ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 5: การเลือกศาลเมื่อมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน

ตัวบทกฎหมาย

คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นก็ได้

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 5 เป็นบทรวมคดีในหมวด 1 เมื่อมีศาลที่มีเขตอำนาจมากกว่าหนึ่งตามมาตรา 4 ถึง 4 ฉ ไม่ว่าเพราะภูมิลำเนา ที่ตั้งทรัพย์ สถานที่เกิดมูลคดี หรือมีข้อหาหลายข้อ โจทก์เลือกศาลใดศาลหนึ่งสำหรับมูลความที่เกี่ยวข้องกันได้ ผลในทางปฏิบัติคือให้ฟ้องจำเลยหลายคนที่ร่วมรับผิด หรือนำข้อหาที่เกี่ยวข้องมาฟ้องรวมที่ศาลเดียวแทนการแยกคดี ข้อจำกัดสำคัญคือมูลความต้องเกี่ยวข้องกัน จะนำข้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องมารวมเพื่อสร้างเขตอำนาจไม่ได้ และมักใช้ประกอบมาตรา 4 (1) และฟ้องแย้งที่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หลักนี้ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายด้วยการรวมคดีที่เกี่ยวข้องและจำเลยร่วมไว้ที่ศาลเดียวแทนการดำเนินคดีคู่ขนาน มีประโยชน์มากเมื่อจำเลยอยู่ต่างเขตแต่ร่วมรับผิดกัน การฟ้องที่ศาลซึ่งจำเลยคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอาจเพียงพอสำหรับทั้งคดี การเลือกศาลที่มีเขตอำนาจซึ่งสะดวกที่สุดจึงเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างแท้จริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561 (2018)

    เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยหลายคนให้ร่วมรับผิด และจำเลยคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะยื่นฟ้อง มูลความที่เกี่ยวข้องกันทำให้โจทก์ฟ้องทั้งคดีต่อศาลนั้นได้ตามมาตรา 4 (1) ประกอบมาตรา 5

    โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมรับผิด และขณะยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้ตามมาตรา 4 (1) ประกอบมาตรา 5 และพิพากษากลับให้รับฟ้อง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7782/2560 (2017)

    เมื่อมูลความแห่งฟ้องแย้งเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม มาตรา 5 ให้เสนอฟ้องแย้งต่อศาลเดียวกันได้ แม้ฟ้องแย้งนั้น ในที่นี้เป็นมูลละเมิด จะมิใช่ประเภทคดีที่ศาลนั้นพิจารณาตามปกติ

    ข้อพิพาทเกิดจากบันทึกข้อตกลงการหย่าและแบ่งทรัพย์สิน ศาลวินิจฉัยว่าแม้มูลละเมิดมิใช่คดีครอบครัว แต่มูลความเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง จำเลยจึงเสนอฟ้องแย้งในส่วนละเมิดต่อศาลเดียวกันได้ตามมาตรา 5

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2558 (2015)

    เมื่อจำเลยที่เป็นผู้ใหญ่ถูกฟ้องให้ร่วมรับผิดเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่เป็นผู้เยาว์ มูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกันตามมาตรา 5 โจทก์จึงเสนอคำฟ้องส่วนจำเลยผู้ใหญ่ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเดียวกันได้

    จำเลยที่ 1 เป็นผู้เยาว์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ใหญ่ถูกฟ้องให้ร่วมชำระหนี้ ศาลวินิจฉัยว่ามูลความเกี่ยวข้องกันตามมาตรา 5 โจทก์จึงเสนอคำฟ้องส่วนจำเลยที่ 2 ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวพร้อมกับจำเลยผู้เยาว์ได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 40 คดี (พ.ศ. 2496 ถึง 2561)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 527/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 56/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8638/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 15208/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8818/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4306/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3504/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8647/2544 (2001)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

จะฟ้องจำเลยหลายคนที่อยู่ต่างเขตไว้ที่ศาลเดียวได้หรือไม่

มักได้ ตามมาตรา 5 หากมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน เช่น จำเลยหลายคนร่วมรับผิด ก็ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจศาลใดศาลหนึ่งได้ เช่น ศาลที่จำเลยคนหนึ่งมีภูมิลำเนา

มาตรา 5 ให้รวมข้อหาใด ๆ เข้าด้วยกันได้หรือไม่

ไม่ได้ มูลความแห่งคดีต้องเกี่ยวข้องกัน มาตรา 5 ให้นำข้อหาที่เกี่ยวข้องมาฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจศาลเดียวได้ แต่จะนำข้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องมารวมเพียงเพื่อสร้างเขตอำนาจไม่ได้

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 5
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 5. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-5/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 5
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-5/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-5/"><p>คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 5 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-5/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง