กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

แถว 5 — การเลือกศาลเมื่อมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน

คนบทกฎหมาย

คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นก็ได้

คำแปลภาษาไทย

A plaint or petition that may be submitted to two or more courts, whether because of the domicile of a person, the location of property, the place where the cause of action arose, or because there are several claims, may, if the causes of action are connected, be submitted by the plaintiff or petitioner to any one of such courts.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 5 เป็นบทรวมคดีในหมวด 1 เมื่อมีศาลที่มีเขตอำนาจมากกว่าหนึ่งตามมาตรา 4 ถึง 4 ฉ ไม่ว่าเพราะภูมิลำเนา ที่ตั้งทรัพย์ สถานที่เกิดมูลคดี หรือมีข้อหาหลายข้อ โจทก์เลือกศาลใดศาลหนึ่งสำหรับมูลความที่เกี่ยวข้องกันได้ ผลในทางปฏิบัติคือให้ฟ้องจำเลยหลายคนที่ร่วมรับผิด หรือนำข้อหาที่เกี่ยวข้องมาฟ้องรวมที่ศาลเดียวแทนการแยกคดี ข้อจำกัดสำคัญคือมูลความต้องเกี่ยวข้องกัน จะนำข้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องมารวมเพื่อสร้างเขตอำนาจไม่ได้ และมักใช้ประกอบมาตรา 4 (1) และฟ้องแย้งที่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม

ความสำคัญต่อ

หลักนี้ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายด้วยการรวมคดีที่เกี่ยวข้องและจำเลยร่วมไว้ที่ศาลเดียวแทนการดำเนินคดีคู่ขนาน มีประโยชน์มากเมื่อจำเลยอยู่ต่างเขตแต่ร่วมรับผิดกัน การฟ้องที่ศาลซึ่งจำเลยคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอาจเพียงพอสำหรับทั้งคดี การเลือกศาลที่มีเขตอำนาจซึ่งสะดวกที่สุดจึงเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างแท้จริง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561 (2018)

    เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยหลายคนให้ร่วมรับผิด และจำเลยคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะยื่นฟ้อง มูลความที่เกี่ยวข้องกันทำให้โจทก์ฟ้องทั้งคดีต่อศาลนั้นได้ตามมาตรา 4 (1) ประกอบมาตรา 5

    โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมรับผิด และขณะยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้ตามมาตรา 4 (1) ประกอบมาตรา 5 และพิพากษากลับให้รับฟ้อง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7782/2560 (2017)

    เมื่อมูลความแห่งฟ้องแย้งเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม มาตรา 5 ให้เสนอฟ้องแย้งต่อศาลเดียวกันได้ แม้ฟ้องแย้งนั้น ในที่นี้เป็นมูลละเมิด จะมิใช่ประเภทคดีที่ศาลนั้นพิจารณาตามปกติ

    ข้อพิพาทเกิดจากบันทึกข้อตกลงการหย่าและแบ่งทรัพย์สิน ศาลวินิจฉัยว่าแม้มูลละเมิดมิใช่คดีครอบครัว แต่มูลความเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง จำเลยจึงเสนอฟ้องแย้งในส่วนละเมิดต่อศาลเดียวกันได้ตามมาตรา 5

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2558 (2015)

    เมื่อจำเลยที่เป็นผู้ใหญ่ถูกฟ้องให้ร่วมรับผิดเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่เป็นผู้เยาว์ มูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกันตามมาตรา 5 โจทก์จึงเสนอคำฟ้องส่วนจำเลยผู้ใหญ่ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเดียวกันได้

    จำเลยที่ 1 เป็นผู้เยาว์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ใหญ่ถูกฟ้องให้ร่วมชำระหนี้ ศาลวินิจฉัยว่ามูลความเกี่ยวข้องกันตามมาตรา 5 โจทก์จึงเสนอคำฟ้องส่วนจำเลยที่ 2 ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวพร้อมกับจำเลยผู้เยาว์ได้

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

จะฟ้องจำเลยหลายคนที่อยู่ต่างเขตไว้ที่ศาลเดียวได้หรือไม่

มักได้ ตามมาตรา 5 หากมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน เช่น จำเลยหลายคนร่วมรับผิด ก็ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจศาลใดศาลหนึ่งได้ เช่น ศาลที่จำเลยคนหนึ่งมีภูมิลำเนา

มาตรา 5 ให้รวมข้อหาใด ๆ เข้าด้วยกันได้หรือไม่

ไม่ได้ มูลความแห่งคดีต้องเกี่ยวข้องกัน มาตรา 5 ให้นำข้อหาที่เกี่ยวข้องมาฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจศาลเดียวได้ แต่จะนำข้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องมารวมเพียงเพื่อสร้างเขตอำนาจไม่ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น