กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 169/2 — ผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี

คนบทกฎหมาย

ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา ๑๖๙/๓ ให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี โดยให้หักออกจากเงินที่ได้จากการยึด อายัด ขาย หรือจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือจากเงินที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางไว้
ในกรณีที่มีการบังคับคดีแก่ผู้ประกันในศาล ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีในส่วนนั้นให้หักออกจากเงินที่ได้จากการบังคับคดีตามสัญญาประกัน ในกรณีที่มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาให้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมหรือมรดกให้เจ้าของรวมหรือทายาทผู้ได้รับส่วนแบ่งทุกคนเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีโดยให้หักออกจากเงินที่ได้จากการขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์รวมหรือทรัพย์มรดกนั้น
ในกรณีที่มีการถอนการบังคับคดีนอกจากกรณีตามมาตรา ๒๙๒
(๑) และ
(๕) ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ขอยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี

คำแปลภาษาไทย

Subject to the provisions of Section 169/3, the judgment debtor shall be liable for the court costs of execution, which shall be deducted from the money obtained by the seizure, attachment, sale, or disposal of the judgment debtor's property, or from the money the judgment debtor has deposited. In the case of execution against a surety before the court, the court costs of execution in that part shall be deducted from the money obtained by execution under the contract of suretyship. In the case of execution under a judgment ordering the division of co-owned property or of an estate, every co-owner or heir who receives a share shall be liable for the court costs of execution, which shall be deducted from the money obtained by the sale or disposal of the co-owned property or estate property. In the case of withdrawal of execution, other than the cases under Section 292 (1) and (5), the judgment creditor who applied for the seizure or attachment of property shall be liable for the court costs of execution.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 169/2 วางหลักปริยายในการจัดสรรค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี จุดตั้งต้นคือให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้รับผิด โดยหักจากเงินที่ได้จากการยึด อายัด ขาย หรือจำหน่ายทรัพย์ หรือจากเงินที่ลูกหนี้วางไว้ แล้วเพิ่มหลักเฉพาะ ได้แก่ การบังคับคดีแก่ผู้ประกันในศาลให้หักจากเงินที่ได้ตามสัญญาประกัน และคำพิพากษาให้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมหรือมรดกให้เจ้าของรวมหรือทายาททุกคนที่ได้รับส่วนแบ่งร่วมรับผิด วรรคสุดท้ายสำคัญในทางปฏิบัติ คือเมื่อมีการถอนการบังคับคดีนอกจากกรณีตามมาตรา 292 (1) และ (5) เจ้าหนี้ผู้ขอยึดหรืออายัดต้องรับผิด ทั้งนี้อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 169/3 ว่าด้วยค่าฤชาธรรมเนียมที่เกิดจากความผิด

ความสำคัญต่อ

สำหรับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา บทนี้มีความเสี่ยงจริง หากท่านนำยึดทรัพย์แล้วต่อมามีการถอนการบังคับคดีด้วยเหตุนอกจากมาตรา 292 (1) และ (5) เช่น การสละสิทธิของท่านเอง ท่านอาจต้องรับผิดค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย ก่อนนำยึดทรัพย์จึงควรตรวจสอบว่ามีมูลค่าที่จะบังคับได้จริง เพราะการบังคับคดีที่หยุดชะงักหรือถูกถอนอาจย้อนภาระค่าฤชาธรรมเนียมกลับมาที่ท่าน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2566 (2023)

    ตามมาตรา 169/2 วรรคสี่ เมื่อมีการถอนการบังคับคดีนอกจากกรณีตามมาตรา 292 (1) และ (5) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ขอยึดหรืออายัดทรัพย์เป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี รวมทั้งค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย

    ประเด็นคือโจทก์ทั้งสามต้องชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีกรณียึดทรัพย์แล้วไม่มีการขายหรือไม่ ศาลอ้างมาตรา 169/2 วรรคสี่ และมาตรา 292 วินิจฉัยว่าเมื่อการถอนการบังคับคดีอยู่นอกกรณีตามมาตรา 292 (1) และ (5) เจ้าหนี้ผู้ขอยึดต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2566 (2023)

    เมื่ออ่านประกอบมาตรา 153 วรรคสอง มาตรา 169/2 วรรคสี่ ให้ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี ในกรณีถอนการบังคับคดีนอกจากมาตรา 292 (1) และ (5) ตกแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ขอยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด

    ศาลอธิบายว่าค่าฤชาธรรมเนียมชั้นบังคับคดีเป็นค่าบริการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกเก็บจากผู้ขอบังคับคดี ซึ่งตามมาตรา 153 วรรคสอง เจ้าหนี้เป็นผู้ชำระ และมาตรา 169/2 วรรคสี่ ให้เจ้าหนี้ผู้ขอยึดรับผิดเมื่อถอนการบังคับคดีนอกจากมาตรา 292 (1) และ (5) โดยโจทก์เป็นผู้ขอยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3336/2564 (2021)

    เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแจ้งเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าสละสิทธิในการบังคับคดี ย่อมเป็นการถอนการบังคับคดีตามมาตรา 292 (6) อันอยู่นอกกรณีตามมาตรา 292 (1) และ (5) ตามมาตรา 169/2 วรรคสี่ เจ้าหนี้ผู้ขออายัดจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมอายัดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย

    โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแจ้งเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าสละสิทธิในการบังคับคดี อันเป็นการถอนการบังคับคดีตามมาตรา 292 (6) เมื่ออยู่นอกกรณีตามมาตรา 292 (1) และ (5) ศาลจึงวินิจฉัยตามมาตรา 169/2 วรรคสี่ ว่าโจทก์ผู้ขออายัดต้องเสียค่าธรรมเนียมอายัดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

โดยปกติใครเป็นผู้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี

ตามมาตรา 169/2 ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี โดยหักจากเงินที่ได้จากการยึด อายัด หรือขายทรัพย์สินของลูกหนี้

เจ้าหนี้อาจต้องรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีหรือไม่

ได้ ตามมาตรา 169/2 วรรคสี่ หากถอนการบังคับคดีด้วยเหตุนอกจากมาตรา 292 (1) และ (5) เจ้าหนี้ผู้ขอยึดหรืออายัดทรัพย์เป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น