กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

271 — ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดี

คนบทกฎหมาย

ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีซึ่งมีอำนาจกำหนดวิธีการบังคับคดีตามมาตรา ๒๗๖ และมีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดหรือทำคำสั่งในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น หรือตามที่มีกฎหมายบัญญัติ
ถ้าศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาได้ส่งคดีไปยังศาลชั้นต้นแห่งอื่นที่มิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์หรือฎีกานั้นเพื่อการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามมาตรา ๒๔๓
(๒) และ
(๓) ให้ศาลที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่นั้นเป็นศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดี เว้นแต่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ในกรณีที่จะต้องบังคับคดีนอกเขตศาล ให้ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีมีอำนาจตั้งให้ศาลอื่นบังคับคดีแทนได้ หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำแถลงหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานให้ศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนทราบพร้อมด้วยสำเนาหมายบังคับคดีหรือสำเนาคำสั่งกำหนดวิธีการบังคับคดี ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลดังกล่าวแจ้งให้ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีทราบโดยไม่ชักช้า และให้ศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือมีคำสั่งอื่นใดเพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป
ถ้าเป็นการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้อง ให้ศาลที่บังคับคดีแทนส่งทรัพย์สินที่ได้จากการยึดหรืออายัดหรือเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินนั้น แล้วแต่กรณี ไปยังศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีเพื่อดำเนินการไปตามกฎหมาย
ในกรณีที่มีการบังคับคดีนอกเขตศาลโดยบกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมาย ให้ศาลที่บังคับคดีแทนมีอำนาจสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวงหรือวิธีการบังคับคดีใด ๆ โดยเฉพาะ หรือมีคำสั่งกำหนดวิธีการอย่างใดแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมายนั้น รวมถึงดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องได้ เว้นแต่เมื่อการบังคับคดีได้เสร็จสิ้นและแจ้งผลการบังคับคดีไปยังศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีแล้ว ให้เป็นอำนาจของศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีเท่านั้น

คำแปลภาษาไทย

The court with power of execution, being the court with power to determine the method of execution under Section 276 and to render a decision or make an order on any matter relating to the enforcement of a judgment or order, is the court that tried and adjudicated the case at first instance, or as otherwise provided by law.
If the Court of Appeal or the Supreme Court has remitted the case to another court of first instance which did not render the judgment or order appealed against, for retrial and a new judgment under Section 243(2) and (3), the court that renders the new judgment or order shall be the court with power of execution, unless the Court of Appeal or the Supreme Court, as the case may be, has provided otherwise.
Where execution must be carried out beyond the court's jurisdiction, the court with power of execution may appoint another court to enforce on its behalf; or the judgment creditor may file a statement, or the executing officer may report, to the court where execution is to be carried out on its behalf, together with a copy of the writ of execution or a copy of the order determining the method of execution. In such a case, that court shall notify the court with power of execution without delay, and the court carrying out execution on its behalf shall appoint an executing officer or make any other order to proceed with the execution.
In the case of seizure of property or attachment of a claim, the court carrying out execution on behalf shall send the property obtained from the seizure or attachment, or the money obtained from the sale of such property, as the case may be, to the court with power of execution to proceed according to law.
Where execution beyond the court's jurisdiction is carried out defectively, erroneously, or unlawfully, the court carrying out execution on behalf shall have power to order the revocation or correction of all execution proceedings or any particular execution method, or to make an order directing any method to the executing officer to correct the defect, error, or unlawfulness, including conducting any related proceedings, except that once execution has been completed and the result reported to the court with power of execution, the matter shall be within the power of the court with power of execution alone.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 271 เป็นบทเปิดภาค 4 ลักษณะ 2 ส่วนที่ 1 ว่าด้วยศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดี และเป็นหลักยึดของชั้นบังคับคดีทั้งหมด โดยกำหนดเขตอำนาจว่าศาลชั้นต้นที่ตัดสินคดีเป็นผู้กำหนดวิธีการบังคับคดีตามมาตรา 276 และวินิจฉัยทุกปัญหาที่เกิดในการบังคับคดี หากศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาส่งคดีไปพิจารณาใหม่ตามมาตรา 243 (2) และ (3) อำนาจบังคับคดีย่อมตกแก่ศาลที่มีคำพิพากษาใหม่ วรรคต่อ ๆ มาซึ่งปรับปรุงเรื่องการบังคับคดีข้ามเขต ให้ศาลที่มีอำนาจบังคับคดีตั้งศาลในเขตที่ทรัพย์ตั้งอยู่ให้บังคับคดีแทน ให้ศาลนั้นแก้ไขการบังคับคดีนอกเขตที่บกพร่อง และให้ส่งทรัพย์หรือเงินที่ได้กลับไปยังศาลที่มีอำนาจบังคับคดี

ความสำคัญต่อ

การเลือกศาลให้ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ หากเห็นว่าการขายทอดตลาดหรือขั้นตอนบังคับคดีใดไม่ชอบ ต้องยื่นคำร้องในคดีเดิมต่อศาลที่มีอำนาจบังคับคดีตามมาตรา 271 ประกอบมาตรา 7 (2) มิใช่ฟ้องเป็นคดีใหม่ การฟ้องเพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นคดีต่างหากอาจถูกยกเพราะไม่มีอำนาจ ศาลเดียวกันนี้ยังวินิจฉัยข้อโต้แย้งว่าบังคับคดีเกินคำพิพากษาหรือไม่ เช่น ปัญหาแนวเขตหรือการรังวัดในคดีที่ดิน สำหรับเจ้าหนี้ที่ติดตามทรัพย์ข้ามจังหวัด มาตรานี้ทำให้การบังคับคดีนอกเขตทำได้จริง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567 (2024)

    ผู้ที่อ้างว่าการขายทอดตลาดในชั้นบังคับคดีไม่ชอบต้องยื่นคำร้องในคดีเดิมต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ตามมาตรา 7 (2) ประกอบมาตรา 271 เพื่อให้ศาลไต่สวนและเพิกถอนหรือแก้ไขการบังคับคดี ผู้นั้นไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นคดีใหม่

    โจทก์อ้างว่าการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทไม่ชอบเพราะจำเลยมิใช่เจ้าของที่แท้จริงและโฉนดออกโดยไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นว่าต้องยื่นคำร้องในคดีเดิมต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีตามมาตรา 7 (2) ประกอบมาตรา 271 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นคดีใหม่ แม้คำฟ้องจะเกี่ยวกับการเพิกถอนโฉนดที่ดินด้วยก็ตาม

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566 (2023)

    ผู้ที่โต้แย้งวิธีการบังคับคดีตามคำพิพากษา เช่น ขอบเขตการรังวัดที่ดินในชั้นบังคับคดี อาจยื่นคำขอต่อศาลที่มีอำนาจบังคับคดีตามมาตรา 271 เพื่อให้กำหนดวิธีการบังคับคดีและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาการบังคับคดีนั้น

    ผู้ร้องอ้างว่าการบังคับคดีทำไปโดยไม่ถูกต้อง เพราะสำนักงานที่ดินรังวัดออกโฉนดใหม่เกินจากรูปแผนที่พิพาท จึงขอให้ศาลกำหนดวิธีการบังคับคดีและวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับการบังคับคดีตามมาตรา 271 โดยถือว่าศาลที่มีอำนาจบังคับคดีเป็นเวทีที่ถูกต้องสำหรับข้อโต้แย้งนี้ มิใช่การฟ้องเป็นคดีต่างหาก

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ศาลใดเป็นผู้ดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษา?

ตามมาตรา 271 โดยปกติคือศาลชั้นต้นที่พิจารณาและตัดสินคดี ศาลนั้นเป็นผู้กำหนดวิธีการบังคับคดีและวินิจฉัยเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการบังคับคดี เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

จะโต้แย้งการขายทอดตลาดหรือการบังคับคดีที่ไม่ชอบได้อย่างไร?

ต้องยื่นคำร้องในคดีเดิมต่อศาลที่มีอำนาจบังคับคดีตามมาตรา 271 ประกอบมาตรา 7 (2) การฟ้องเป็นคดีใหม่เพื่อเพิกถอนการขายทอดตลาดอาจถูกยก เพราะศาลนั้นเท่านั้นที่มีอำนาจเหนือการบังคับคดี

ถ้าทรัพย์อยู่นอกเขตศาลจะทำอย่างไร?

ศาลที่มีอำนาจบังคับคดีอาจตั้งศาลในเขตที่ทรัพย์ตั้งอยู่ให้บังคับคดีแทน ศาลนั้นตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี แก้ไขการบังคับคดีที่บกพร่องได้ และต้องส่งทรัพย์ที่ยึดหรือเงินที่ขายได้กลับไปยังศาลที่มีอำนาจบังคับคดี

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น