222: ข้อห้ามอุทธรณ์คำพิพากษาตามคำชี้ขาด
คนบทกฎหมาย
ขอให้มิให้ยื่นร้องขอร้องขอศาลซึ่งจะปฏิเสธการพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหรือคำพิพากษาของศาลตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตัดสินในเหตุฉุกเฉิน
(๑) ในกรณีที่เป็นผลสำเร็จในอนุญาโตตุลาการหรือประธานที่เป็นผลจากความสมบูรณ์หรือคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้กลฉ้อฉล
(๒) คำสั่งหรือคำพิพากษานั้นฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวเนื่องด้วยการจัดระเบียบของประชาชน
(๓) คิดว่าคำตัดสินนั้นไม่ใช่คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
คำแปลภาษาไทย
จะไม่มีการอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำสั่งศาลที่ปฏิเสธการพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ หรือต่อคำพิพากษาของศาลที่พิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้:
(1) ในกรณีที่มีการกล่าวหาว่าอนุญาโตตุลาการหรือผู้ตัดสินไม่ได้กระทำการโดยสุจริต หรือว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้การฉ้อโกง;
(2) ในกรณีที่คำสั่งหรือคำพิพากษานั้นขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน;
(3) ในกรณีที่คำพิพากษาไม่สอดคล้องกับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้คุ้มครองความเป็นที่สุดของอนุญาโตตุลาการโดยปิดทางจดหมายตามปกติต่อคำวินิจฉัยของศาลเกี่ยวกับคำชี้ขาดและตรวจสอบศาลจะปฏิเสธหรือบังคับตามนั้นเปิดทางเฉพาะสามด้านคือ (1) อนุญาโตตุลาการหรือประธานไม่เน้นคู่ความใช้กล้อฉล (2) คำวินิจฉัยฝ่าฝืนกฎหมายอันเกี่ยวข้องกับความเรียบร้อยของประชาชนและ (3) คำพิพากษาไม่อ้างคำชี้ขาดตามข้อ (2) การพิจารณาหรือร้องกันมากที่สุด และศาลอ่านประกอบบทร้องขอความเป็นธรรมคู่ขนานในการปฏิบัติตามอนุญาโตตุลาการส่วนที่สองความยกข้อกฎหมายเรื่องค่อยๆ เรียบร้อยขึ้นสู่ศาลฎีกาได้
ความสำคัญต่อ
กรณีแพ้ในชั้นบังคับตามคำชี้ขาดไม่จำเป็นต้องมีการร้องขอการร้องขอความเป็นธรรมตามปกติการปรับข้อให้เข้าในสามสาเหตุซึ่งอาจเป็นสาเหตุเรื่องการปรับของประชาชนเป็นที่ใช้มากที่สุด เช่น ศาลนำกฎหมายที่ยกเลิกหรือผิดมาเนื่องจากการพิจารณาการวางรูปการร้องขอความเป็นธรรมรอบความไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ทำให้เกิดความต่อเนื่องเป็นประจำเนื่องจากการไม่แยแสผลเพราะจะทำให้แคบและเทคนิคการปรึกษาทนายก่อนยื่นฟ้อง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 996/2551 (2008)
การกล่าวอ้างการบังคับตามคำชี้ขาดและคำพิพากษาตามคำชี้ขาดขัดต่อประชาชนในการดำเนินการหรือความจำเป็นอันดีของในกรณีที่ต้องใช้มาตรา 222 ผู้มีอำนาจจึงมีสิทธิเรียกร้องความยุติธรรมต่อศาลฎีกาได้
ผู้มีอำนาจชี้ว่าอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไม่มีอำนาจชี้ขาดคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 เรื่องที่ต้องบังคับตามคำชี้ขาดกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นขัดต่ออย่างเหมาะสมหรือสอบสวนและดีศาลวินิจฉัยว่าตามการพิจารณาอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 บริเวณส่วนมาตรา 222 มีลักษณะทางกฎหมายนี้ข้อเรียกร้องเรื่องที่เหมาะสมทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อศาลฎีกาได้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 995/2551 (2008)
ข้อเรียกร้องการบังคับตามคำชี้ขาดและคำพิพากษาตามคำชี้ขาดขัดต่อความจำเป็นหรือความจำเป็นและดีของประชาชนเป็นจุดสำคัญในการยื่นคำขอตามกฎหมายของอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 สุสานมาตรา 222 นี่เป็นกฎหมายนี้
ในคดีคู่ผู้พิพากษาผู้มีอำนาจสนับสนุนอำนาจของอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยอีกครั้งและเรียกร้องการบังคับตามคำชี้ขาดและคำพิพากษาขัดต่ออย่างเหมาะสมหรือเป็นผลดีต่อศาลอย่างเป็นทางการเหตุนี้เปิดสิทธิพลเมืองต่อศาลฎีกาตามการปฏิบัติตามอนุญาโตตุลาการพ.ศ. 2545 มาตรา 45 และมาตรา 222 นี่เป็นกฎหมายนี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 8330/2550 (2007)
การกล่าวอ้างถึงชั้นศาลที่เริ่มต้นกฎหมายที่ยกเลิกไปแล้วมาจะต้องเรียกร้องให้มีคำพิพากษาฝ่าฝืนกฎหมายอันเกี่ยวเนื่องด้วยความเหมาะสมของประชาชนในที่สาธารณะเป็นกฎหมายต่อศาลฎีกาได้ตามมาตรา 222 การบังคับใช้กฎหมายที่อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. พ.ศ. 2545 มาตรา 45
ผู้ร้องโดยเฉพาะศาลชั้นต้นนำกฎหมายที่ยกเลิกไปแล้วมาการพิจารณาพิพากษาตามคำชี้ขาดไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลนั้นการพิจารณาคำตัดสินฝ่าฝืนกฎหมายอันเกี่ยวข้องกับความเหมาะสมอย่างเหมาะสม และวินิจฉัยว่าเทศกาลตามอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 และมาตรา 222 ตัวอย่างกฎหมายนี้ ผู้ร้องร้องขอจดหมายต่อศาลฎีกาได้
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 8 คดี (พ.ศ. 2496 ถึง 2551)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 996/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 995/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8330/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8151/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8294/2540 (1997)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 895/2521 (1978)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 984/2513 (1970)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 639/2496 (1953)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
จดหมายคำพิพากษาที่บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการทำได้
ได้เฉพาะสามเหตุตามมาตรา 222 คือไม่จำเป็นต้องมีหรือฉ้อฉล ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยที่เหมาะสมหรือคำพิพากษาไม่เน้นคำชี้ขาดในจดหมายเหตุไม่ได้
เหตุที่จำเป็นในการดำเนินการของประชาชนที่ใช้สำหรับการร้องขอความเป็นธรรมคืออะไร
ศาลเคยรับ (อ้างถึงศาลฎีกาที่ยกเลิกหรือผิดมาเสมอ ถือเป็นคำวินิจฉัยที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยอย่างเหมาะสมตามลำดับ 222 (2)
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 222 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 222. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 222 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222/"><p>กรรมการมิให้ความยุติธรรมคำสั่งศาลที่ปฏิเสธการลงโทษตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหรือคำตัดสินของศาลตามอัครโตตุลาการมีอำนาจในเหตุใด (๑) องค์ประกอบของเหตุการณ์อนุญาโตตุลาการหรือประธานคณะกรรมการที่สนับสนุนการโดยสุจริตหรือคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้กลฉ้อฉล (๒) ขอคำสั่งหรือคำพิพากษานั้นฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวเนื่องด้วยความระมัดระวังของประชาชน (๓) พิจารณาคำนั้นไม่ใช่คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ</p><footer>Civil Procedure Code, s. 222 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา