ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 264: การคุ้มครองประโยชน์คู่ความระหว่างพิจารณา

ตัวบทกฎหมาย

นอกจากกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๓ และมาตรา ๒๕๔ คู่ความชอบที่จะยื่นคำขอต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา เช่น ให้นำทรัพย์สินหรือเงินที่พิพาทมาวางต่อศาลหรือต่อบุคคลภายนอก หรือให้ตั้งผู้จัดการหรือผู้รักษาทรัพย์สินของห้างร้านที่ทำการค้าที่พิพาท หรือให้จัดให้บุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ในความปกครองของบุคคลภายนอกคำขอตามวรรคหนึ่งให้บังคับตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ มาตรา ๒๖๐ และมาตรา ๒๖๒

คำแปลภาษาอังกฤษ

นอกจากกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๓ และมาตรา ๒๕๔ คู่ความชอบที่จะยื่นคำขอต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา เช่น ให้นำทรัพย์สินหรือเงินที่พิพาทมาวางต่อศาลหรือต่อบุคคลภายนอก หรือให้ตั้งผู้จัดการหรือผู้รักษาทรัพย์สินของห้างร้านที่ทำการค้าที่พิพาท หรือให้จัดให้บุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ในความปกครองของบุคคลภายนอกคำขอตามวรรคหนึ่งให้บังคับตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ มาตรา ๒๖๐ และมาตรา ๒๖๒

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 264 เป็นบททั่วไปที่เปิดกว้างสำหรับการคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความฝ่ายผู้ขอเอง ต่างจากวิธีการที่มุ่งคุ้มครองโจทก์ตามมาตรา 254 ใช้ได้กับคู่ความฝ่ายใดก็ได้ ไม่เฉพาะโจทก์ ตัวอย่างเช่นการวางเงินที่พิพาท การตั้งผู้จัดการกิจการที่พิพาท หรือให้ผู้ไร้ความสามารถอยู่ในความดูแลของบุคคลภายนอก แสดงลักษณะที่มุ่งรักษามากกว่าบังคับ คือรักษาสิ่งที่พิพาทให้ปลอดภัยระหว่างคดีหรือเพื่อการบังคับคดี วรรคสองเชื่อมมาตรานี้เข้ากับกรอบวิธีพิจารณาโดยให้นำมาตรา 21, 25, 227, 228, 260 และ 262 มาใช้ กฎเดียวกันว่าด้วยคำขอ การอุทธรณ์ การคงวิธีการหลังพิพากษา และพฤติการณ์ที่เปลี่ยนไปจึงใช้กับคำสั่งเหล่านี้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

มาตรา 264 เป็นเครื่องมือที่เหมาะเมื่อมุ่งรักษาตัวสิ่งที่พิพาทเอง เช่น รักษารายได้ค่าเช่าในคดีทรัพย์สิน คงกิจการที่พิพาทให้ดำเนินต่อภายใต้ผู้จัดการที่เป็นกลาง หรือจัดการดูแลบุคคลที่เปราะบางในคดีครอบครัว มากกว่าการอายัดทรัพย์ทั่วไปของจำเลย คู่ความฝ่ายใดก็ใช้ได้ รวมถึงในชั้นอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่จำกัดอยู่แค่การโต้แย้งวิธีการของโจทก์ เนื่องจากตัวอย่างเป็นเพียงการยกให้เห็นและศาลมีดุลพินิจกว้าง การร่างคำขอที่ดีจึงสำคัญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2568 (2025)

    เมื่อคำพิพากษามิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวที่ศาลสั่งไว้ในระหว่างพิจารณา วิธีการชั่วคราวนั้นยังมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาตามมาตรา 260 (2) และเมื่อผู้ขอชนะคดีและบังคับคดีตามคำพิพากษาได้แล้ว ย่อมหมดความจำเป็นที่จะบังคับให้ปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอีกต่อไป ศาลจึงให้จำหน่ายคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวออกจากสารบบความ

    โจทก์ได้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างพิจารณาซึ่งจำเลยที่ 1 ยังไม่ปฏิบัติตาม และต่อมาชนะคดีทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยคำพิพากษามิได้กล่าวถึงคำสั่งดังกล่าว ศาลฎีกาปรับมาตรา 260 (2) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ว่าคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวคงมีผลเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์บังคับคดีตามคำพิพากษาได้แล้ว จึงหมดความจำเป็นที่จะบังคับให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นอีก ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 และให้จำหน่ายคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวออกจากสารบบความ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2562 (2019)

    คำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 264 เป็นคดีสาขาของคดีหลัก เมื่อคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหลักถึงที่สุดเพราะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แม้จะพิจารณาคำร้องนั้นต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ขอ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

    จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยกคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 264 ระหว่างนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ในคดีหลักซึ่งอ้างว่าผู้ซื้อทรัพย์ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงถึงที่สุด ศาลฎีกาเห็นว่าแม้พิจารณาคดีสาขาต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่จำต้องวินิจฉัยและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7788/2560 (2017)

    ฎีกาเกี่ยวกับคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ตามมาตรา 264 ย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณา เมื่อได้ความว่าไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการยึดทรัพย์หรืองดการบังคับคดีตามที่ผู้ขอร้องขอ ศาลฎีกาจึงให้จำหน่ายคดีในส่วนนั้นออกจากสารบบความโดยไม่วินิจฉัยเนื้อหา

    จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้ถอนการยึดที่ดินหกแปลงและงดการบังคับคดี ซึ่งไม่เป็นผล ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการยึดที่ดินและงดการบังคับคดีตามคำร้องฉบับลงวันที่ 28 มกราคม 2558 ฎีกาในส่วนคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณา จึงให้จำหน่ายคดีในส่วนนั้นออกจากสารบบความ โดยมิได้วินิจฉัยเนื้อหาแห่งประโยชน์ที่อ้าง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 180 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1540/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 475/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14246/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5307/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8876/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7667/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5722/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3801/2551 (2008)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

มาตรา 264 ต่างจากมาตรา 254 อย่างไร?

มาตรา 254 ให้โจทก์ขอวิธีการบังคับต่อจำเลยเพื่อประกันการบังคับคดีในที่สุด ส่วนมาตรา 264 ให้คู่ความฝ่ายใดขอวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของตนในสิ่งที่พิพาทระหว่างคดี เช่น วางเงินที่พิพาทหรือตั้งผู้จัดการ

จำเลยใช้มาตรา 264 ได้หรือไม่?

ได้ มาตรา 264 ใช้ได้กับคู่ความฝ่ายใด และอาจยื่นได้ระหว่างพิจารณา รวมถึงในชั้นอุทธรณ์ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเองในสิ่งที่พิพาท

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 264. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-264/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 264
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-264/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-264/"><p>นอกจากกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๓ และมาตรา ๒๕๔ คู่ความชอบที่จะยื่นคำขอต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา เช่น ให้นำทรัพย์สินหรือเงินที่พิพาทมาวางต่อศาลหรือต่อบุคคลภายนอก หรือให้ตั้งผู้จัดการหรือผู้รักษาทรัพย์สินของห้างร้านที่ทำการค้าที่พิพาท หรือให้จัดให้บุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่ในความปกครองของบุคคลภายนอกคำขอตามวรรคหนึ่งให้บังคับตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ มาตรา ๒๖๐ และมาตรา ๒๖๒</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-264/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง