ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 292: เหตุที่เจ้าพนักงานต้องถอนการบังคับคดี
ตัวบทกฎหมาย
ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ถอนการบังคับคดีเนื่องจากลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นอุทธรณ์หรือฎีกา และได้วางเงินต่อศาลเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมและค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาลสำหรับจำนวนเงินเช่นว่านี้
(๒) เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ถอนการบังคับคดีเนื่องจากคำพิพากษาในระหว่างบังคับคดีได้ถูกกลับหรือถูกยก หรือหมายบังคับคดีได้ถูกเพิกถอน แต่ถ้าคำพิพากษาในระหว่างบังคับคดีนั้นได้ถูกกลับแต่เพียงบางส่วน การบังคับคดีอาจดำเนินการต่อไปจนกว่าเงินที่รวบรวมได้นั้นจะพอชำระแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
(๓) เมื่อศาลได้แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา ๑๙๙ เบญจ วรรคสาม หรือมาตรา ๒๐๗
(๔) เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ถอนการบังคับคดีตามมาตรา ๒๙๓
(๕) เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมและค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี
(๖) เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าตนสละสิทธิในการบังคับคดี ในกรณีเช่นว่านี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้นจะบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาสำหรับหนี้นั้นอีกมิได้
(๗) เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าตนขอถอนการบังคับคดี
คำแปลภาษาอังกฤษ
The executing officer shall withdraw the execution in the following cases:
(1) where the court has ordered the withdrawal of the execution because the judgment debtor has filed an appeal or a further appeal and has deposited with the court a sum sufficient to pay the judgment debt together with the costs and the execution fees, or has furnished security to the satisfaction of the court for such sum;
(2) where the court has ordered the withdrawal of the execution because the judgment has, during the execution, been reversed or set aside, or the writ of execution has been revoked; but if the judgment has been reversed only in part, the execution may proceed until the money collected is sufficient to pay the judgment creditor;
(3) where the court has notified the executing officer that it has ordered a new trial under Section 199 quinque, paragraph three, or Section 207;
(4) where the court has ordered the withdrawal of the execution under Section 293;
(5) where the judgment debtor has deposited money with the executing officer in payment of the judgment debt together with the costs and the execution fees;
(6) where the judgment creditor has notified the executing officer in writing that he waives his right to execution. In such case, that judgment creditor may not again execute against the judgment debtor for that debt;
(7) where the judgment creditor has notified the executing officer in writing that he requests the withdrawal of the execution.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 292 เป็นบทเริ่มต้นของส่วนที่ 9 ว่าด้วยการถอนการบังคับคดี และระบุเหตุที่เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องยุติการบังคับคดี ซึ่งต่างจากการเพียงงดตามส่วนที่ 8 เหตุต่างๆ ครอบคลุมการถอนที่มาจากศาล การชำระหนี้ครบถ้วนของลูกหนี้ และการสละสิทธิหรือการขอถอนของเจ้าหนี้เอง จุดสำคัญคือความแตกต่างระหว่าง (6) การสละสิทธิซึ่งตัดการบังคับคดีในหนี้นั้นอีก กับ (7) การขอถอนซึ่งไม่ตัดสิทธิ การจัดประเภทของแต่ละเหตุยังกำหนดว่าใครต้องรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีตามมาตรา 169/2 ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการฟ้องร้องบ่อย มาตรานี้เป็นเลขตามการปรับปรุง พ.ศ. 2560
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การเลือกระหว่างการสละสิทธิตาม (6) กับการขอถอนตาม (7) มีผลถาวร หากสละสิทธิจะบังคับหนี้นั้นอีกไม่ได้ เจ้าหนี้ที่เพียงตกลงชั่วคราวจึงควรใช้ (7) ไม่ใช่ (6) เหตุที่ยุติการบังคับคดียังชี้ขาดว่าใครต้องชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายตามมาตรา 169/2 ทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้จึงต้องใส่ใจว่าอนุมาตราใดใช้บังคับ ก่อนลงนามในหนังสือสละสิทธิหรือถอนการบังคับคดี ควรตรวจถ้อยคำกับทนายความด้านการบังคับคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2567 (2024)
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ขอยึดต้องรับผิดค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายเฉพาะเมื่อการบังคับคดียุติด้วยเหตุตามมาตรา 292 (2) (3) (4) (6) หรือ (7) เมื่อทรัพย์ที่ยึดขายไม่ได้เพราะการใช้อำนาจโดยชอบของเจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งมิใช่ความผิดของเจ้าหนี้ และไม่ต้องด้วยเหตุถอนดังกล่าว เจ้าหนี้จึงไม่ต้องรับผิดค่าธรรมเนียมนั้น
อาคารที่ถูกยึดถูกเจ้าพนักงานท้องถิ่นรื้อถอนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร จึงไม่อาจนำออกขายทอดตลาดได้ ศาลวินิจฉัยว่ามิใช่ความผิดของเจ้าหนี้และมิใช่การถอนการบังคับคดีตามมาตรา 292 (2) (3) (4) (6) และ (7) จึงไม่มีเหตุให้เจ้าหนี้ต้องรับผิดค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขาย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4345/2566 (2023)
เมื่อสิทธิการเช่าที่ยึดเสื่อมค่าและสูญสิ้นเพราะเหตุสุดวิสัย มิใช่ความผิดหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือความไม่สุจริตของเจ้าหนี้ และมิใช่การถอนการบังคับคดีตามมาตรา 292 (2) (3) (4) (6) และ (7) เจ้าหนี้จึงไม่ต้องรับผิดค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขาย
สิทธิการเช่าที่ยึดเหลือเวลาเพียงประมาณสองเดือน จึงไม่มีผู้เข้าสู้ราคาจนสิ้นสุดสัญญาเช่า ศาลเห็นว่าการเสื่อมค่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยมิใช่ความผิดของเจ้าหนี้ และมิใช่การถอนการบังคับคดีตามมาตรา 292 (2) (3) (4) (6) และ (7) เจ้าหนี้จึงไม่ต้องรับผิดค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขาย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2566 (2023)
เมื่ออ่านประกอบมาตรา 169/2 วรรคสี่ มาตรา 292 ทำให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ขอยึดหรืออายัดต้องรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี ในกรณีที่มีการถอนการบังคับคดีนอกจากเหตุตามมาตรา 292 (1) และ (5)
เจ้าหนี้นำยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด แล้วยื่นคำแถลงว่าได้รับชำระหนี้ครบถ้วนโดยไม่ระบุชัดว่าขอถอนการบังคับคดี ศาลอธิบายว่าตามมาตรา 169/2 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 292 เจ้าหนี้ผู้ขอต้องรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี เมื่อมีการถอนการบังคับคดีนอกจากเหตุตามมาตรา 292 (1) และ (5)
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 84 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 541/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4345/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 643/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3336/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8991/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2280/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14679/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 12619/2555 (2012)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
การสละสิทธิบังคับคดีต่างจากการขอถอนการบังคับคดีอย่างไร
ตามมาตรา 292 (6) การสละสิทธิบังคับคดีทำให้เจ้าหนี้บังคับหนี้นั้นอีกไม่ได้ ส่วน (7) การขอถอนการบังคับคดีเฉยๆ ไม่มีผลตัดสิทธิเช่นนั้น
การวางเงินชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานทำให้การบังคับคดีสิ้นสุดหรือไม่
ใช่ มาตรา 292 (5) กำหนดให้เจ้าพนักงานถอนการบังคับคดีเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาวางเงินต่อเจ้าพนักงานพอชำระหนี้พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ประเทศไทย) มาตรา 292 ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-292/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 292 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-292/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-292/"><p>ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ถอนการบังคับคดีเนื่องจากลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นอุทธรณ์หรือฎีกา และได้วางเงินต่อศาลเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมและค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาลสำหรับจำนวนเงินเช่นว่านี้ (๒) เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ถอนการบังคับคดีเนื่องจากคำพิพากษาในระหว่างบังคับคดีได้ถูกกลับหรือถูกยก หรือหมายบังคับคดีได้ถูกเพิกถอน แต่ถ้าคำพิพากษาในระหว่างบังคับคดีนั้นได้ถูกกลับแต่เพียงบางส่วน การบังคับคดีอาจดำเนินการต่อไปจนกว่าเงินที่รวบรวมได้นั้นจะพอชำระแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา (๓) เมื่อศาลได้แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา ๑๙๙ เบญจ วรรคสาม หรือมาตรา ๒๐๗ (๔) เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ถอนการบังคับคดีตามมาตรา ๒๙๓ (๕) เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมและค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี (๖) เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าตนสละสิทธิในการบังคับคดี ในกรณีเช่นว่านี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้นจะบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาสำหรับหนี้นั้นอีกมิได้ (๗) เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าตนขอถอนการบังคับคดี</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292: <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-292/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา