์ไม่ชำระเพิ่มจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามมาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำฟ้องเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่เกินสามแสนบาท จึงเป็นคดีมโนสาเร่ตามมาตรา 189 และค่าขึ้นศาลกำหนดตามมาตรา 190 จัตวา วรรคหนึ่ง (เดิม) ประกอบตาราง 1 (2) (ก) เพียงสองร้อยบาท ซึ่งโจทก์ชำระถูกต้องแล้ว ทั้งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มิได้บัญญัติเรื่องค่าขึ้นศาลไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 11 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2559)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9500/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3664/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2472/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8439/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 757/2498 (1955)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1616/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1144/2499 (1956)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 874/2494 (1951)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
คดีมโนสาเร่คืออะไร
ตามมาตรา 189 คือคดีเรียกเงินภายในเพดานที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบัน 300,000 บาทตามพระราชกฤษฎีกา หรือคดีขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ค่าเช่าต่อเดือนต่ำ
ปัจจุบันเพดานเงินของคดีมโนสาเร่เท่าใด
ตัวเลขพื้นฐานในมาตรา 189 คือ 40,000 บาท แต่พระราชกฤษฎีกาปัจจุบันขยายเป็น 300,000 บาทสำหรับคดีเรียกเงิน
ทุนทรัพย์คดีมโนสาเร่พิจารณา ณ เวลาใด
พิจารณา ณ เวลายื่นฟ้อง โดยคำนวณทุนทรัพย์ตามมาตรา 190
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 189 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 189. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-189/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 189 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-189/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-189/"><p>คดีมโนสาเร่ คือ (๑) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (๒) คดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา</p><footer>Civil Procedure Code, s. 189 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-189/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา