ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 28: การพิจารณาคดีรวมกันและการโอนคดี

ตัวบทกฎหมาย

ถ้ามีคดีหลายเรื่องค้างพิจารณาอยู่ในศาลเดียวกันหรือในศาลชั้นต้นสองศาลต่างกัน และคู่ความทั้งหมด หรือแต่บางฝ่ายเป็นคู่ความรายเดียวกัน กับทั้งการพิจารณาคดีเหล่านั้น ถ้าได้รวมกันแล้ว จะเป็นการสะดวก หากศาลนั้นหรือศาลหนึ่งศาลใดเหล่านั้นเห็นสมควรให้พิจารณาคดีรวมกัน หรือหากคู่ความทั้งหมดหรือแต่บางฝ่ายมีคำขอให้พิจารณาคดีรวมกันโดยแถลงไว้ในคำให้การหรือทำเป็นคำร้องไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา เมื่อศาลได้ฟังคู่ความทุกฝ่ายแห่งคดีนั้น ๆ แล้ว ถ้าศาลเป็นที่พอใจว่า คดีเหล่านั้นเกี่ยวเนื่องกันก็ให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้พิจารณาคดีเหล่านั้นรวมกันถ้าจะโอนคดีมาจากอีกศาลหนึ่งหรือโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้น ศาลจะมีคำสั่งก่อนที่ได้รับความยินยอมของอีกศาลหนึ่งนั้นไม่ได้ แต่ถ้าศาลที่จะรับโอนคดีไม่ยินยอม ก็ให้ศาลที่จะโอนคดีนั้นส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาด คำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เป็นดีที่สุด

คำแปลภาษาอังกฤษ

If several cases are pending in the same court or in two different courts of first instance, and all or some of the parties are the same, and the trial of those cases, if consolidated, would be convenient, then, where that court or one of those courts thinks fit that the cases be tried together, or where all or some of the parties request that the cases be tried together, whether by so stating in the answer or by making a motion, at any time before judgment, the court, after hearing all parties in those cases, may, if satisfied that the cases are connected, order that those cases be tried together.
If a case is to be transferred from another court, or transferred to another court having jurisdiction over the case, the court may not make the order before obtaining the consent of that other court. But if the court to which the case is to be transferred does not consent, the court intending to transfer the case shall submit the matter to the Chief Judge of the Court of Appeal for a decision. The decision of the Chief Judge of the Court of Appeal shall be final.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 28 ให้เครื่องมือสองประการที่สัมพันธ์กัน คือ การพิจารณาคดีที่เกี่ยวเนื่องกันรวมกัน และการโอนคดีระหว่างศาล การพิจารณารวมกันต้องเป็นคู่ความรายเดียวกันทั้งหมดหรือบางฝ่าย มีความสะดวก และศาลพอใจว่าคดีเกี่ยวเนื่องกัน โดยต้องฟังคู่ความทุกฝ่ายก่อน ทั้งนี้ต่างจากการเพียงผูกสำนวนรวมกันซึ่งไม่ทำให้เป็นคดีเดียวกัน ส่วนการโอนคดีต้องได้รับความยินยอมของศาลผู้รับโอน หากตกลงกันไม่ได้ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดเป็นที่สุด หากศาลโอนคดีไปโดยไม่สอบถามศาลผู้รับโอน ย่อมเป็นการไม่ชอบตามมาตรานี้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากมีหลายคดีที่เกี่ยวเนื่องกันกับคู่ความรายเดียวกัน การขอให้ศาลพิจารณารวมกันช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้ แต่ควรแถลงไว้ในคำให้การหรือทำเป็นคำร้องก่อนมีคำพิพากษา ควรแยกให้ชัดระหว่างการพิจารณารวมกันจริงกับการเพียงผูกสำนวนรวมกัน เพราะมีผลต่อขอบเขตที่คำพิพากษาฉบับเดียวจะวินิจฉัยได้ ส่วนการโอนคดี ศาลผู้รับโอนต้องยินยอม หากตกลงกันไม่ได้ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดเป็นที่สุด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14001/2558 (2015)

    คำสั่งเพียงให้ผูกสำนวนคดีรวมกันไม่ใช่คำสั่งให้พิจารณาคดีรวมกันตามมาตรา 28 วรรคหนึ่ง คดีต่างสำนวนจึงไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

    แม้คู่ความและมูลหนี้ตามสัญญาจะซื้อขายจะเป็นรายเดียวกัน แต่ศาลชั้นต้นเพียงมีคำสั่งให้นำสำนวนคดีหมายเลขแดงเดิมมาผูกรวมกับสำนวนคดีนี้ มิได้สั่งให้พิจารณาคดีรวมกันตามมาตรา 28 วรรคหนึ่ง ทั้งคดีเดิมถึงที่สุดไปก่อนแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคดีนี้ในการเพิกถอนการบังคับคดี

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1578/2551 (2008)

    คำร้องที่อ้างว่าศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาโดยมิได้เพิกถอนคำสั่งเดิมที่ให้โอนคดีไปนั้น มีเนื้อหาเป็นการร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ซึ่งมาตรา 27 วรรคสอง กำหนดกรอบไว้ว่า คู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกข้อคัดค้านขึ้นกล่าวได้ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา แต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้าง ทั้งต้องมิได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากทราบเรื่องผิดระเบียบแล้ว หรือให้สัตยาบันแก่การผิดระเบียบนั้น คู่ความที่ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาทั้งในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา ย่อมไม่อาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนได้อีก

    เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2540 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากรกลาง จึงเพิกถอนกระบวนพิจารณาทั้งหมดตั้งแต่ชั้นรับฟ้องและส่งสำนวนไป ต่อมาประธานศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากรกลาง ศาลภาษีอากรกลางจึงส่งสำนวนคืน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้โดยมิได้เพิกถอนคำสั่งเดิม จำเลยอุทธรณ์และฎีกาแล้วไม่เป็นผล จึงมายื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาโดยไม่เพิกถอนคำสั่งเดิมไม่ชอบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำร้องดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ซึ่งมาตรา 27 วรรคสอง กำหนดให้ยกขึ้นกล่าวได้ก่อนมีคำพิพากษาและไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่ทราบเหตุ ทั้งต้องมิได้ดำเนินการใดขึ้นใหม่ภายหลังทราบเรื่อง เมื่อจำเลยดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาทั้งสามศาล จึงไม่อาจขอให้เพิกถอนได้อีก

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4866/2541 (1998)

    เมื่อข้อหามีลักษณะอย่างเดียวกัน เป็นคู่ความรายเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกัน โจทก์ย่อมฟ้องรวมเป็นคดีเดียวกันได้ และหากแยกฟ้องก็สามารถขอให้พิจารณารวมกันได้ตามมาตรา 28

    ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อข้อหามีลักษณะอย่างเดียวกัน เป็นคู่ความรายเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกัน การพิจารณาไปคราวเดียวกันย่อมสะดวก โจทก์จึงฟ้องรวมเป็นคดีเดียวกันได้ หากแยกฟ้องก็ขอให้พิจารณารวมกันได้ตามมาตรา 28 ทั้งนี้ศาลได้วินิจฉัยแยกต่างหากเกี่ยวกับการที่โจทก์รวมข้อหาเพื่อหลีกเลี่ยงค่าขึ้นศาล

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 18 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2558)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14001/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1998-1999/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4866/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4179/2539 (1996)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1164/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5892/2530 (1987)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1523-1524/2528 (1985)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 448/2517 (1974)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คดีที่เกี่ยวเนื่องกันสองคดีพิจารณารวมกันได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 28 หากเป็นคู่ความรายเดียวกัน สะดวกที่จะพิจารณารวมกัน และศาลพอใจว่าคดีเกี่ยวเนื่องกัน ศาลอาจสั่งให้พิจารณารวมกันได้ ทั้งโดยเห็นสมควรเองหรือตามคำขอของคู่ความก่อนมีคำพิพากษา

การผูกสำนวนรวมกันเท่ากับการพิจารณาคดีรวมกันหรือไม่

ไม่ใช่ มีคำวินิจฉัยว่าการเพียงสั่งให้ผูกสำนวนรวมกันไม่ใช่คำสั่งให้พิจารณาคดีรวมกันตามมาตรา 28 คดีต่างสำนวนจึงไม่กลายเป็นคดีเดียวกัน

การโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งทำอย่างไร

ตามมาตรา 28 ศาลผู้รับโอนต้องยินยอมก่อนจึงโอนได้ หากไม่ยินยอม ให้ส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาด และคำสั่งนั้นเป็นที่สุด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 28
  • อ้างอิงแบบวิชาการ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ประเทศไทย) มาตรา 28. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-28/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 28
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-28/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-28/"><p>ถ้ามีคดีหลายเรื่องค้างพิจารณาอยู่ในศาลเดียวกันหรือในศาลชั้นต้นสองศาลต่างกัน และคู่ความทั้งหมด หรือแต่บางฝ่ายเป็นคู่ความรายเดียวกัน กับทั้งการพิจารณาคดีเหล่านั้น ถ้าได้รวมกันแล้ว จะเป็นการสะดวก หากศาลนั้นหรือศาลหนึ่งศาลใดเหล่านั้นเห็นสมควรให้พิจารณาคดีรวมกัน หรือหากคู่ความทั้งหมดหรือแต่บางฝ่ายมีคำขอให้พิจารณาคดีรวมกันโดยแถลงไว้ในคำให้การหรือทำเป็นคำร้องไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา เมื่อศาลได้ฟังคู่ความทุกฝ่ายแห่งคดีนั้น ๆ แล้ว ถ้าศาลเป็นที่พอใจว่า คดีเหล่านั้นเกี่ยวเนื่องกันก็ให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้พิจารณาคดีเหล่านั้นรวมกันถ้าจะโอนคดีมาจากอีกศาลหนึ่งหรือโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้น ศาลจะมีคำสั่งก่อนที่ได้รับความยินยอมของอีกศาลหนึ่งนั้นไม่ได้ แต่ถ้าศาลที่จะรับโอนคดีไม่ยินยอม ก็ให้ศาลที่จะโอนคดีนั้นส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาด คำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เป็นดีที่สุด</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 28 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-28/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง