28 — การพิจารณาคดีรวมกันและการโอนคดี
คนบทกฎหมาย
ถ้ามีคดีหลายเรื่องค้างพิจารณาอยู่ในศาลเดียวกันหรือในศาลชั้นต้นสองศาลต่างกัน และคู่ความทั้งหมด หรือแต่บางฝ่ายเป็นคู่ความรายเดียวกัน กับทั้งการพิจารณาคดีเหล่านั้น ถ้าได้รวมกันแล้ว จะเป็นการสะดวก หากศาลนั้นหรือศาลหนึ่งศาลใดเหล่านั้นเห็นสมควรให้พิจารณาคดีรวมกัน หรือหากคู่ความทั้งหมดหรือแต่บางฝ่ายมีคำขอให้พิจารณาคดีรวมกันโดยแถลงไว้ในคำให้การหรือทำเป็นคำร้องไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา เมื่อศาลได้ฟังคู่ความทุกฝ่ายแห่งคดีนั้น ๆ แล้ว ถ้าศาลเป็นที่พอใจว่า คดีเหล่านั้นเกี่ยวเนื่องกันก็ให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้พิจารณาคดีเหล่านั้นรวมกันถ้าจะโอนคดีมาจากอีกศาลหนึ่งหรือโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้น ศาลจะมีคำสั่งก่อนที่ได้รับความยินยอมของอีกศาลหนึ่งนั้นไม่ได้ แต่ถ้าศาลที่จะรับโอนคดีไม่ยินยอม ก็ให้ศาลที่จะโอนคดีนั้นส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาด คำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เป็นดีที่สุด
คำแปลภาษาไทย
If several cases are pending in the same court or in two different courts of first instance, and all or some of the parties are the same, and the trial of those cases, if consolidated, would be convenient, then, where that court or one of those courts thinks fit that the cases be tried together, or where all or some of the parties request that the cases be tried together, whether by so stating in the answer or by making a motion, at any time before judgment, the court, after hearing all parties in those cases, may, if satisfied that the cases are connected, order that those cases be tried together.
If a case is to be transferred from another court, or transferred to another court having jurisdiction over the case, the court may not make the order before obtaining the consent of that other court. But if the court to which the case is to be transferred does not consent, the court intending to transfer the case shall submit the matter to the Chief Judge of the Court of Appeal for a decision. The decision of the Chief Judge of the Court of Appeal shall be final.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 28 ให้เครื่องมือสองประการที่สัมพันธ์กัน คือ การพิจารณาคดีที่เกี่ยวเนื่องกันรวมกัน และการโอนคดีระหว่างศาล การพิจารณารวมกันต้องเป็นคู่ความรายเดียวกันทั้งหมดหรือบางฝ่าย มีความสะดวก และศาลพอใจว่าคดีเกี่ยวเนื่องกัน โดยต้องฟังคู่ความทุกฝ่ายก่อน ทั้งนี้ต่างจากการเพียงผูกสำนวนรวมกันซึ่งไม่ทำให้เป็นคดีเดียวกัน ส่วนการโอนคดีต้องได้รับความยินยอมของศาลผู้รับโอน หากตกลงกันไม่ได้ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดเป็นที่สุด หากศาลโอนคดีไปโดยไม่สอบถามศาลผู้รับโอน ย่อมเป็นการไม่ชอบตามมาตรานี้
ความสำคัญต่อ
หากมีหลายคดีที่เกี่ยวเนื่องกันกับคู่ความรายเดียวกัน การขอให้ศาลพิจารณารวมกันช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้ แต่ควรแถลงไว้ในคำให้การหรือทำเป็นคำร้องก่อนมีคำพิพากษา ควรแยกให้ชัดระหว่างการพิจารณารวมกันจริงกับการเพียงผูกสำนวนรวมกัน เพราะมีผลต่อขอบเขตที่คำพิพากษาฉบับเดียวจะวินิจฉัยได้ ส่วนการโอนคดี ศาลผู้รับโอนต้องยินยอม หากตกลงกันไม่ได้ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดเป็นที่สุด
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14001/2558 (2015)
คำสั่งเพียงให้ผูกสำนวนคดีรวมกันไม่ใช่คำสั่งให้พิจารณาคดีรวมกันตามมาตรา 28 วรรคหนึ่ง คดีต่างสำนวนจึงไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
แม้คู่ความและมูลหนี้ตามสัญญาจะซื้อขายจะเป็นรายเดียวกัน แต่ศาลชั้นต้นเพียงมีคำสั่งให้นำสำนวนคดีหมายเลขแดงเดิมมาผูกรวมกับสำนวนคดีนี้ มิได้สั่งให้พิจารณาคดีรวมกันตามมาตรา 28 วรรคหนึ่ง ทั้งคดีเดิมถึงที่สุดไปก่อนแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคดีนี้ในการเพิกถอนการบังคับคดี
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1578/2551 (2008)
การโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งโดยไม่สอบถามและได้รับความยินยอมจากศาลผู้รับโอนก่อน ไม่ชอบด้วยมาตรา 28 วรรคสอง
ศาลชั้นต้นเพิกถอนกระบวนพิจารณาทั้งหมดและโอนคดีไปยังศาลภาษีอากรกลางโดยไม่สอบถามศาลผู้รับโอนตามมาตรา 28 วรรคสอง เมื่อศาลภาษีอากรกลางส่งสำนวนคืนเพราะไม่อยู่ในอำนาจ แล้วศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อโดยไม่เพิกถอนคำสั่งเดิมที่ไม่ชอบ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4866/2541 (1998)
เมื่อข้อหามีลักษณะอย่างเดียวกัน เป็นคู่ความรายเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกัน โจทก์ย่อมฟ้องรวมเป็นคดีเดียวกันได้ และหากแยกฟ้องก็สามารถขอให้พิจารณารวมกันได้ตามมาตรา 28
ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อข้อหามีลักษณะอย่างเดียวกัน เป็นคู่ความรายเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกัน การพิจารณาไปคราวเดียวกันย่อมสะดวก โจทก์จึงฟ้องรวมเป็นคดีเดียวกันได้ หากแยกฟ้องก็ขอให้พิจารณารวมกันได้ตามมาตรา 28 ทั้งนี้ศาลได้วินิจฉัยแยกต่างหากเกี่ยวกับการที่โจทก์รวมข้อหาเพื่อหลีกเลี่ยงค่าขึ้นศาล
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คดีที่เกี่ยวเนื่องกันสองคดีพิจารณารวมกันได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 28 หากเป็นคู่ความรายเดียวกัน สะดวกที่จะพิจารณารวมกัน และศาลพอใจว่าคดีเกี่ยวเนื่องกัน ศาลอาจสั่งให้พิจารณารวมกันได้ ทั้งโดยเห็นสมควรเองหรือตามคำขอของคู่ความก่อนมีคำพิพากษา
การผูกสำนวนรวมกันเท่ากับการพิจารณาคดีรวมกันหรือไม่
ไม่ใช่ มีคำวินิจฉัยว่าการเพียงสั่งให้ผูกสำนวนรวมกันไม่ใช่คำสั่งให้พิจารณาคดีรวมกันตามมาตรา 28 คดีต่างสำนวนจึงไม่กลายเป็นคดีเดียวกัน
การโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งทำอย่างไร
ตามมาตรา 28 ศาลผู้รับโอนต้องยินยอมก่อนจึงโอนได้ หากไม่ยินยอม ให้ส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาด และคำสั่งนั้นเป็นที่สุด