กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

255: หลักเกณฑ์การอนุญาตวิธีการชั่วคราว

คนบทกฎหมาย

ในจุดเริ่มต้นที่ยื่นไว้ตามมาตราส่วนฉบับที่ 4 ของรายการให้เป็นที่พอใจของศาลว่าคำวิจารณ์มีมูลและเหตุผลหลักนำวิธีคุ้มครองขอนั้นมาเพื่อตรวจสอบและพิจารณา...
(๑) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตราวันพฤหัสบดี๔
(๑) ประตูให้เป็นที่รับฟังของศาลว่า (ก) จำเลยตั้งใจจะยักย้ายที่พิพาทหรือในส่วนทั้งหมดหรือแต่ทำให้ไปถึงพ้นจากศาลหรือจะโอนขายหรือจำหน่ายในลักษณะนี้เพื่อประวิงหรือการลงโทษที่บังคับใช้ตามคำบังคับใดๆ ซึ่งอาจออกบังคับแก่เอาจำเลยหรือเพื่อให้โจทก์เสียประโยชน์หรือ (ข) มีเหตุจำเป็นอื่นใดที่ศาลจะพิเคราะห์เห็นเป็นธรรมและสมควร
(๒) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตราวันพฤหัสบดี๔
(๒) ให้เป็นที่พอใจของศาลว่าก (ก) จำเลยตั้งใจจะกระที่เป็นหรือความผิดต่อไปซึ่งการผิดสัญญาหรือสาเหตุของการร้องเรียน (ข) โจทก์จะได้รับความฮือฮาต่อไปเนื่องจากเหตุของจำเลย (ค) คุณสมบัติที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยคือพฤติมักจะว่าจะต้องให้เปลืองไปเปล่าหรือบุบสลายหรือโอนไปยังผู้อื่นหรือ (ง) มีตาม
(๑) (ก) หรือ (ข)
(๓) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตราวันพฤหัสบดี๔
(๓) เพื่อให้เป็นที่พอใจของศาลว่าก (ก) จะต้องสงสัยว่าจำเลยเพื่อให้ทราบประกาศทางทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยหรือพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการร้องซึ่งดำเนินการดังกล่าวจะก่อให้เกิดการแก่โจทก์หรือ (ข) มีตามเหตุ
(๑) (ข)
(๔) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตราวันพฤหัสบดี๔
(4) มุ่งไปที่คุณสมบัติของศาลว่าประวิงหรือไม่เชื่อต่อคดีร้ายแรงบังคับตามคำบังคับใด ๆ ที่อาจออกบังคับเอาแก่จำเลยหรือเพื่อให้โจทก์เสียเปรียบ (ก) จำเลยซ่อนตัวเพื่อจะไม่รับหมายเรียกหรือสั่งของศาล (ข) จำเลยได้ยักผู้ตรวจสอบให้สำรวจศาลศาลหรือซุกซ่อนเอกสารใด ๆ ที่จะกล่าวรายงานเป็นสืบสวนยันจำเลยในคดีระหว่างพิจารณาหรือศูนย์กลางที่พิพาทหรือส่วนใหญ่ของจำเลยทั้งหมดหรือไม่เป็นทางการ หรือที่เป็นสาเหตุว่าจำเลยจะจำหน่ายหรือทำลายเอกสารหรือทรัพย์สินเช่นว่านั้นหรือ (ค) ปรากฏขึ้นตามกิริยาหรือตามวิธีที่จำเลยประกอบงานหรือการค้าบางส่วนว่าจำเลยจะหนีหรือพอเห็นได้มากในลีกที่สามารถให้รู้ประวัติศาสตร์ศาล

คำแปลภาษาไทย

ในการพิจารณาว่าจะอนุมัติคำร้องที่ยื่นภายใต้มาตรา 254 หรือไม่ ศาลต้องมั่นใจว่าคำร้องนั้นมีเหตุผลสมควรและมีเหตุผลเพียงพอที่จะใช้มาตรการคุ้มครองตามที่ร้องขอ โดยเป็นไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้:
(1) ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกคำสั่งตามมาตรา 254(1) ศาลต้องพิจารณาว่า (ก) จำเลยมีเจตนาที่จะเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่พิพาท หรือทรัพย์สินทั้งหมดหรือบางส่วนของจำเลยเอง ออกไปนอกเหนืออำนาจของศาล หรือโอน ขาย หรือจำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อชะลอหรือขัดขวางการบังคับใช้หมายบังคับคดีใดๆ ที่อาจออกให้แก่จำเลย หรือเพื่อทำให้โจทก์เสียเปรียบ หรือ (ข) มีเหตุจำเป็นอื่นๆ ที่ศาลเห็นว่ายุติธรรมและเหมาะสม.
(2) ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกคำสั่งตามมาตรา 254(2) ศาลต้องพิจารณาว่า (ก) จำเลยมีเจตนาที่จะกระทำซ้ำหรือกระทำการละเมิด การผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกร้องเรียนต่อไป (ข) โจทก์จะได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายเพิ่มเติมจากการกระทำของจำเลย (ค) ทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยอยู่ในสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจะถูกใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลือง เสียหาย หรือโอนไปยังผู้อื่น หรือ (ง) มีเหตุอันควรตาม (1)(ก) หรือ (ข).
(3) ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกคำสั่งตามมาตรา 254(3) ศาลต้องมั่นใจว่า (ก) มีความกังวลว่าจำเลยจะทำการจดทะเบียน เปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียน หรือยกเลิกการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่เป็นข้อพิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลย หรือที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ถูกร้องเรียน และการกระทำดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หรือ (ข) มีเหตุตาม (1)(ข).
(4) ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกคำสั่งตามมาตรา 254(4) ศาลต้องพิจารณาว่า เพื่อที่จะทำให้กระบวนการพิจารณาหรือการบังคับใช้หมายบังคับคดีที่อาจออกให้แก่จำเลยล่าช้าหรือขัดขวาง หรือเพื่อทำให้โจทก์เสียเปรียบ (ก) จำเลยซ่อนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการรับหมายเรียกหรือคำสั่งของศาล (ข) จำเลยได้เคลื่อนย้ายออกไปนอกเหนืออำนาจของศาล หรือซ่อนเอกสารใดๆ ที่อาจถือได้ว่าใช้เป็นหลักฐานต่อจำเลยในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา หรือทรัพย์สินที่พิพาท หรือทรัพย์สินทั้งหมดหรือบางส่วนของจำเลย หรือมีความกังวลว่าจำเลยจะจำหน่ายหรือทำลายเอกสารหรือทรัพย์สินดังกล่าว หรือ (ค) ปรากฏจากพฤติกรรมของจำเลย หรือวิธีการที่จำเลยประกอบธุรกิจหรือการค้าของตน ว่าจำเลยจะหลบหนีหรืออาจถูกมองว่ากำลังจะหลบหนีออกไปนอกเหนืออำนาจของศาล.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

ส่วน 255 เป็นบทกำหนดเงื่อนไขทางการตรวจสอบหลักฐานสำหรับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาใน 4 ลักษณะ 1 หมวด 1 ใช้คู่กับมาตรา 254 ที่จะกำหนดประเภทของโจทก์ขอได้โดยมาตรา 255 กำหนดมาตรฐานที่ศาลต้องสงสัยก่อนให้ความสำคัญหลักๆ ส่วนคือคำตัดสินต้องมีมูลและต้องมีเหตุที่วิจารณ์ต้องมีมูลและจะต้องมีการสอบสวนของพฤติการณ์ที่วิธีการต่างๆ : คอยักย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์ สืบสวนซ้ำยืนยันทางทะเบียนหรือเสมอสาเหตุตาม (1) ไม่มีวิธีการตาม (2) และ (3) อีกครั้ง

ความสำคัญต่อ

เหตุการณ์ศาลจะสวนเพื่อพิสูจน์เหตุที่กล่าวอ้างก่อนส่วนประกอบหรือยกคำขอการร้องขอด่วนโดยไม่ต้องตรวจสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนอาจเกิดการกล่าวอ้างลอยๆ สิ่งที่จำเลยอาจยักย้ายทรัพย์หรือการปรับปรุงทางทะเบียนโดยไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุนถือเป็นเพียงการคาดคะเนและผ่านเกณฑ์ผู้มีอำนาจขอจึงต้องใช้การตรวจสอบที่แสดงถึงธรรมสำหรับเจ้าหนี้การขออำนาจหรือยึดก่อนการพิจารณาที่มีหนักแน่นอาจชี้ขาดในการบังคับคดีได้อีกครั้ง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2912/2566 (2023)

    ในกรณีที่ผู้ขอย้ำกรณีตั้งใจโอนขายหรือจำหน่ายเพื่อวัตถุประสงค์ในการบังคับอาจเข้าเกณฑ์มาตรา 255 (1) (ก) ศาลควรค้นหาความจริงก่อน ออร์เดอร์ด่วนยกคำร้องโดยไม่ใช้สวน

    ผู้ร้องเพื่อแสดงผู้มีอำนาจตั้งใจจำหน่ายทรัพย์เพื่อเรียกร้องให้การบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงเป็นดังหมายถึงว่ามีเหตุผลตามมาตรา 255 (1) (ก) การที่ศาลชั้นต้นด่วนยกคำร้องโดยไม่ไต่สวนจึงไม่จำเป็นต้องฟังสอยไปไต่สวนและมีคำสั่งใหม่

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2124/2562 (2019)

    การเรียกร้องเพียงคะเนว่าจำเลยจะปรับปรุงทางทะเบียนโดยไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุนไม่ทำให้ศาลพิพากษาตามมาตรา 255 จำเลยตั้งใจยักย้ายทรัพย์ให้สำรวจอำนาจศาล

    คำร้องของคะโจทก์เป็นเพียงการคาดเนว่าจำเลยจะปรับปรุงทางทะเบียนศาลฎีกาถือว่าเป็นเพียงการคาดคะเนไม่เข้าระดับสูงตามมาตรา 255 พื้นที่มาตรา 254 (1) ที่ต้องให้ศาลยุติธรรมว่าจำเลยตั้งใจยักย้ายทรัพย์ให้สำรวจอำนาจศาล

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7649/2560 (2017)

    ในกรณีที่ตรวจพบว่าจำเลยตั้งใจยักย้ายทรัพย์ที่พิพาทให้พ้นอำนาจศาลหรือขายเพื่อวัตถุประสงค์การควบคุมคำมักจะมีมูลัสและเหตุผลของการทำหน้าที่ชั่วคราวก่อนพิพากษาตามมาตรา 255 (1) (ก)

    ฎ ศาลีกาเห็นว่าเห็นได้ชัดว่าพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่ามักจะตั้งใจยักย้ายทรัพย์ที่พิพาทให้อำนาจศาลหรือขายเพื่อบังคับใช้การบังคับตามคำบังคับใดๆคำร้องโจทก์มักจะเต็มไปด้วยความเข้มข้นและความเข้มข้นของการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามมาตรา 255 (1) (ก)

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 38 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2912/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7649/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1366/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6908/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 178/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1868/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5273/2546 (2003)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 704/2545 (2002)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

โจทก์ต้องพิสูจน์อะไรในวิธีการชั่วคราวตามมาตรา 255?

โจทก์ต้องทำให้ศาลพอใจว่าคำวิจารณ์มีคุณภาพสูงและเหตุผลดังกล่าวขอหมายถึงจำเลยตั้งใจยักย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์ให้พ้นอำนาจศาลพิจารณาอย่างสงสัยลอยๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง

ศาลยกร้องขอโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบภายใน?

หากข้อเท็จจริงที่อ้างว่าเป็นจริงจะเข้าเกณฑ์ตามมาตรา 255 ศาลควรตรวจสอบสวนก่อน นักข่าวด่วนยกคำขอการร้องขอโดยไม่ต้องมีสวนข้อเท็จจริงที่นักลงทุนกันเคยถูกวินิจฉัยว่าไม่ชอบ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 255 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 255. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-255/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 255
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-255/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-255/"><p>ในการพิจารณาอนุญาตตามคำขอที่ยื่นไว้ตามมาตรา ๒๕๔ ต้องให้เป็นที่พอใจของศาลว่า คำฟ้องมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่ขอนั้นมาใช้ได้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔ (๑) ต้องให้เป็นที่พอใจของศาลว่า (ก) จำเลยตั้งใจจะยักย้ายทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไปให้พ้นจากอำนาจศาล หรือจะโอน ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อประวิงหรือขัดขวางต่อการบังคับตามคำบังคับใด ๆ ซึ่งอาจจะออกบังคับเอาแก่จำเลยหรือเพื่อจะทำให้โจทก์เสียเปรียบ หรือ (ข) มีเหตุจำเป็นอื่นใดตามที่ศาลจะพิเคราะห์เห็นเป็นการยุติธรรมและสมควร (๒) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔ (๒) ต้องให้เป็นที่พอใจของศาลว่า (ก) จำเลยตั้งใจจะกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการละเมิด การผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง (ข) โจทก์จะได้รับความเดือดร้อนเสียหายต่อไปเนื่องจากการกระทำของจำเลย (ค) ทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยนั้นมีพฤติการณ์ว่าจะมีการกระทำให้เปลืองไปเปล่าหรือบุบสลายหรือโอนไปยังผู้อื่น หรือ (ง) มีเหตุตาม (๑) (ก) หรือ (ข) (๓) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔ (๓) ต้องให้เป็นที่พอใจของศาลว่า (ก) เป็นที่เกรงว่าจำเลยจะดำเนินการให้มีการจดทะเบียน…</p><footer>Civil Procedure Code, s. 255 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-255/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง