264: การคุ้มครองประโยชน์คู่ความระหว่างพิจารณา
คนบทกฎหมาย
เหตุการณ์สำคัญที่เห็นได้ชัดคือมาตราส่วน ๓ และมาตราทั่วไปของคู่กรณีที่จะยื่นขอต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งวิธีการเพื่อคุ้มครองของผู้ขอพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา เช่น นำทรัพย์สินหรือเงินที่พิพาทมาวางต่อศาลหรือต่อบุคคลภายนอกหรือให้ตั้งผู้จัดการหรือผู้รักษาทรัพย์สินของร้านที่ทำการค้าที่พิพาทหรือให้จัดบุคคลไร้ความสามารถอยู่ในความรับรู้ของบุคคลภายนอกคำขอตามมาตราหนึ่งให้บังคับตามมาตรา ๒๑ มาตราส่วน ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ มาตรา ๒๖๐ และมาตรา ๒๖๒
คำแปลภาษาไทย
นอกเหนือจากกรณีที่ระบุไว้ในมาตรา 253 และมาตรา 254 แล้ว ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ยื่นคำร้องในระหว่างการดำเนินคดีหรือเพื่อบังคับใช้คำพิพากษา เช่น สั่งให้ทรัพย์สินหรือเงินที่พิพาทกันถูกฝากไว้กับศาลหรือบุคคลที่สาม หรือสั่งให้แต่งตั้งผู้จัดการหรือผู้ดูแลกิจการหรือร้านค้าที่พิพาทกัน หรือสั่งให้บุคคลที่ไร้ความสามารถอยู่ภายใต้การดูแลของบุคคลที่สาม การยื่นคำร้องตามวรรคแรกนั้นอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 21, มาตรา 25, มาตรา 227, มาตรา 228, มาตรา 260 และมาตรา 262.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 264 เป็นบททั่วไปสำหรับขอบเขตสำหรับในส่วนของประโยชน์ของคู่ฝ่ายผู้มีอำนาจขอเอง ส่วนจากส่วนหนึ่งของสิทธิคุ้มครองโจทก์ตามมาตรา 254 ควบคุมคู่ความฝ่ายในเวลาที่ไม่ใช่เฉพาะโจทก์เช่นผู้บริหารเงินที่พิพาทการตั้งผู้จัดการกิจการที่พิพาท หรือให้ผู้มีอำนาจไร้คุณสมบัติอยู่ในความดูแลของบุคคลภายนอก แสดงลักษณะที่รักษามากกว่าการควบคุมคือสิ่งที่พิพาทให้ปลอดภัยระหว่างคดีหรือพิจารณาคดี วรรคสองตรวจสอบมาตรานี้เป็นหลักกรอบวิธีพิจารณาโดยให้นำมาตรา 21, 25, 227, 228, 260 และ 262 ใช้กฎเดียวกันว่าด้วยการร้องขอการร้องขอความเป็นธรรมการคงวิธีการหลังพิพากษาและพฤติข้อเสียที่บางครั้งจึงกล่าวคำสั่งดังกล่าว
ความสำคัญต่อ
มาตรา 264 โดยทั่วไปที่เหมาะเมื่อมุ่งไปที่การรักษาสิ่งที่ตัวพิพาทเองหมายถึงการรักษารายได้ในคดีในกรณีที่ดูแลกิจการที่พิพาทให้ดำเนินการต่อภายใต้ผู้จัดการที่เป็นกลางหรือจัดการควบคุมส่วนต่างๆ ในคดีครอบครัวการสืบสวนและสอบสวนทั่วไปของจำเลยคู่ความความสนับสนุนใดก็ในชั้นการร้องขอความเป็นธรรม จำเลยดังนั้นจึงไม่จำกัดอยู่การสอบสวนวิธีการของโจทก์และตัวอย่างเพียงการยกขึ้นและศาลมีดุลพินิจกว้างการร่างองค์กรที่ดีจึงมีความสำคัญ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1540/2568 (2025)
ตามมาตรา 264 วรรคหนึ่งคู่ความอาจขอวิธีการเพื่อการคุ้มครองผลประโยชน์ระหว่างการพิจารณา เช่น ให้คู่กรณีนำเงินรายได้ที่พิพาทซึ่งผู้ร้องขอมีสิทธิได้รับมาวางต่อศาล
โจทก์ยื่นคำร้องตามมาตรา 264 วรรคหนึ่งการคุ้มครองประโยชน์ระหว่างการพิจารณาโดยให้จำเลยที่ 1 นำเงินค่าเสียหายจากพื้นที่ออกให้ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับมาวางศาลฎีการ้องขอต่อการใช้อำนาจคุ้มครองตามมาตรา 264 โดยชอบ
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 475/2562 (2019)
คู่ความอาจยื่นคำขอตามมาตรา 264 ให้เพิ่มความเป็นประโยชน์ระหว่างการพิจารณาในชั้นหนังสือร้องขอวีซ่า เช่น ขออาศัยในบ้านที่พิพาทระหว่างรอคำพิพากษาศาลยุติธรรมศาลจะเปิดโอกาสให้ผู้ขอมีประโยชน์และควรพิจารณาตัวเลือก
ศาลไม่รับคำให้การหลังจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นจดหมายและยื่นคำร้องตามมาตรา 264 ขอวิธีการคุ้มครองประโยชน์ในการพิจารณาของศาลยุติธรรม โดยขออาศัยบ้านที่พิพาทระหว่างรอคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 264 ขอวิธีการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ขอระหว่างคดี
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7788/2560 (2017)
มาตรา 264 จำเลยก็อาจยกขึ้นขึ้นได้ตามปกติโจทก์เพื่อขอวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอและศาลจะวินิจฉัยคำขอนั้นตามเนื้อหา
จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องตามมาตรา 264 ขอให้ศาลกำหนดวิธีการคุ้มครองผลประโยชน์ของศาลชั้นยกคำร้องขอและศาลยุติธรรมพิพากษายืนโดยร้องขอคุ้มครองตามมาตรา 264 ที่ต้องพิจารณาตามเนื้อหา
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 180 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1540/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 475/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14246/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5307/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8876/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7667/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5722/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3801/2551 (2008)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
มาตรา 264 ต่างจากมาตรา 254 อย่างไร?
มาตรา 254 ให้โจทก์ขอวิธีการบังคับต่อจำเลยเพื่อประกันการบังคับคดีส่วนสำคัญมาตรา 264 ให้คู่ความฝ่ายใดขอวิธีการคุ้มครองผลประโยชน์ของส่วนพิพาทระหว่างคดี เช่น เปิดเผยเงินที่พิพาทหรือตั้งผู้จัดการ
จำเลยใช้มาตรา 264 ได้เลย?
ได้มาตรา 264 สามารถใช้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ในระหว่างการพิจารณาในชั้นหนังสือร้องเรียนเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ขอเองในภายหลังพิพาท
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 264 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 264. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-264/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 264 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-264/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-264/"><p>เหตุการณ์สำคัญที่เห็นได้ชัดคือมาตราส่วน ๓ และมาตราทั่วไปของคู่กรณีที่จะยื่นขอต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งวิธีการเพื่อคุ้มครองของผู้ขอพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา เช่น นำทรัพย์สินหรือเงินที่พิพาทมาวางต่อศาลหรือต่อบุคคลภายนอกหรือให้ตั้งผู้จัดการหรือผู้รักษาทรัพย์สินของร้านที่ทำการค้าที่พิพาทหรือให้จัดบุคคลไร้ความสามารถอยู่ในความรับรู้ของบุคคลภายนอกคำขอตามมาตราหนึ่งให้บังคับตามมาตรา ๒๑ มาตราส่วน ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ มาตรา ๒๖๐ และมาตรา ๒๖๒</p><footer>Civil Procedure Code, s. 264 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-264/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา