ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 4: ศาลที่ต้องยื่นฟ้อง
ตัวบทกฎหมาย
เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น
(๑) คำฟ้องให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่
(๒) คำร้องขอ ให้เสนอต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล หรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล
คำแปลภาษาอังกฤษ
เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น
(๑) คำฟ้องให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่
(๒) คำร้องขอ ให้เสนอต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล หรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 4 เป็นหลักทั่วไปเรื่องเขตศาลของประมวลกฎหมายและเป็นฐานของบทเฉพาะที่ตามมาในหมวด 1 ให้โจทก์เลือกได้ระหว่างศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนากับศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น และใช้ได้ไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรหรือไม่ ปัญหาสำคัญคือความหมายของคำว่ามูลคดี ซึ่งศาลถือว่าเป็นต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้อง มิใช่เพียงสถานที่ของเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งมาตรานี้ขึ้นต้นว่าเว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น จึงต้องอยู่ภายใต้บทเฉพาะมาตรา 4 ทวิ ถึง 4 ฉ และมาตรา 7
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
เนื่องจากโจทก์มักเลือกได้ระหว่างศาลภูมิลำเนาของจำเลยกับศาลที่มูลคดีเกิด การตัดสินใจว่าจะฟ้องที่ใดจึงขึ้นอยู่กับความสะดวก พยาน และสถานที่ที่บังคับคดีได้ง่าย การระบุสถานที่เกิดมูลคดีให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่อยู่ในเขตศาลที่เลือกอย่างชัดเจนและจำเลยมีภูมิลำเนาที่อื่น ศาลอาจไม่รับคำฟ้อง ซึ่งสำคัญมากในคดีหนี้และสัญญาที่อาจต้องการฟ้องใกล้ทรัพย์สินของจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2567 (2024)
มูลคดีตามมาตรา 4 (1) หมายถึงเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้อง ในคดีสัญญาซื้อขายมูลคดีเกิด ณ ที่ที่มีการสั่งซื้อและติดต่อทำการค้าระหว่างกัน
ปัญหาคือโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ ศาลใช้มาตรา 4 (1) อธิบายว่ามูลคดีคือต้นเหตุแห่งการโต้แย้งสิทธิ และในสัญญาซื้อขายนี้ สถานที่ที่มีการสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์เป็นข้อพิจารณาในการกำหนดศาลที่มีเขตอำนาจ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3412/2565 (2022)
โดยมติที่ประชุมใหญ่ คำว่ามูลคดีตามมาตรา ๔ (๑) หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องผู้รับประกันภัยให้รับผิดตามสัญญาประกันภัยเพราะไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สถานที่ทำสัญญาประกันภัยและสถานที่เกิดเหตุวินาศภัยซึ่งเป็นมูลก่อให้เกิดความรับผิด ต่างเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น
โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้เงินคืน โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาประกันภัยเพราะไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๐ ที่กำหนดให้ผู้รับประกันภัยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่าเป็นการฟ้องให้รับผิดตามสัญญาประกันภัย มิใช่กรณีโจทก์เข้ารับช่วงสิทธิมาฟ้องในมูลละเมิดดังที่โจทก์ฎีกา จังหวัดสุรินทร์อันเป็นสถานที่ทำสัญญาและออกกรมธรรม์จึงเป็นสถานที่มูลคดีเกิดแห่งหนึ่ง และเมื่อความรับผิดของผู้รับประกันภัยเกิดขึ้นต่อเมื่อมีความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยจากรถคันที่รับประกันภัย สถานที่เกิดเหตุวินาศภัยที่จังหวัดชลบุรีซึ่งอยู่ในเขตศาลชั้นต้นจึงเป็นสถานที่มูลคดีเกิดอีกแห่งหนึ่ง ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 151 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9161/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1824/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3412/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 527/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6458/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1475/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1193/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5726/2558 (2015)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 223 ทวิ 22
- มาตรา 5 16
- มาตรา 7 11
- มาตรา 249 9
- มาตรา 2 7
- ป.พ.พ. มาตรา 4 6
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
จะฟ้องคดีแพ่งที่ศาลใด
ตามมาตรา 4 (1) ยื่นฟ้องได้ที่ศาลซึ่งจำเลยมีภูมิลำเนาหรือศาลซึ่งมูลคดีเกิดขึ้น โดยโจทก์เลือกได้ ทั้งนี้อยู่ภายใต้บทเฉพาะเรื่องเขตศาลของคดีประเภทนั้น
คำว่ามูลคดีในการเลือกศาลหมายความว่าอย่างไร
ศาลถือว่ามูลคดีคือต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้อง เช่น ในคดีสัญญา ก็ผูกกับสถานที่ที่เกิดการโต้แย้งตามสัญญานั้น
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 4. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-4/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 4 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-4/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-4/"><p>เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น (๑) คำฟ้องให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่ (๒) คำร้องขอ ให้เสนอต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล หรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-4/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา