ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 254: วิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา

ตัวบทกฎหมาย

ในคดีอื่น ๆ นอกจากคดีมโนสาเร่ โจทก์ชอบที่จะยื่นต่อศาลพร้อมกับคำฟ้องหรือในเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษา ซึ่งคำขอฝ่ายเดียว ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งภายในบังคับแห่งเงื่อนไขซึ่งจะกล่าวต่อไป เพื่อจัดให้มีวิธีคุ้มครองใด ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดหรือบางส่วนไว้ก่อนพิพากษา รวมทั้งจำนวนเงินหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกซึ่งถึงกำหนดชำระแก่จำเลย
(๒) ให้ศาลมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไป ซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญาหรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง หรือมีคำสั่งอื่นใดในอันที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายที่โจทก์อาจได้รับต่อไปเนื่องจากการกระทำของจำเลยหรือมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยโอน ขาย ยักย้ายหรือจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลย หรือมีคำสั่งให้หยุดหรือป้องกันการเปลืองไปเปล่าหรือการบุบสลายซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว ทั้งนี้ จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
(๓) ให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระงับการจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือการเพิกถอน การจดทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยหรือที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้องไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(๔) ให้จับกุมและกักขังจำเลยไว้ชั่วคราว
ในระหว่างระยะเวลานับแต่ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษา หรือคำสั่งชี้ขาดคดี หรือชี้ขาดอุทธรณ์ไปจนถึงเวลาที่ศาลชั้นต้นได้ส่งสำนวนความที่อุทธรณ์หรือฎีกาไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี คำขอตามมาตรานี้ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะสั่งอนุญาตหรือยกคำขอเช่นว่านี้

คำแปลภาษาอังกฤษ

In cases other than petty cases, the plaintiff is entitled to file with the court, together with the plaint or at any time before judgment, an ex parte application asking the court to make an order, subject to the conditions set out below, providing for any of the following protective measures:
(1) the seizure or attachment before judgment of the whole or part of the disputed property or of the defendant's property, including money or property of a third person which has fallen due to the defendant;
(2) an order temporarily restraining the defendant from repeating or continuing the tort, the breach of contract or the act complained of, or any other order to relieve the injury or damage which the plaintiff may continue to suffer from the defendant's act, or an order temporarily restraining the defendant from transferring, selling, removing or disposing of the disputed property or the defendant's property, or an order to stop or prevent the waste or deterioration of such property; in each case until the case becomes final or the court orders otherwise;
(3) an order directing the registrar, the competent official or any other person having authority under the law to suspend temporarily the registration, the alteration of a registration or the revocation of a registration relating to the disputed property or the defendant's property, or relating to the act complained of, until the case becomes final or the court orders otherwise, so far as this does not conflict with the provisions of the relevant law;
(4) the temporary arrest and detention of the defendant.
During the period from the reading by the court of first instance or the Court of Appeal of the judgment, or of the order deciding the case or deciding the appeal, until the court of first instance has sent the case file on appeal or dika to the Court of Appeal or the Supreme Court, as the case may be, an application under this section shall be filed with the court of first instance, and the court of first instance shall have power to grant or dismiss it.

ตรวจสอบกับตัวบทภาษาไทยแล้ว 6 พฤศจิกายน 2026

ต้องการทนายความ? หากมาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของท่าน ปรึกษาสำนักงานกฎหมายของเราได้ทางออนไลน์ เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ นัดปรึกษาออนไลน์ →

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 254 เป็นแกนของวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา ให้โจทก์รักษาสภาพเดิมไว้ก่อนมีคำพิพากษาเพื่อมิให้ชัยชนะในภายหลังไร้ความหมาย มีเครื่องมือสี่ประการ คือ การยึดหรืออายัดก่อนพิพากษา รวมถึงหนี้ของบุคคลภายนอกที่ถึงกำหนดชำระแก่จำเลย (อนุมาตรา 1) คำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้กระทำผิดต่อไปหรือมิให้จำหน่ายหรือทำให้ทรัพย์เสื่อมเสีย (อนุมาตรา 2) การระงับการจดทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์พิพาทหรือทรัพย์ของจำเลย (อนุมาตรา 3) และการจับกุมกักขังจำเลยชั่วคราวในกรอบเวลาที่จำกัดซึ่งผูกกับกระบวนการอุทธรณ์ (อนุมาตรา 4) คำขอเป็นคำขอฝ่ายเดียว ยื่นต่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นผู้อนุญาตหรือยกคำขอ เงื่อนไขและหลักประกันอยู่ในมาตรา 255 เป็นต้นไป และศาลใช้มาตรา 254 ในชั้นบังคับคดีไม่ได้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากคุณเกรงว่าจำเลยจะซุกซ่อนทรัพย์ ขายทรัพย์พิพาท หรือเร่งจดทะเบียนก่อนที่คุณจะชนะคดี การยื่นคำขอตามมาตรา 254 พร้อมคำฟ้องช่วยตรึงสภาพไว้แต่เนิ่นได้ และเพราะเป็นคำขอฝ่ายเดียว จำเลยจะไม่ได้รับการเตือนล่วงหน้า ควรเตรียมพยานหลักฐานสนับสนุนให้หนักแน่น เพราะศาลพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาตราถัดไปวางหลักประกันไว้ รวมถึงความรับผิดหากได้คำสั่งมาโดยมิชอบ ทั้งนี้วิธีการเหล่านี้ใช้ไม่ได้เมื่อคดีอยู่ในชั้นบังคับคดีแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8324/2560 (2017)

    โจทก์อาจขอวิธีคุ้มครองชั่วคราวตามมาตรา 254 (2) และ (3) เช่น คำสั่งห้ามชั่วคราวและการระงับการจดทะเบียน โดยยื่นคำขอมาพร้อมคำฟ้องก่อนพิพากษาได้

    โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามมาตรา 254 (2) และ (3) มาพร้อมคำฟ้อง เพื่อห้ามการกระทำของจำเลยและระงับขั้นตอนทางทะเบียนที่เกี่ยวข้องไว้ระหว่างพิจารณาคดี

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14002/2558 (2015)

    วิธีคุ้มครองชั่วคราวตามมาตรา 254 ใช้ไม่ได้เมื่อคดีอยู่ในชั้นบังคับคดีแล้ว ศาลจึงมีคำสั่งเช่นนั้นในชั้นนี้ไม่ได้

    โจทก์ขอให้ศาลฎีกาคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้จำเลยทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ศาลเห็นว่าคดีอยู่ในชั้นบังคับคดีแล้ว คำขอดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาตามมาตรา 254

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7649/2560 (2017)

    การอายัดหรือยึดทรัพย์พิพาทไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาเป็นไปตามมาตรา 254 (1) และคู่ความที่มิได้โต้แย้งว่าไม่มีเหตุเพียงพอที่จะใช้วิธีการนั้น ย่อมขอให้เพิกถอนในภายหลังด้วยเหตุนั้นไม่ได้

    จำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งว่าไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวตามมาตรา 254 (1) มาใช้ จึงไม่อาจเพิกถอนคำสั่งของศาลล่างด้วยเหตุนั้นได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 121 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2562)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

โจทก์ขอวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาได้อย่างไรบ้าง

ตามมาตรา 254 โจทก์ขอยึดหรืออายัดทรัพย์ก่อนพิพากษา คำสั่งห้ามชั่วคราว การระงับการจดทะเบียน และในกรณีจำกัด การจับกุมกักขังจำเลยชั่วคราวได้

จำเลยจะได้รับแจ้งก่อนศาลมีคำสั่งตามมาตรา 254 หรือไม่

ในชั้นยื่นคำขอไม่ต้องแจ้ง เพราะเป็นคำขอฝ่ายเดียวที่ยื่นต่อศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นผู้อนุญาตหรือยกคำขอ

ขอวิธีคุ้มครองชั่วคราวได้หรือไม่เมื่อคดีอยู่ชั้นบังคับคดี

ไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 254 ไม่ใช้ในชั้นบังคับคดี จึงขอวิธีการเหล่านี้เมื่อคดีถึงชั้นบังคับคดีแล้วไม่ได้

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 254. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-254/ (accessed 7 พฤศจิกายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 254
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-254/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-254/"><p>ในคดีอื่น ๆ นอกจากคดีมโนสาเร่ โจทก์ชอบที่จะยื่นต่อศาลพร้อมกับคำฟ้องหรือในเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษา ซึ่งคำขอฝ่ายเดียว ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งภายในบังคับแห่งเงื่อนไขซึ่งจะกล่าวต่อไป เพื่อจัดให้มีวิธีคุ้มครองใด ๆ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดหรือบางส่วนไว้ก่อนพิพากษา รวมทั้งจำนวนเงินหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกซึ่งถึงกำหนดชำระแก่จำเลย (๒) ให้ศาลมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไป ซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญาหรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง หรือมีคำสั่งอื่นใดในอันที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายที่โจทก์อาจได้รับต่อไปเนื่องจากการกระทำของจำเลยหรือมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยโอน ขาย ยักย้ายหรือจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลย หรือมีคำสั่งให้หยุดหรือป้องกันการเปลืองไปเปล่าหรือการบุบสลายซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว ทั้งนี้ จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น (๓) ให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระงับการจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือการเพิกถอน การจดทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยหรือที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้องไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (๔) ให้จับกุมและกักขังจำเลยไว้ชั่วคราว ในระหว่างระยะเวลานับแต่ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษา หรือคำสั่งชี้ขาดคดี หรือชี้ขาดอุทธรณ์ไปจนถึงเวลาที่ศาลชั้นต้นได้ส่งสำนวนความที่อุทธรณ์หรือฎีกาไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี คำขอตามมาตรานี้ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะสั่งอนุญาตหรือยกคำขอเช่นว่านี้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-254/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง