ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 283: หมายค้นสถานที่ของบุคคลอื่น

ตัวบทกฎหมาย

ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือมีบัญชี เอกสาร จดหมาย หรือวัตถุอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอยู่ในสถานที่ที่บุคคลอื่นครอบครองอยู่ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลออกหมายค้นสถานที่นั้น เมื่อได้รับคำร้องเช่นว่านี้ ให้ศาลไต่สวนโดยไม่ชักช้า ถ้าเป็นที่พอใจจากพยานหลักฐานที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำมาสืบหรือที่ศาลได้เรียกมาสืบเองว่ามีเหตุอันควรเชื่อตามที่ร้องขอ ให้ศาลมีอำนาจออกหมายค้นสถานที่นั้นเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบและยึดทรัพย์สินหรือสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวภายในขอบเขตและเงื่อนไขตามที่ศาลเห็นว่าจำเป็น ถ้าศาลมีคำสั่งยกคำขอคำสั่งเช่นว่านั้นให้เป็นที่สุด

คำแปลภาษาอังกฤษ

Where there are reasonable grounds to believe that property of the judgment debtor, or accounts, documents, letters, or any other objects relating to the property or affairs of the judgment debtor, are in a place possessed by another person, the judgment creditor may file an ex parte application, in the form of a motion, with the court to issue a warrant to search that place. Upon receiving such a motion, the court shall conduct an inquiry without delay. If satisfied, from the evidence adduced by the judgment creditor or called by the court itself, that there are reasonable grounds as requested, the court shall have power to issue a warrant to search that place, so that the executing officer may inspect and seize such property or things within the scope and conditions the court considers necessary. If the court dismisses the application, such order shall be final.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 283 เป็นคู่กับมาตรา 282 สำหรับสถานที่ที่บุคคลภายนอกครอบครองมิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ในภาค 4 ลักษณะ 2 ส่วนที่ 6 เนื่องจากการค้นเช่นนั้นล่วงเข้าไปในผู้ที่มิใช่ลูกหนี้ อำนาจค้นของเจ้าพนักงานเองจึงไม่ครอบคลุมถึง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องร้องขอต่อศาล ซึ่งจะไต่สวนโดยไม่ชักช้าและออกหมายค้นได้ต่อเมื่อพอใจจากพยานหลักฐานว่ามีเหตุอันควรเชื่อ ศาลกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขของหมาย แล้วเจ้าพนักงานจึงตรวจและยึดตามนั้น เพื่อคุ้มครองบุคคลภายนอก การยกคำขอให้เป็นที่สุด ปิดทางโต้แย้งคำสั่งที่ยก มาตรานี้ถ่วงดุลการสืบทรัพย์ที่ได้ผลกับความเป็นส่วนตัวของผู้ที่มิได้เป็นคู่ความในคำพิพากษา

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากเชื่อว่าทรัพย์หรือเอกสารของลูกหนี้ถูกเก็บไว้ที่สถานที่ของบุคคลภายนอก อย่าคาดว่าเจ้าพนักงานจะค้นได้ทันที ท่านต้องยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลและเตรียมพยานหลักฐานให้พร้อม เพราะศาลจะไต่สวนก่อนและอาจยกคำขอได้ การยกคำขอเป็นที่สุด จึงควรเสนอพยานหลักฐานที่ดีที่สุดต่อศาลตั้งแต่ครั้งแรก ในทางกลับกัน บุคคลภายนอกได้รับความคุ้มครองจากการค้นตามอำเภอใจ เพราะมีเพียงศาลเท่านั้นที่อนุญาตให้เข้าไปในสถานที่ของตนได้ และเฉพาะภายในขอบเขตที่ศาลกำหนด การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นเป็นขั้นตอนที่พบได้บ่อยในการบังคับชำระหนี้ที่จริงจัง

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 22 คดี (พ.ศ. 2507 ถึง 2557)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12335/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4483/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 638/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1340/2546 (2003)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5761/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 586/2543 (2000)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8192/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4922/2537 (1994)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

จะค้นหาทรัพย์ของลูกหนี้ในสถานที่ของบุคคลอื่นได้หรือไม่?

เจ้าพนักงานค้นเองไม่ได้ ตามมาตรา 283 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องยื่นคำร้องฝ่ายเดียว และเมื่อศาลไต่สวนโดยไม่ชักช้าแล้ว หากพอใจว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าทรัพย์หรือเอกสารของลูกหนี้อยู่ที่นั่น ก็อาจออกหมายค้นได้

หากศาลยกคำขอหมายค้น เจ้าหนี้อุทธรณ์ได้หรือไม่?

ไม่ได้ ตามมาตรา 283 หากศาลยกคำขอออกหมายค้น คำสั่งนั้นเป็นที่สุด เจ้าหนี้จึงควรเสนอพยานหลักฐานแสดงเหตุอันควรเชื่อที่หนักแน่นที่สุดตั้งแต่การยื่นคำขอครั้งแรก

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 283 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 283. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-283/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 283
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-283/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-283/"><p>ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือมีบัญชี เอกสาร จดหมาย หรือวัตถุอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอยู่ในสถานที่ที่บุคคลอื่นครอบครองอยู่ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลออกหมายค้นสถานที่นั้น เมื่อได้รับคำร้องเช่นว่านี้ ให้ศาลไต่สวนโดยไม่ชักช้า ถ้าเป็นที่พอใจจากพยานหลักฐานที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำมาสืบหรือที่ศาลได้เรียกมาสืบเองว่ามีเหตุอันควรเชื่อตามที่ร้องขอ ให้ศาลมีอำนาจออกหมายค้นสถานที่นั้นเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบและยึดทรัพย์สินหรือสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวภายในขอบเขตและเงื่อนไขตามที่ศาลเห็นว่าจำเป็น ถ้าศาลมีคำสั่งยกคำขอคำสั่งเช่นว่านั้นให้เป็นที่สุด</p><footer>Civil Procedure Code, s. 283 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-283/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง