ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 19: สั่งให้คู่ความมาศาลด้วยตนเอง
ตัวบทกฎหมาย
ศาลมีอำนาจสั่งได้ตามที่เห็นสมควรให้คู่ความทุกฝ่าย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาศาลด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าคู่ความนั้น ๆ จะได้มีทนายความว่าต่างแก้ต่างอยู่แล้วก็ดี อนึ่ง ถ้าศาลเห็นว่าการที่คู่ความมาศาลด้วยตนเองอาจยังให้เกิดความตกลงหรือการประนีประนอมยอมความดังที่บัญญัติไว้ในมาตราต่อไปนี้ ก็ให้ศาลสั่งให้คู่ความมาศาลด้วยตนเอง
คำแปลภาษาอังกฤษ
ศาลมีอำนาจสั่งได้ตามที่เห็นสมควรให้คู่ความทุกฝ่าย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาศาลด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าคู่ความนั้น ๆ จะได้มีทนายความว่าต่างแก้ต่างอยู่แล้วก็ดี อนึ่ง ถ้าศาลเห็นว่าการที่คู่ความมาศาลด้วยตนเองอาจยังให้เกิดความตกลงหรือการประนีประนอมยอมความดังที่บัญญัติไว้ในมาตราต่อไปนี้ ก็ให้ศาลสั่งให้คู่ความมาศาลด้วยตนเอง
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 19 อยู่ในหมวด 3 และให้อำนาจศาลเรียกตัวคู่ความมาเองโดยไม่ขึ้นกับทนายความ วัตถุประสงค์มีสองประการ คือให้ศาลติดต่อกับผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงและมีอำนาจตัดสินใจโดยตรง และเปิดทางไปสู่การประนีประนอม ประโยคที่สองเชื่อมโดยตรงกับอำนาจไกล่เกลี่ยตามมาตรา 20, 20 ทวิ และ 20 ตรี โดยกำหนดให้คู่ความมาศาลด้วยตนเองเมื่อศาลเห็นว่ามีทางตกลงกันได้จริง บทบัญญัตินี้สะท้อนนโยบายของประมวลกฎหมายที่ส่งเสริมให้คู่ความยุติข้อพิพาทด้วยการประนีประนอมมากกว่าการพิจารณาพิพากษาเต็มรูปแบบ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
แม้จะมีทนายความในสำนวนแล้ว ท่านอาจถูกสั่งให้มาศาลด้วยตนเอง ส่วนใหญ่เพื่อการเจรจาตกลงหรือไกล่เกลี่ย ควรให้ความสำคัญกับคำสั่งนั้น การไม่มาตามที่ศาลสั่งอาจมีผลจริง รวมถึงความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล หากได้รับคำสั่งให้มาศาลด้วยตนเอง ควรสอบถามทนายว่านัดนั้นเพื่ออะไรและจะเตรียมตัวอย่างไร โดยเฉพาะหากมุ่งไปสู่การตกลง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2507 (1964)
ทนายจำเลยที่ถูกสั่งให้มาศาลด้วยตนเองไม่มีฐานะเป็นคู่ความตามมาตรา ๑๙ การที่ทนายจำเลยไม่มาศาลตามคำสั่งจึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๓๑ (๕) ประกอบมาตรา ๑๙ แต่อาจถูกลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลด้วยเหตุอื่นได้ หากพยานหลักฐานฟังได้ว่าเป็นผู้ยุยงส่งเสริมให้ตัวความหลบเลี่ยงหมายของศาล
ทนายจำเลยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้แนะนำไม่ให้จำเลยมาศาลและเป็นผู้ยุยงส่งเสริมให้จำเลยหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับหมายของศาล ศาลชั้นต้นจึงไต่สวนและสั่งให้ทนายจำเลยมาศาลด้วยตนเองทุกนัด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าในกรณีเช่นนี้ทนายจำเลยไม่มีฐานะเป็นคู่ความตามมาตรา ๑๙ การที่ทนายจำเลยไม่มาศาลตามคำสั่งจึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๓๑ (๕) ประกอบมาตรา ๑๙ แต่เมื่อปรากฏต่อศาลว่าผู้ใดกระทำละเมิดอำนาจศาลไม่ว่าจะปรากฏต่อหน้าศาลหรือจากหลักฐานอื่นใด ศาลย่อมสั่งลงโทษได้ และเมื่อทนายจำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง แสดงว่าจงใจไม่นำพยานมาสืบและหลบเลี่ยงกระบวนพิจารณา การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว และเมื่อฟังได้ว่าทนายจำเลยเป็นผู้ยุยงเสี้ยมสอนให้ตัวความหลบเลี่ยงไม่รับหมายของศาล ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2524 (1981)
มาตรา 19 และมาตรา 20 มุ่งหมายให้ศาลมีอำนาจพยายามเปรียบเทียบให้คู่ความตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันในข้อพิพาท การที่ผู้พิพากษาพยายามลดข้อโต้เถียงระหว่างคู่ความเพื่อไปสู่การตกลง เป็นการปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลี่ยโดยชอบ
ในคดีที่กล่าวหาว่าผู้พิพากษาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบระหว่างการไกล่เกลี่ย ศาลอธิบายว่ามาตรา 19 และมาตรา 20 มุ่งหมายให้ศาลมีอำนาจพยายามให้คู่ความตกลงหรือประนีประนอมยอมความกัน การที่ผู้พิพากษาพยายามขจัดข้อโต้เถียงระหว่างคู่ความเพื่อไปสู่การตกลงด้วยดี จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลี่ยโดยชอบ
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2507 ถึง 2560)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14086/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4165/2529 (1986)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 102/2507 (1964)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4292/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3419-3420/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 885/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 248/2524 (1981)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
หากมีทนายความแล้วต้องไปศาลด้วยตนเองหรือไม่?
อาจถูกสั่งให้ไปได้ มาตรา 19 ให้ศาลสั่งคู่ความฝ่ายใดหรือทุกฝ่ายมาศาลด้วยตนเองแม้จะมีทนายความ โดยเฉพาะเมื่อการมาด้วยตนเองอาจนำไปสู่การตกลง
เหตุใดศาลจึงสั่งให้ฉันมาด้วยตนเอง?
มักเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการตกลงหรือประนีประนอม ซึ่งมาตรา 19 เชื่อมกับอำนาจไกล่เกลี่ยในมาตราถัดไป หรือเพื่อให้ศาลติดต่อกับผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงโดยตรง
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 19 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 19. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-19/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 19 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-19/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-19/"><p>ศาลมีอำนาจสั่งได้ตามที่เห็นสมควรให้คู่ความทุกฝ่าย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาศาลด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าคู่ความนั้น ๆ จะได้มีทนายความว่าต่างแก้ต่างอยู่แล้วก็ดี อนึ่ง ถ้าศาลเห็นว่าการที่คู่ความมาศาลด้วยตนเองอาจยังให้เกิดความตกลงหรือการประนีประนอมยอมความดังที่บัญญัติไว้ในมาตราต่อไปนี้ ก็ให้ศาลสั่งให้คู่ความมาศาลด้วยตนเอง</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 19 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-19/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา