ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 7: ข้อบังคับพิเศษเหนือบทเรื่องเขตศาลทั่วไป
ตัวบทกฎหมาย
บทบัญญัติในมาตรา ๔ มาตรา ๔ ทวิ มาตรา ๔ ตรี มาตรา ๔ จัตวา มาตรา ๔ เบญจ มาตรา ๔ ฉ มาตรา ๕ มาตรา ๖ และมาตรา ๖/๑ ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติดังต่อไปนี้
(๑) คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอภายหลังเกี่ยวเนื่องกับคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลใด ให้เสนอต่อศาลนั้น
(๒) คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ซึ่งคำฟ้องหรือคำร้องขอนั้นจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องนั้น ให้เสนอต่อศาลที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๗๑
(๓) คำร้องตามมาตรา ๑๐๑ ถ้าได้เสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดแล้ว ให้เสนอต่อศาลนั้น ในกรณีที่ยังไม่ได้เสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใด ถ้าพยานหลักฐานซึ่งจะเรียกมาสืบหรือบุคคลหรือทรัพย์หรือสถานที่ที่จะต้องตรวจอยู่ในเขตศาลใด ให้เสนอต่อศาลนั้น
(๔) คำร้องที่เสนอให้ศาลถอนคืนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือการอนุญาตที่ศาลได้ให้ไว้ก็ดี คำร้องที่เสนอให้ศาลถอดถอนบุคคลใดจากฐานะที่ศาลได้แต่งตั้งไว้ก็ดี คำร้องที่เสนอให้ศาลมีคำสั่งใดที่เกี่ยวกับการถอนคืนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือการอนุญาตหรือที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งเช่นว่านั้นก็ดี คำร้องขอหรือคำร้องอื่นใดที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งไปแล้วก็ดี ให้เสนอต่อศาลในคดีที่ได้มีคำสั่ง การอนุญาต การแต่งตั้ง หรือคำพิพากษานั้น
คำแปลภาษาอังกฤษ
บทบัญญัติในมาตรา ๔ มาตรา ๔ ทวิ มาตรา ๔ ตรี มาตรา ๔ จัตวา มาตรา ๔ เบญจ มาตรา ๔ ฉ มาตรา ๕ มาตรา ๖ และมาตรา ๖/๑ ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติดังต่อไปนี้
(๑) คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอภายหลังเกี่ยวเนื่องกับคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลใด ให้เสนอต่อศาลนั้น
(๒) คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ซึ่งคำฟ้องหรือคำร้องขอนั้นจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องนั้น ให้เสนอต่อศาลที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๗๑
(๓) คำร้องตามมาตรา ๑๐๑ ถ้าได้เสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดแล้ว ให้เสนอต่อศาลนั้น ในกรณีที่ยังไม่ได้เสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใด ถ้าพยานหลักฐานซึ่งจะเรียกมาสืบหรือบุคคลหรือทรัพย์หรือสถานที่ที่จะต้องตรวจอยู่ในเขตศาลใด ให้เสนอต่อศาลนั้น
(๔) คำร้องที่เสนอให้ศาลถอนคืนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือการอนุญาตที่ศาลได้ให้ไว้ก็ดี คำร้องที่เสนอให้ศาลถอดถอนบุคคลใดจากฐานะที่ศาลได้แต่งตั้งไว้ก็ดี คำร้องที่เสนอให้ศาลมีคำสั่งใดที่เกี่ยวกับการถอนคืนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือการอนุญาตหรือที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งเช่นว่านั้นก็ดี คำร้องขอหรือคำร้องอื่นใดที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งไปแล้วก็ดี ให้เสนอต่อศาลในคดีที่ได้มีคำสั่ง การอนุญาต การแต่งตั้ง หรือคำพิพากษานั้น
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 7 เป็นข้อยกเว้นโดยชัดแจ้ง ทำให้บทเรื่องเขตศาลทั่วไปตามมาตรา 4 ถึง 6/1 ต้องยอมให้แก่สี่กรณีที่ความต่อเนื่องกำหนดให้ยื่นต่อศาลใดศาลหนึ่ง อนุมาตรา (1) ให้การยื่นที่ต่อเนื่องคงอยู่กับคดีที่ค้างพิจารณา อนุมาตรา (2) ให้คำที่เกี่ยวกับการบังคับคดีซึ่งต้องมีคำวินิจฉัยก่อนการบังคับคดีจะดำเนินไปโดยครบถ้วนไปยังศาลตามมาตรา 271 อนุมาตรา (3) กำหนดคำร้องเก็บพยานหลักฐานตามมาตรา 101 และอนุมาตรา (4) ให้คำร้องเรื่องการถอนคืน เปลี่ยนแปลง หรือมีคำสั่งเกี่ยวกับคำสั่ง การแต่งตั้ง หรือคำพิพากษาเดิม กลับไปยังศาลที่ได้มีไว้ แนวคิดร่วมคือศาลที่พิจารณาอยู่หรือได้มีคำสั่งไว้แล้วเป็นศาลที่เหมาะสมสำหรับขั้นตอนต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุที่การโต้แย้งการขายทอดตลาดในชั้นบังคับคดีต้องยื่นต่อศาลบังคับคดีเดิม มิใช่ฟ้องเป็นคดีใหม่
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ความผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งมาตรานี้ป้องกันคือการฟ้องคดีใหม่ทั้งที่วิธีที่ถูกต้องคือยื่นคำร้องในคดีเดิม เช่น เพื่อโต้แย้งวิธีการบังคับคดีหรือการขายทอดตลาด หากทำผิดอาจถูกยกฟ้องคดีใหม่และเสียเวลา ดังนั้นหากปัญหาของท่านเกี่ยวเนื่องกับคดีที่ค้างพิจารณาหรือได้ตัดสินแล้ว จุดเริ่มต้นคือศาลที่มีหรือเคยมีคดีนั้น ซึ่งสำคัญเป็นพิเศษในข้อพิพาทชั้นบังคับคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567 (2024)
การโต้แย้งการขายทอดตลาดในชั้นบังคับคดีเป็นคำที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามมาตรา 7 (2) ประกอบมาตรา 271 ต้องยื่นต่อศาลเดิมที่ออกหมายบังคับคดี มิใช่ฟ้องเป็นคดีใหม่
โจทก์อ้างว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบด้วยกฎหมายและขอเพิกถอนโดยฟ้องเป็นคดีใหม่ ศาลวินิจฉัยว่าตามมาตรา 7 (2) ประกอบมาตรา 271 ต้องยื่นคำร้องต่อศาลเดิมที่ออกหมายบังคับคดี โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเป็นคดีใหม่
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2774/2565 (2022)
มาตรา 7 (2) ประกอบมาตรา 271 ให้คำที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีซึ่งศาลต้องวินิจฉัยก่อนการบังคับคดีจะดำเนินไปได้ ไปยังศาลที่มีอำนาจบังคับคดี แม้จะมีการยึดทรัพย์ในอีกจังหวัดหนึ่งแทน
มีการยึดทรัพย์ที่จังหวัดขอนแก่นแทนสำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลอ้างมาตรา 7 (2) และมาตรา 271 ยืนยันว่าคำที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีซึ่งต้องมีคำวินิจฉัยก่อนการบังคับคดีจะครบถ้วนถูกต้อง ต้องยื่นต่อศาลที่มีอำนาจบังคับคดี
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3772/2565 (2022)
คำฟ้องใหม่ที่แท้จริงมิได้เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิม ไม่ต้องยื่นต่อศาลเดิมตามมาตรา 7 (2) โจทก์ฟ้องต่อศาลชั้นต้นทั่วไปได้
ศาลวินิจฉัยว่าคำฟ้องของโจทก์มิใช่ฟ้องซ้ำตามมาตรา 148 และมิใช่คำฟ้องที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมตามมาตรา 7 (2) โจทก์จึงฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้ มิต้องยื่นต่อศาลเดิม
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 55 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2564/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3772/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2774/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1148/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2607/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4086/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1475/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9033/2558 (2015)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
จะโต้แย้งการบังคับคดีหรือการขายทอดตลาดที่ศาลใด
ตามมาตรา 7 (2) ประกอบมาตรา 271 คำที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีซึ่งต้องมีคำวินิจฉัยก่อนการบังคับคดีจะดำเนินไปได้ ต้องยื่นต่อศาลที่มีอำนาจบังคับคดี มิใช่ฟ้องเป็นคดีใหม่
คำร้องเกี่ยวกับคำสั่งที่ศาลมีไว้แล้วยื่นที่ศาลใด
ตามมาตรา 7 (4) คำร้องขอถอนคืนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ถอดถอนผู้ที่ศาลแต่งตั้ง หรือเกี่ยวกับคำสั่ง การแต่งตั้ง หรือคำพิพากษาเดิม ต้องยื่นต่อศาลเดียวกันที่ได้มีไว้
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 7. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-7/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 7 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-7/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-7/"><p>บทบัญญัติในมาตรา ๔ มาตรา ๔ ทวิ มาตรา ๔ ตรี มาตรา ๔ จัตวา มาตรา ๔ เบญจ มาตรา ๔ ฉ มาตรา ๕ มาตรา ๖ และมาตรา ๖/๑ ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติดังต่อไปนี้ (๑) คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอภายหลังเกี่ยวเนื่องกับคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลใด ให้เสนอต่อศาลนั้น (๒) คำฟ้องหรือคำร้องขอที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ซึ่งคำฟ้องหรือคำร้องขอนั้นจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องนั้น ให้เสนอต่อศาลที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๗๑ (๓) คำร้องตามมาตรา ๑๐๑ ถ้าได้เสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดแล้ว ให้เสนอต่อศาลนั้น ในกรณีที่ยังไม่ได้เสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใด ถ้าพยานหลักฐานซึ่งจะเรียกมาสืบหรือบุคคลหรือทรัพย์หรือสถานที่ที่จะต้องตรวจอยู่ในเขตศาลใด ให้เสนอต่อศาลนั้น (๔) คำร้องที่เสนอให้ศาลถอนคืนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือการอนุญาตที่ศาลได้ให้ไว้ก็ดี คำร้องที่เสนอให้ศาลถอดถอนบุคคลใดจากฐานะที่ศาลได้แต่งตั้งไว้ก็ดี คำร้องที่เสนอให้ศาลมีคำสั่งใดที่เกี่ยวกับการถอนคืนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือการอนุญาตหรือที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งเช่นว่านั้นก็ดี คำร้องขอหรือคำร้องอื่นใดที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งไปแล้วก็ดี…</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-7/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา