มาตรา 3 — ภูมิลำเนาที่ให้ถือสำหรับจำเลยต่างประเทศ
คนบทกฎหมาย
เพื่อประโยชน์ในการเสนอคำฟ้อง
(๑) ในกรณีที่มูลคดีเกิดขึ้นในเรือไทยหรืออากาศยานไทยที่อยู่นอกราชอาณาจักร ให้ศาลแพ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ
(๒) ในกรณีที่จำเลยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร (ก) ถ้าจำเลยเคยมีภูมิลำเนาอยู่ ณ ที่ใดในราชอาณาจักรภายในกำหนดสองปีก่อนวันที่มีการเสนอคำฟ้อง ให้ถือว่าที่นั้นเป็นภูมิลำเนาของจำเลย (ข) ถ้าจำเลยประกอบหรือเคยประกอบกิจการทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในราชอาณาจักรไม่ว่าโดยตนเองหรือตัวแทน หรือโดยมีบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้ติดต่อในการประกอบกิจการนั้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่าสถานที่ที่ใช้หรือเคยใช้ประกอบกิจการหรือติดต่อดังกล่าว หรือสถานที่อันเป็นถิ่นที่อยู่ของตัวแทนหรือของผู้ติดต่อในวันที่มีการเสนอคำฟ้องหรือภายในกำหนดสองปีก่อนนั้น เป็นภูมิลำเนาของจำเลย
คำแปลภาษาไทย
For the purpose of submitting a plaint:
(1) where the cause of action arises on a Thai vessel or Thai aircraft that is outside the Kingdom, the Civil Court shall be the court having jurisdiction;
(2) where the defendant has no domicile in the Kingdom:
(a) if the defendant, within two years before the date the plaint is submitted, had a domicile at any place in the Kingdom, that place shall be deemed the defendant's domicile;
(b) if the defendant carries on or has carried on business, in whole or in part, in the Kingdom, whether personally or through an agent, or through any person acting as a contact for that business in the Kingdom, the place used or formerly used for carrying on or contacting such business, or the place that is the residence of the agent or contact on the date the plaint is submitted or within two years before that date, shall be deemed the defendant's domicile.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
ภายในหมวด 1 เรื่องเขตอำนาจศาล มาตรานี้วางข้อสันนิษฐานที่ทำให้บทเรื่องเขตศาลตามมาตรา 4 ใช้ได้กับคดีที่มีลักษณะระหว่างประเทศ อนุมาตรา (1) ให้มูลคดีที่เกิดในเรือหรืออากาศยานไทยนอกราชอาณาจักรขึ้นศาลแพ่ง ส่วนอนุมาตรา (2) กำหนดย้อนหลังสองปีให้ถือภูมิลำเนาเดิมในไทย หรือสถานที่ประกอบกิจการหรือถิ่นที่อยู่ของตัวแทนหรือผู้ติดต่อในไทยเป็นภูมิลำเนา ภูมิลำเนาที่ให้ถือนี้ยังกำหนดวิธีส่งหมายตั้งต้นคดี และมักใช้ประกอบกฎหมายจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ และมาตรา 83 ทวิ
ความสำคัญต่อ
สำหรับคดีที่ฟ้องจำเลยซึ่งอยู่ต่างประเทศ มาตรานี้อาจเป็นตัวชี้ว่ามีศาลไทยรับฟ้องได้หรือไม่ ทั้งยังกำหนดวิธีส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง หากส่งไม่ชอบอาจทำให้กระบวนพิจารณาต่อมาเสียไป จึงต้องระบุภูมิลำเนาที่ให้ถือให้ถูกต้องและมีหลักฐาน คู่ความต่างชาติควรตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่แรก
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9251/2559 (2016)
จำเลยที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักร แต่มีการประกอบกิจการที่ก่อให้เกิดรายได้ในราชอาณาจักรภายในสองปีก่อนฟ้อง ให้ถือสถานที่นั้นเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามมาตรา 3 (2) (ข) และส่งหมายตั้งต้นคดี ณ ที่นั้นได้
จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ แต่สถานที่ในราชอาณาจักรที่ก่อให้เกิดรายได้ภายในสองปีก่อนฟ้องถูกถือเป็นภูมิลำเนาตามมาตรา 3 (2) (ข) ประกอบกฎหมายจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ จึงส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้ที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3185/2551 (2008)
การส่งหมายตั้งต้นคดีแก่จำเลยที่มีภูมิลำเนาต่างประเทศต้องชอบด้วยมาตรา 3 (2) (ข) ประกอบมาตรา 83 ทวิ การส่งที่ไม่ชอบเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลยกขึ้นวินิจฉัยและเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้เอง
คำสั่งให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่ 1 ณ สถานที่ที่จำเลยที่ 2 ใช้ประกอบกิจการไม่ชอบด้วยมาตรา 3 (2) (ข) และมาตรา 83 ทวิ ทำให้กระบวนพิจารณาต่อมาเสียไป และเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้แม้ไม่มีคู่ความอุทธรณ์
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
จะฟ้องชาวต่างชาติที่ไม่มีที่อยู่ในไทยได้หรือไม่
มักได้ มาตรา 3 (2) ให้ถือว่าจำเลยที่ไม่มีภูมิลำเนาในไทยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ที่อยู่เดิมในไทยภายในสองปี หรือที่สถานที่ประกอบกิจการหรือถิ่นที่อยู่ของตัวแทนหรือผู้ติดต่อในไทย ซึ่งทำให้ศาลไทยมีเขตอำนาจได้
ถ้ามูลคดีเกิดในเรือไทยนอกประเทศจะฟ้องที่ศาลใด
ตามมาตรา 3 (1) มูลคดีที่เกิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทยที่อยู่นอกราชอาณาจักร ให้ศาลแพ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ