กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

255 — หลักเกณฑ์การอนุญาตวิธีการชั่วคราว

คนบทกฎหมาย

ในการพิจารณาอนุญาตตามคำขอที่ยื่นไว้ตามมาตรา ๒๕๔ ต้องให้เป็นที่พอใจของศาลว่า คำฟ้องมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่ขอนั้นมาใช้ได้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔
(๑) ต้องให้เป็นที่พอใจของศาลว่า (ก) จำเลยตั้งใจจะยักย้ายทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไปให้พ้นจากอำนาจศาล หรือจะโอน ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อประวิงหรือขัดขวางต่อการบังคับตามคำบังคับใด ๆ ซึ่งอาจจะออกบังคับเอาแก่จำเลยหรือเพื่อจะทำให้โจทก์เสียเปรียบ หรือ (ข) มีเหตุจำเป็นอื่นใดตามที่ศาลจะพิเคราะห์เห็นเป็นการยุติธรรมและสมควร
(๒) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔
(๒) ต้องให้เป็นที่พอใจของศาลว่า (ก) จำเลยตั้งใจจะกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการละเมิด การผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง (ข) โจทก์จะได้รับความเดือดร้อนเสียหายต่อไปเนื่องจากการกระทำของจำเลย (ค) ทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยนั้นมีพฤติการณ์ว่าจะมีการกระทำให้เปลืองไปเปล่าหรือบุบสลายหรือโอนไปยังผู้อื่น หรือ (ง) มีเหตุตาม
(๑) (ก) หรือ (ข)
(๓) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔
(๓) ต้องให้เป็นที่พอใจของศาลว่า (ก) เป็นที่เกรงว่าจำเลยจะดำเนินการให้มีการจดทะเบียน แก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือเพิกถอนการจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยหรือที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หรือ (ข) มีเหตุตาม
(๑) (ข)
(๔) ในกรณีที่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔
(๔) ต้องให้เป็นที่พอใจของศาลว่า เพื่อที่จะประวิงหรือขัดขวางต่อการพิจารณาคดีหรือการบังคับตามคำบังคับใด ๆ ซึ่งอาจจะออกบังคับเอาแก่จำเลย หรือเพื่อจะทำให้โจทก์เสียเปรียบ (ก) จำเลยซ่อนตัวเพื่อจะไม่รับหมายเรียกหรือคำสั่งของศาล (ข) จำเลยได้ยักย้ายไปให้พ้นอำนาจศาลหรือซุกซ่อนเอกสารใด ๆ ซึ่งพอจะเห็นได้ว่าจะใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในคดีที่อยู่ในระหว่างพิจารณา หรือทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเป็นที่เกรงว่าจำเลยจะจำหน่ายหรือทำลายเอกสารหรือทรัพย์สินเช่นว่านั้น หรือ (ค) ปรากฏตามกิริยาหรือตามวิธีที่จำเลยประกอบการงานหรือการค้าของตนว่าจำเลยจะหลีกหนีหรือพอเห็นได้ว่าจะหลีกหนีไปให้พ้นอำนาจศาล

คำแปลภาษาไทย

In considering whether to grant an application filed under Section 254, the court must be satisfied that the complaint has merit and that there are sufficient grounds to apply the protective measure requested, in accordance with the following criteria:
(1) Where an application is filed for the court to issue an order under Section 254(1), it must be satisfied by the court that (a) the defendant intends to remove the disputed property, or all or part of the defendant's own property, beyond the power of the court, or to transfer, sell, or dispose of such property in order to delay or obstruct the enforcement of any writ of execution that may be issued against the defendant, or to place the plaintiff at a disadvantage; or (b) there is any other necessary cause that the court considers just and proper.
(2) Where an application is filed for the court to issue an order under Section 254(2), it must be satisfied by the court that (a) the defendant intends to repeat or continue the tortious act, the breach of contract, or the act complained of; (b) the plaintiff will suffer further hardship or damage from the defendant's act; (c) the disputed property or the defendant's property is under circumstances showing that it will be wastefully expended, damaged, or transferred to another; or (d) there is a cause under (1)(a) or (b).
(3) Where an application is filed for the court to issue an order under Section 254(3), it must be satisfied by the court that (a) there is concern that the defendant will bring about the registration, the alteration of an entry in the register, or the cancellation of registration relating to the disputed property or the defendant's property, or relating to the act complained of, and such action would cause damage to the plaintiff; or (b) there is a cause under (1)(b).
(4) Where an application is filed for the court to issue an order under Section 254(4), it must be satisfied by the court that, in order to delay or obstruct the proceedings or the enforcement of any writ of execution that may be issued against the defendant, or to place the plaintiff at a disadvantage, (a) the defendant conceals himself so as to avoid receiving a summons or an order of the court; (b) the defendant has removed beyond the power of the court, or concealed, any document that may be seen as usable as evidence against the defendant in the pending case, or the disputed property or all or part of the defendant's property, or there is concern that the defendant will dispose of or destroy such document or property; or (c) it appears from the defendant's conduct, or the manner in which the defendant carries on his business or trade, that the defendant will abscond or may be seen to be about to abscond beyond the power of the court.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 255 เป็นบทกำหนดเงื่อนไขทางพยานหลักฐานสำหรับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาในภาค 4 ลักษณะ 1 หมวด 1 ใช้คู่กับมาตรา 254 ซึ่งกำหนดประเภทวิธีการที่โจทก์ขอได้ โดยมาตรา 255 กำหนดมาตรฐานที่ศาลต้องพอใจก่อนอนุญาต หลักสำคัญมีสองส่วนคือ คำฟ้องต้องมีมูล และต้องมีเหตุเพียงพอตรงกับพฤติการณ์ของแต่ละวิธีการ เช่น เจตนายักย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์ กระทำละเมิดซ้ำ เปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือหลบหนี ทั้งนี้เหตุตาม (1) นำไปใช้กับวิธีการตาม (2) และ (3) ได้ด้วย

ความสำคัญต่อ

โดยทั่วไปศาลจะไต่สวนเพื่อพิสูจน์เหตุที่กล่าวอ้างก่อนอนุญาตหรือยกคำขอ การด่วนยกคำขอโดยไม่ไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนอาจไม่ชอบ การกล่าวอ้างลอย ๆ ว่าจำเลยอาจยักย้ายทรัพย์หรือเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนโดยไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุน ถือเป็นเพียงการคาดคะเนและไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้ขอจึงควรมีพยานหลักฐานที่เป็นรูปธรรม สำหรับเจ้าหนี้ การขออายัดหรือยึดก่อนพิพากษาที่มีเหตุหนักแน่นอาจชี้ขาดผลของการบังคับชำระหนี้ในภายหลังได้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2912/2566 (2023)

    เมื่อผู้ขออ้างว่าคู่กรณีตั้งใจโอน ขาย หรือจำหน่ายทรัพย์เพื่อขัดขวางการบังคับ อาจเข้าเกณฑ์มาตรา 255 (1) (ก) ศาลควรไต่สวนหาความจริงก่อน ไม่ควรด่วนยกคำร้องโดยไม่ไต่สวน

    ผู้ร้องอ้างว่าผู้คัดค้านตั้งใจจำหน่ายทรัพย์เพื่อขัดขวางการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ศาลฎีกาเห็นว่าหากข้อเท็จจริงเป็นดังอ้างย่อมมีเหตุเพียงพอตามมาตรา 255 (1) (ก) การที่ศาลชั้นต้นด่วนยกคำร้องโดยไม่ไต่สวนจึงไม่ชอบ ให้ย้อนสำนวนไปไต่สวนและมีคำสั่งใหม่

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2124/2562 (2019)

    การเพียงคาดคะเนว่าจำเลยจะเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนโดยไม่มีข้อเท็จจริงสนับสนุน ไม่ทำให้ศาลพอใจตามมาตรา 255 ว่าจำเลยตั้งใจยักย้ายทรัพย์ให้พ้นอำนาจศาล

    คำร้องของโจทก์เป็นเพียงการคาดคะเนว่าจำเลยจะเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเพียงการคาดคะเน ไม่เข้าเกณฑ์ตามมาตรา 255 ประกอบมาตรา 254 (1) ที่ต้องให้ศาลพอใจว่าจำเลยตั้งใจยักย้ายทรัพย์ให้พ้นอำนาจศาล

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7649/2560 (2017)

    เมื่อพยานหลักฐานแสดงว่าจำเลยตั้งใจยักย้ายทรัพย์ที่พิพาทให้พ้นอำนาจศาลหรือขายเพื่อขัดขวางการบังคับ คำฟ้องย่อมมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามมาตรา 255 (1) (ก)

    ศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานแสดงว่าจำเลยทั้งสองตั้งใจยักย้ายทรัพย์ที่พิพาทให้พ้นอำนาจศาลหรือขายเพื่อขัดขวางการบังคับตามคำบังคับใด ๆ คำฟ้องโจทก์จึงมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะใช้วิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามมาตรา 255 (1) (ก)

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

โจทก์ต้องพิสูจน์อะไรเพื่อให้ได้วิธีการชั่วคราวตามมาตรา 255?

โจทก์ต้องทำให้ศาลพอใจว่าคำฟ้องมีมูลและมีเหตุตรงตามวิธีการที่ขอ เช่น จำเลยตั้งใจยักย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์ให้พ้นอำนาจศาล ความสงสัยลอย ๆ ไม่เพียงพอ

ศาลยกคำขอโดยไม่ไต่สวนได้หรือไม่?

หากข้อเท็จจริงที่อ้างเป็นจริงจะเข้าเกณฑ์ตามมาตรา 255 ศาลควรไต่สวนก่อน ไม่ควรด่วนยกคำขอ การยกคำขอโดยไม่ไต่สวนข้อเท็จจริงที่โต้แย้งกันเคยถูกวินิจฉัยว่าไม่ชอบ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น