ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 261: การขอถอนหรือแก้ไขวิธีการชั่วคราว
ตัวบทกฎหมาย
จำเลยหรือบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔
(๑)
(๒) หรือ
(๓) หรือจะต้องเสียหายเพราะหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่งดังกล่าว อาจมีคำขอต่อศาลให้ถอนหมาย เพิกถอนคำสั่ง หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่ง หมายยึด หรือหมายอายัด ซึ่งออกตามคำสั่งดังกล่าวได้ แต่ถ้าบุคคลภายนอกเช่นว่านั้นขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดหรือคัดค้านคำสั่งอายัดให้นำมาตรา ๓๒๓ หรือมาตรา ๓๒๕ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม จำเลยซึ่งถูกศาลออกคำสั่งจับกุมตามมาตรา ๒๕๔
(๔) อาจมีคำขอต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่งถอนหมาย หรือให้ปล่อยตัวไปโดยไม่มีเงื่อนไขหรือให้ปล่อยตัวไปชั่วคราวโดยมีหลักประกันตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรหรือไม่ก็ได้ถ้าปรากฏว่าวิธีการที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๕๔ นั้น ไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุอันสมควรประการอื่น ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอหรือมีคำสั่งอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็ได้ ทั้งนี้ ศาลจะกำหนดให้ผู้ขอวางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้ตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่เห็นสมควรหรือจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ในกรณีที่เป็นการฟ้องเรียกเงิน ห้ามไม่ให้ศาลเรียกประกันเกินกว่าจำนวนเงินที่ฟ้องรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม
คำแปลภาษาอังกฤษ
จำเลยหรือบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔ (๑) (๒) หรือ (๓) หรือจะต้องเสียหายเพราะหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่งดังกล่าว อาจมีคำขอต่อศาลให้ถอนหมาย เพิกถอนคำสั่ง หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่ง หมายยึด หรือหมายอายัด ซึ่งออกตามคำสั่งดังกล่าวได้ แต่ถ้าบุคคลภายนอกเช่นว่านั้นขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดหรือคัดค้านคำสั่งอายัดให้นำมาตรา ๓๒๓ หรือมาตรา ๓๒๕ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม จำเลยซึ่งถูกศาลออกคำสั่งจับกุมตามมาตรา ๒๕๔ (๔) อาจมีคำขอต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่งถอนหมาย หรือให้ปล่อยตัวไปโดยไม่มีเงื่อนไขหรือให้ปล่อยตัวไปชั่วคราวโดยมีหลักประกันตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรหรือไม่ก็ได้ถ้าปรากฏว่าวิธีการที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๕๔ นั้น ไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุอันสมควรประการอื่น ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอหรือมีคำสั่งอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็ได้ ทั้งนี้ ศาลจะกำหนดให้ผู้ขอวางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้ตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่เห็นสมควรหรือจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ในกรณีที่เป็นการฟ้องเรียกเงิน ห้ามไม่ให้ศาลเรียกประกันเกินกว่าจำนวนเงินที่ฟ้องรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 261 ให้กลไกในการถอนหรือปรับวิธีการชั่วคราว และระบุผู้มีสิทธิใช้ ได้แก่ จำเลย และบุคคลภายนอกที่ถูกกระทบหรืออาจเสียหายจากการยึด อายัด หรือคำสั่งตามมาตรา 254 (1) ถึง (3) สำหรับบุคคลภายนอกที่ขอปล่อยทรัพย์ที่ยึดหรือคัดค้านคำสั่งอายัด ให้นำวิธีการคัดค้านในชั้นบังคับคดีตามมาตรา 323 และ 325 มาใช้โดยอนุโลม บุคคลภายนอกจึงมีสิทธิโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ตนเช่นเดียวกับผู้ถูกกระทบในชั้นบังคับคดี จำเลยที่ถูกจับตามมาตรา 254 (4) มีทางเลือกในการปล่อยตัวรวมถึงการประกัน มาตรฐานร่วมคือศาลอาจดำเนินการเมื่อวิธีการไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุสมควรอื่น และในการฟ้องเรียกเงิน ประกันที่เรียกต้องไม่เกินจำนวนที่ฟ้องรวมค่าฤชาธรรมเนียม
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
บุคคลภายนอกที่ทรัพย์หรือเงินของตนถูกยึดหรืออายัดชั่วคราวควรยื่นคำขอในคดีเดิมตามมาตรา 261 ไม่ใช่ฟ้องเป็นคดีใหม่เพื่อล้มคำสั่ง และอาจโต้แย้งได้เช่นเดียวกับในชั้นบังคับคดี สำหรับจำเลย จุดสำคัญคือโจมตีที่เหตุ คือแสดงว่าวิธีการไม่มีเหตุเพียงพอ ไม่ใช่เพียงโต้เนื้อหาคดีทั้งหมด จึงจะนำไปสู่การถอนหรือแก้ไขได้ เนื่องจากคำขอเหล่านี้มีรายละเอียดทางเทคนิคและมีกำหนดเวลา จึงควรปรึกษาทนายความไทย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14206/2558 (2015)
บุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายอายัดตามวิธีการชั่วคราวและมิใช่คู่ความ อาจร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่งได้ตามมาตรา 261 ซึ่งวรรคหนึ่งให้นำมาตรา 312 มาใช้บังคับโดยอนุโลม บุคคลภายนอกจึงมีสิทธิปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้ที่มีคำสั่งเรียกร้องเอาแก่ตนได้ แต่มาตรา 312 อยู่ในลักษณะว่าด้วยการบังคับคดี สิทธิดังกล่าวจึงต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 311 วรรคสาม ซึ่งให้ศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องได้ แม้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้อันมีต่อบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้ง มีข้อจำกัด หรือมีเงื่อนไข บุคคลภายนอกที่อ้างว่าลูกหนี้ได้โอนสิทธิเรียกร้องให้ธนาคารแล้วและตนมีหน้าที่จ่ายเงินแก่ธนาคาร จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดชั่วคราวและขอคืนเงินหาได้ไม่
ตามคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 และเงินค่าจ้างที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิใช่คู่ความ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดและคืนเงิน โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 โอนสิทธิเรียกร้องให้ธนาคารแล้วและตนต้องจ่ายเงินแก่ธนาคาร ศาลฎีกาแปลคำร้องว่าเป็นกรณีบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายอายัดร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งตามมาตรา 261 ซึ่งวรรคหนึ่งให้นำมาตรา 312 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ผู้ร้องจึงปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้ได้ แต่เมื่อมาตรา 312 อยู่ในลักษณะว่าด้วยการบังคับคดี ย่อมต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 311 วรรคสาม ซึ่งให้อายัดสิทธิเรียกร้องได้แม้มีข้อโต้แย้ง ข้อจำกัดหรือเงื่อนไข ข้ออ้างเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้องจึงรับฟังไม่ได้ ผู้ร้องขอเพิกถอนและขอคืนเงินไม่ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4426/2543 (2000)
ศาลจะแก้ไขหรือถอนวิธีการชั่วคราวต่อเมื่อจำเลยยื่นคำขอและแสดงว่าวิธีการตามมาตรา 254 ไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุสมควรอื่น การอ้างว่าฟ้องโจทก์ไม่มีมูลหรือทำโดยไม่สุจริตเป็นเพียงการคัดค้านความเพียงพอของพยานหลักฐาน ไม่ใช่เหตุตามมาตรา 261 วรรคสาม
จำเลยขอเปลี่ยนแปลงวิธีการชั่วคราวโดยอ้างว่าฟ้องโจทก์ไม่มีมูลและทุจริต ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 261 วรรคสาม ศาลจะเปลี่ยนแปลงวิธีการต่อเมื่อจำเลยแสดงว่าวิธีการตามมาตรา 254 ไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุสมควรอื่น และข้ออ้างของจำเลยเป็นเพียงการคัดค้านความเพียงพอของพยานหลักฐานโจทก์
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2543 (2000)
บุคคลภายนอกที่อ้างว่าจะเสียหายเพราะหมายห้ามชั่วคราวต้องยื่นคำขอในคดีเดิมตามมาตรา 261 วรรคหนึ่ง ให้ถอนหมาย ไม่อาจฟ้องขอให้หมายห้ามชั่วคราวไม่มีผลบังคับเป็นคดีใหม่ได้
บุคคลภายนอกที่อ้างว่าจะเสียหายเพราะหมายห้ามชั่วคราวในคดีเดิมได้ฟ้องเป็นคดีใหม่ขอให้หมายไม่มีผล ศาลฎีกาเห็นว่าชอบที่จะยื่นคำขอในคดีเดิมตามมาตรา 261 วรรคหนึ่ง ไม่อาจฟ้องขอให้หมายห้ามชั่วคราวไม่มีผลบังคับเป็นคดีใหม่ได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 16 คดี (พ.ศ. 2506 ถึง 2560)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7649/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14206/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3983-3985/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1673-1674/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4426/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2624/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2178/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2177/2543 (2000)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
บุคคลภายนอกโต้แย้งการยึดหรืออายัดชั่วคราวได้อย่างไร?
ตามมาตรา 261 บุคคลภายนอกยื่นคำขอในคดีเดิมให้ถอนหรือเพิกถอนคำสั่ง และอาจโต้แย้งได้เช่นเดียวกับในชั้นบังคับคดี การฟ้องเป็นคดีใหม่เพื่อล้มคำสั่งไม่ใช่ช่องทางที่ถูกต้อง
ศาลแก้ไขหรือถอนวิธีการชั่วคราวได้ด้วยเหตุใด?
ตามมาตรา 261 ศาลอาจดำเนินการเมื่อวิธีการตามมาตรา 254 ไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุสมควรอื่น จำเลยควรโจมตีที่เหตุของวิธีการ ไม่ใช่เพียงโต้เนื้อหาคดีทั้งหมด
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 261 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 261. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-261/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 261 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-261/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-261/"><p>จำเลยหรือบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่งตามมาตรา ๒๕๔ (๑) (๒) หรือ (๓) หรือจะต้องเสียหายเพราะหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่งดังกล่าว อาจมีคำขอต่อศาลให้ถอนหมาย เพิกถอนคำสั่ง หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่ง หมายยึด หรือหมายอายัด ซึ่งออกตามคำสั่งดังกล่าวได้ แต่ถ้าบุคคลภายนอกเช่นว่านั้นขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดหรือคัดค้านคำสั่งอายัดให้นำมาตรา ๓๒๓ หรือมาตรา ๓๒๕ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม จำเลยซึ่งถูกศาลออกคำสั่งจับกุมตามมาตรา ๒๕๔ (๔) อาจมีคำขอต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่งถอนหมาย หรือให้ปล่อยตัวไปโดยไม่มีเงื่อนไขหรือให้ปล่อยตัวไปชั่วคราวโดยมีหลักประกันตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรหรือไม่ก็ได้ถ้าปรากฏว่าวิธีการที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๕๔ นั้น ไม่มีเหตุเพียงพอหรือมีเหตุอันสมควรประการอื่น ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอหรือมีคำสั่งอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็ได้ ทั้งนี้ ศาลจะกำหนดให้ผู้ขอวางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้ตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่เห็นสมควรหรือจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ในกรณีที่เป็นการฟ้องเรียกเงิน ห้ามไม่ให้ศาลเรียกประกันเกินกว่าจำนวนเงินที่ฟ้องรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 261: <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-261/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา