ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 147: คำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อใด

ตัวบทกฎหมาย

คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ซึ่งตามกฎหมายจะอุทธรณ์หรือฎีกาหรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ไม่ได้นั้น ให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านเป็นต้นไปคำพิพากษาหรือคำสั่งใด ซึ่งอาจอุทธรณ์ฎีกา หรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ได้นั้น ถ้ามิได้อุทธรณ์ ฎีกาหรือร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายในเวลาที่กำหนดไว้ ให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่ระยะเวลาเช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง ถ้าได้มีอุทธรณ์ ฎีกา หรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ และศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาหรือศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาคดีเรื่องนั้นใหม่ มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๒ คำพิพากษาหรือคำสั่งเช่นว่านั้นให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาคดีนั้น ให้ออกใบสำคัญแสดงว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนั้นได้ถึงที่สุดแล้ว

คำแปลภาษาอังกฤษ

A judgment or order which by law cannot be appealed, further appealed, or made the subject of an application for a new trial, shall be deemed final from the day it is read onward. A judgment or order which may be appealed, further appealed, or made the subject of an application for a new trial shall, if no appeal, further appeal, or application for a new trial is made within the fixed time, be deemed final from the time that period expires. If an appeal, further appeal, or application for a new trial has been made, and the appeal court, the Supreme Court, or the court of first instance retrying the case, orders the case to be struck off the case list as provided in Section 132, that judgment or order shall be deemed final from the day the order striking the case off the case list is made. Either party may file an application with the court of first instance that tried the case for the issue of a certificate showing that the judgment or order in that case has become final.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 147 กำหนดจุดที่คำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งสำคัญเพราะความถึงที่สุดเป็นจุดเริ่มนับกำหนดเวลาอื่นหลายอย่าง รวมถึงอายุความบังคับคดีและคำร้องที่เกี่ยวข้อง คำพิพากษาที่อุทธรณ์ไม่ได้ถึงที่สุดนับแต่วันอ่าน คำพิพากษาที่อุทธรณ์ได้ถึงที่สุดเมื่อพ้นกำหนดอุทธรณ์โดยไม่มีผู้อุทธรณ์ และกรณีจำหน่ายคดีจากสารบบตามมาตรา 132 ถึงที่สุดนับแต่วันมีคำสั่งจำหน่าย บทนี้ยังให้คู่ความขอใบสำคัญแสดงความถึงที่สุดจากศาลชั้นต้น ซึ่งมักต้องใช้พิสูจน์ต่อบุคคลภายนอกหรือเจ้าหน้าที่ เพราะวันถึงที่สุดถูกอ้างในกฎหมายหลายฉบับ ศาลจึงมักใช้มาตรา 147 วรรคสองแม้ในคดีอาญาเพื่อกำหนดว่าคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อใด

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

การรู้ว่าคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อใดสำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มนับกำหนดบังคับคดีและอาจเป็นการปิดโอกาสอุทธรณ์ หากอุทธรณ์ไม่ได้ ถึงที่สุดในวันอ่าน หากอุทธรณ์ได้ ถึงที่สุดเมื่อพ้นกำหนดอุทธรณ์โดยไม่มีผู้อุทธรณ์ เมื่อต้องพิสูจน์ความถึงที่สุด เช่น เพื่อบังคับคดีหรือจดทะเบียนผล ให้ขอใบสำคัญแสดงความถึงที่สุดจากศาลชั้นต้น หากไม่แน่ใจว่าคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วหรือยังอุทธรณ์ได้ ควรรีบปรึกษาทนาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567 (2024)

    ตามมาตรา 147 วรรคสอง คำพิพากษาที่อุทธรณ์ได้แต่มิได้อุทธรณ์ภายในกำหนดถือเป็นที่สุดเมื่อพ้นกำหนดนั้น คือเมื่อครบหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษา

    ในการวินิจฉัยว่าคำพิพากษาคดีอาญาถึงที่สุดเมื่อใดเพื่อการร้องขอคืนของกลาง ศาลใช้มาตรา 147 วรรคสองว่าคำพิพากษาที่อุทธรณ์ได้แต่ไม่อุทธรณ์ในกำหนดถึงที่สุดเมื่อพ้นกำหนด คือหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษา

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2566 (2023)

    เมื่อคู่ความขอถอนฎีกาและศาลอนุญาต คำพิพากษาเดิมย่อมถึงที่สุดนับแต่วันที่ถอนตามมาตรา 147 วรรคสอง และผูกพันคู่ความนับแต่นั้น

    คู่ความยื่นฎีกาแล้วต่อมาขอถอนและศาลอนุญาต ศาลวินิจฉัยว่าคดีเดิมถึงที่สุดนับแต่วันถอนตามมาตรา 147 วรรคสอง และผูกพันคู่ความนับแต่นั้น จำเลยจึงไม่อาจไม่ยอมรับผลคำพิพากษาได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2565 (2022)

    คำพิพากษาที่ไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดหนึ่งเดือนถึงที่สุดเมื่อพ้นหนึ่งเดือนนับแต่วันพิพากษา ตามมาตรา 147 วรรคสอง และวันถึงที่สุดนั้นเป็นจุดเริ่มนับกำหนดเวลาที่วัดจากวันดังกล่าว

    คำพิพากษาคดีอาญาก่อนซึ่งพิพากษาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 ไม่มีการอุทธรณ์ ศาลจึงวินิจฉัยว่าถึงที่สุดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2554 ตามมาตรา 147 วรรคสอง ประกอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและคดียาเสพติด วันถึงที่สุดนั้นเป็นจุดเริ่มนับอายุความบังคับโทษ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 95 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2311/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 185/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1201/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1142/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5984/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 917/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1837/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4966/2562 (2019)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อใด

ตามมาตรา 147 คำพิพากษาที่อุทธรณ์ไม่ได้ถึงที่สุดนับแต่วันอ่าน ส่วนคำพิพากษาที่อุทธรณ์ได้ถึงที่สุดเมื่อพ้นกำหนดอุทธรณ์โดยไม่มีผู้อุทธรณ์

จะพิสูจน์ว่าคำพิพากษาถึงที่สุดได้อย่างไร

มาตรา 147 ให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดี ให้ออกใบสำคัญแสดงว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147
  • อ้างอิงแบบวิชาการ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ประเทศไทย), มาตรา 147. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-147/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 147
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-147/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-147/"><p>คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ซึ่งตามกฎหมายจะอุทธรณ์หรือฎีกาหรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ไม่ได้นั้น ให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านเป็นต้นไปคำพิพากษาหรือคำสั่งใด ซึ่งอาจอุทธรณ์ฎีกา หรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ได้นั้น ถ้ามิได้อุทธรณ์ ฎีกาหรือร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายในเวลาที่กำหนดไว้ ให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่ระยะเวลาเช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง ถ้าได้มีอุทธรณ์ ฎีกา หรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ และศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาหรือศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาคดีเรื่องนั้นใหม่ มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๒ คำพิพากษาหรือคำสั่งเช่นว่านั้นให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาคดีนั้น ให้ออกใบสำคัญแสดงว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนั้นได้ถึงที่สุดแล้ว</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-147/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง