ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 231: การทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์

ตัวบทกฎหมาย

การยื่นอุทธรณ์ย่อมไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น แต่คู่ความที่ยื่นอุทธรณ์อาจยื่นคำขอต่อศาลอุทธรณ์ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษา โดยทำเป็นคำร้องชี้แจงเหตุผลอันสมควรแห่งการขอ ให้ศาลอุทธรณ์ทุเลาการบังคับไว้คำขอเช่นว่านั้น ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นต่อศาลชั้นต้นได้จนถึงเวลาที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์ ถ้าภายหลังศาลได้มีคำสั่งเช่นว่านี้แล้ว ให้ยื่นตรงต่อศาลอุทธรณ์ ถ้าได้ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นก็ให้ศาลรีบส่งคำขอนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่ง เมื่อศาลชั้นต้นได้รับคำขอไว้ก็ให้มีอำนาจทำคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้รอคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลอุทธรณ์ในคำขอเช่นว่านั้นถ้าผู้อุทธรณ์วางเงินต่อศาลชั้นต้นเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนเช่นว่านี้จนเป็นที่พอใจของศาล ให้ศาลที่กล่าวมาแล้วงดการบังคับคดีไว้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๒
(๑) เมื่อได้รับคำขอเช่นว่านี้ ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินก็ได้ โดยมิต้องฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ถือว่าคำสั่งนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะได้ฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งในภายหลัง ถ้าศาลมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ตามที่ขอ คำสั่งนี้อาจอยู่ภายใต้บังคับเงื่อนไขใด ๆ หรือไม่ก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์ทำทัณฑ์บนว่าจะไม่ยักย้ายจำหน่ายทรัพย์สินของตนในระหว่างอุทธรณ์ หรือให้หาประกันมาให้ศาลให้พอกับเงินที่ต้องใช้ตามคำพิพากษาหรือจะให้วางเงินจำนวนนั้นต่อศาลก็ได้ ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ศาลจะสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้อุทธรณ์นั้นก็ได้ และถ้าทรัพย์สินเช่นว่านั้น หรือส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ ศาลอาจมีคำสั่งให้เอาออกขายทอดตลาดก็ได้ ถ้าปรากฏว่าการขายนั้นเป็นการจำเป็นและสมควร เพราะทรัพย์สินนั้นมีสภาพเป็นของเสียได้ง่ายหรือว่าการเก็บรักษาไว้ในระหว่างอุทธรณ์น่าจะนำไปสู่ความยุ่งยากหรือจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก

คำแปลภาษาอังกฤษ

The lodging of an appeal does not operate to stay execution under the judgment or order of the court of first instance. However, a party who has lodged an appeal may, at any time before judgment, apply to the appellate court, by motion setting out reasonable grounds for the application, for a stay of execution. Such an application may be filed by the appellant with the court of first instance until the time the court makes an order granting leave to appeal; after the court has made such an order, it shall be filed directly with the appellate court. If the application is filed with the court of first instance, that court shall promptly forward it to the appellate court. In a case of extreme urgency, when the court of first instance has received the application, it shall have power to order a stay of execution pending the appellate court's decision on that application. If the appellant deposits with the court of first instance a sum sufficient to satisfy the judgment debt, including the fees for the action and for execution, or provides security for such a sum to the satisfaction of the court, the aforementioned court shall stay execution as provided in Section 292.
(1) Upon receiving such an application, the appellate court may grant a stay of execution in a case of urgency without hearing the other party; but in such a case, this order shall be regarded as provisional until the court has subsequently heard the other party. If the court orders a stay of execution as applied for, this order may or may not be subject to any conditions. The court may order the appellant to give an undertaking not to move or dispose of his property during the appeal, or to provide security to the court sufficient for the sum payable under the judgment, or to deposit that sum with the court. If the appellant fails to comply with that order, the court may order the seizure or attachment of the appellant's property; and if such property, or any part of it, is movable property, the court may order it to be sold by public auction if it appears that the sale is necessary and proper because the property is perishable or because keeping it during the appeal would likely lead to difficulty or require a large expense.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 231 วางหลักว่าการอุทธรณ์ไม่ทำให้การบังคับคดีหยุด แล้วกำหนดช่องทางขอทุเลา อำนาจสั่งทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์เป็นของศาลอุทธรณ์ โดยยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นได้จนกว่าจะมีคำสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์ หลังจากนั้นให้ยื่นตรงต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นคงมีอำนาจสั่งทุเลาชั่วคราวได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง อีกช่องทางหนึ่งคือการวางเงินหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมหรือหาประกันที่ศาลพอใจ ซึ่งทำให้งดการบังคับคดีตามมาตรา 292 อนุมาตรา (1) ให้เครื่องมือแก่ศาลอุทธรณ์อย่างยืดหยุ่น

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

พึงถือว่าฝ่ายชนะบังคับคดีได้ทันทีที่มีคำพิพากษา หากการบังคับคดีจะก่อความเสียหายจริง ควรยื่นคำขอทุเลาโดยเร็วและชี้แจงเหตุฉุกเฉิน โปรดจำว่าการสั่งทุเลาเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์สั่งเรื่องทุเลาหรือเงื่อนไขเช่นการขยายเวลาหาประกันแล้ว คำสั่งนั้นโดยทั่วไปเป็นที่สุด ฎีกาคัดค้านไม่ได้ วิธีที่แน่นอนที่สุดมักเป็นการวางเงินเต็มจำนวนพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมหรือหาประกัน ซึ่งทำให้งดการบังคับคดีตามมาตรา 292

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559 (2016)

    เมื่อผู้อุทธรณ์หาประกันโดยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารซึ่งเพียงพอต่อจำนวนหนี้มาวาง ศาลสั่งให้งดการบังคับคดีตามมาตรา 231 วรรคสาม และให้ถอนการอายัดที่มีอยู่

    ภายหลังบัญชีเงินฝากของจำเลยถูกอายัด จำเลยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารซึ่งเกินกว่าจำนวนที่พิพาทมาวางเป็นประกัน ศาลชั้นต้นสั่งให้งดการบังคับคดีตามมาตรา 231 วรรคสาม และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการอายัดบัญชี

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558 (2015)

    การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ ซึ่งอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ตามมาตรา 231 เป็นวิธีการพิเศษที่ไม่อยู่ในบังคับอุทธรณ์ฎีกาอย่างเรื่องอื่น

    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้น ๆ ไป การขอทุเลาในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขได้ตามมาตรา 231 ผู้สืบสิทธิของจำเลยจึงฎีกาคำสั่งที่ต่อเนื่องกับคำสั่งทุเลาไม่ได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559 (2016)

    การวินิจฉัยคำร้องขอขยายระยะเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขของการทุเลาการบังคับ เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเลาการบังคับ ซึ่งเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 231 เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลา คำพิพากษานั้นย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 147 วรรคหนึ่ง คู่ความจึงไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้าน รวมทั้งฎีกาที่คัดค้านว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับ

    ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยมีเงื่อนไขให้จำเลยหาประกันมาวางภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลา 3 ครั้ง รวมกว่าสองเดือน และไม่อนุญาตในครั้งที่ 4 เพราะจำเลยไม่มีพยานหลักฐานแสดงว่าได้ขวนขวายหาประกันอย่างเต็มความสามารถ การทุเลาการบังคับจึงตกไป ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเรื่องการขยายระยะเวลาหาประกันเป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเลาการบังคับ อันเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 231 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 147 วรรคหนึ่ง จำเลยไม่มีสิทธิฎีกา รวมทั้งข้อที่ว่าศาลชั้นต้นต้องส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์สั่ง การที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาจึงไม่ชอบ พิพากษายกฎีกาและคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 462 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2559)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3274/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2676/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3386-3387/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10731/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6798/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 18532/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13669/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12104/2553 (2010)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

การยื่นอุทธรณ์ทำให้การบังคับคดีหยุดหรือไม่

ไม่ ตามมาตรา 231 การยื่นอุทธรณ์ไม่ทำให้การบังคับคดีหยุด ต้องยื่นคำขอทุเลาต่างหากซึ่งศาลอุทธรณ์เป็นผู้สั่ง หรือวางเงินตามคำพิพากษาหรือหาประกัน

จะทำให้ได้รับการงดการบังคับคดีอย่างแน่นอนได้อย่างไร

วางเงินต่อศาลชั้นต้นเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องและการบังคับคดี หรือหาประกันที่ศาลพอใจ ซึ่งทำให้งดการบังคับคดีตามมาตรา 292

คำสั่งของศาลอุทธรณ์เรื่องทุเลาการบังคับฎีกาได้หรือไม่

โดยทั่วไปไม่ได้ การสั่งทุเลาและกำหนดเงื่อนไขเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลอุทธรณ์ ศาลเคยวินิจฉัยว่าคำสั่งเช่นนี้เป็นที่สุด ฎีกาคัดค้านไม่ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 231. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-231/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 231
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-231/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-231/"><p>การยื่นอุทธรณ์ย่อมไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น แต่คู่ความที่ยื่นอุทธรณ์อาจยื่นคำขอต่อศาลอุทธรณ์ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษา โดยทำเป็นคำร้องชี้แจงเหตุผลอันสมควรแห่งการขอ ให้ศาลอุทธรณ์ทุเลาการบังคับไว้คำขอเช่นว่านั้น ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นต่อศาลชั้นต้นได้จนถึงเวลาที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์ ถ้าภายหลังศาลได้มีคำสั่งเช่นว่านี้แล้ว ให้ยื่นตรงต่อศาลอุทธรณ์ ถ้าได้ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นก็ให้ศาลรีบส่งคำขอนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่ง เมื่อศาลชั้นต้นได้รับคำขอไว้ก็ให้มีอำนาจทำคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้รอคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลอุทธรณ์ในคำขอเช่นว่านั้นถ้าผู้อุทธรณ์วางเงินต่อศาลชั้นต้นเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนเช่นว่านี้จนเป็นที่พอใจของศาล ให้ศาลที่กล่าวมาแล้วงดการบังคับคดีไว้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๒ (๑) เมื่อได้รับคำขอเช่นว่านี้ ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินก็ได้ โดยมิต้องฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ถือว่าคำสั่งนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะได้ฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งในภายหลัง ถ้าศาลมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ตามที่ขอ คำสั่งนี้อาจอยู่ภายใต้บังคับเงื่อนไขใด ๆ หรือไม่ก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์ทำทัณฑ์บนว่าจะไม่ยักย้ายจำหน่ายทรัพย์สินของตนในระหว่างอุทธรณ์ หรือให้หาประกันมาให้ศาลให้พอกับเงินที่ต้องใช้ตามคำพิพากษาหรือจะให้วางเงินจำนวนนั้นต่อศาลก็ได้ ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ศาลจะสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้อุทธรณ์นั้นก็ได้ และถ้าทรัพย์สินเช่นว่านั้น หรือส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ ศาลอาจมีคำสั่งให้เอาออกขายทอดตลาดก็ได้ ถ้าปรากฏว่าการขายนั้นเป็นการจำเป็นและสมควร เพราะทรัพย์สินนั้นมีสภาพเป็นของเสียได้ง่ายหรือว่าการเก็บรักษาไว้ในระหว่างอุทธรณ์น่าจะนำไปสู่ความยุ่งยากหรือจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-231/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง