มาตรา 302 — เงินที่ไม่อยู่ในการบังคับคดี
คนบทกฎหมาย
ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
(๑) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ ส่วนเงินรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพนั้น ให้มีจำนวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร
(๒) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น
(๓) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน
(๒) ที่นายจ้างหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร
(๔) บำเหน็จหรือค่าชดเชยหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของบุคคลตาม
(๓) เป็นจำนวนไม่เกินสามแสนบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร
(๕) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร
ในกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินตาม
(๑)
(๓) และ
(๔) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย และสำหรับในกรณีตาม
(๑) และ
(๓) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น
ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการกำหนดจำนวนเงินเช่นว่านั้น เพื่อขอให้ศาลกำหนดจำนวนเงินใหม่ได้
ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งการดำรงชีพของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้เปลี่ยนแปลงไป บุคคลตามวรรคสามจะยื่นคำร้องให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี แล้วแต่กรณี กำหนดจำนวนเงินตาม
(๑) และ
(๓) ใหม่ก็ได้
คำแปลภาษาไทย
Subject to the provisions of other laws, the following money or claims for money of the judgment debtor are not subject to execution:
(1) subsistence allowances fixed by law; and periodic income given by a third person for the debtor's subsistence, in an amount not exceeding twenty thousand baht per month or such amount as the executing officer sees fit;
(2) the salary, wages, pension, gratuity, retainer, or other income of a like nature of a government official, officer, or employee of a government agency, and the relief payment, pension, or gratuity paid by a government agency to the spouse or surviving relatives of such persons;
(3) the salary, wages, pension, compensation, relief payment, or other income of a like nature of an employee or worker, other than those mentioned in (2), paid by an employer or any other person to those persons, or to their spouse or surviving relatives, in a combined amount not exceeding twenty thousand baht per month or such amount as the executing officer sees fit;
(4) the gratuity, severance pay, or other income of a like nature of a person under (3), in an amount not exceeding three hundred thousand baht or such amount as the executing officer sees fit;
(5) cremation relief money received by the judgment debtor by reason of the death of another person, in the amount necessary to conduct the funeral according to the station of the deceased as the executing officer sees fit.
Where the executing officer fixes the amount under (1), (3), and (4), the officer shall have regard to the family circumstances of the judgment debtor and the number of ascendants and descendants under the debtor's support; and for cases under (1) and (3) the officer shall fix an amount not lower than the lowest civil service salary rate then in force and not higher than the highest civil service salary rate then in force.
If the judgment creditor, the judgment debtor, or a third person having an interest in the execution disagrees with the amount fixed by the executing officer, such person may file a motion with the court within fifteen days from learning of the fixing of that amount, seeking the court to fix a new amount.
Where the circumstances of the judgment debtor's livelihood have changed, a person under paragraph three may file a motion for the court or the executing officer, as the case may be, to fix a new amount under (1) and (3).
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
นี่คือหลักยกเว้นการอายัดเงินได้ในส่วนที่ 2 คุ้มครองเงินเดือน บำนาญ และเงินสงเคราะห์ที่ลูกหนี้จำเป็นต้องใช้ดำรงชีพ การยกเว้นค่าจ้างภาคเอกชนใน (3) มีเพดานสองหมื่นบาทต่อเดือน บำเหน็จหรือค่าชดเชยใน (4) สามแสนบาท ส่วน (2) คุ้มครองเงินเดือนและบำนาญของข้าราชการเต็มจำนวน เพดานปัจจุบันมาจากการแก้ไขประมวลกฎหมาย (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 เจ้าพนักงานต้องคำนึงถึงฐานะครอบครัวและผู้อยู่ในอุปการะ หากไม่เห็นด้วยกับจำนวนที่กำหนด ให้ร้องต่อศาลภายในสิบห้าวัน
ความสำคัญต่อ
หากเงินเดือนหรือบัญชีธนาคารถูกอายัด ควรตรวจเพดานที่ได้รับยกเว้นก่อน ค่าจ้างเอกชนได้รับคุ้มครองถึงประมาณสองหมื่นบาทต่อเดือน และค่าชดเชยถึงประมาณสามแสนบาท บำนาญและบำเหน็จของข้าราชการ รวมทั้งเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญที่มีลักษณะเดียวกัน ได้รับคุ้มครองเต็มจำนวน หากการอายัดทำให้เหลือไม่พอดำรงชีพ ให้ร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันเพื่อกำหนดจำนวนใหม่
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4468/2566 (2023)
เงินค่าชดเชย ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินช่วยเหลือพิเศษที่ได้รับเนื่องจากการเลิกจ้าง อยู่ในข้อยกเว้นค่าจ้างและค่าชดเชยตามมาตรา 302 (3) และ (4) ลูกหนี้ตามคำพิพากษาขอเพิกถอนการอายัดจำนวนที่อยู่ในข้อยกเว้นได้
หลังเจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินที่จำเลยได้รับจากการเลิกจ้าง จำเลยยื่นคำร้องขอเพิกถอนการอายัดตามมาตรา 302 (3) และ (4) ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 และศาลอุทธรณ์ให้เพิกถอนการอายัด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1473/2563 (2020)
เงินสมทบ เงินชดเชย เงินประเดิม และผลประโยชน์ตอบแทนจากกองทุนบำเหน็จบำนาญเมื่อออกจากราชการ เป็นรายได้ลักษณะเดียวกับบำนาญบำเหน็จของข้าราชการ จึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามมาตรา 302 (2) การอายัดจึงไม่ชอบและเพิกถอนได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญที่เทียบได้กับบำนาญของข้าราชการได้รับยกเว้นตามมาตรา 302 (2) การอายัดบัญชีของผู้ร้องจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายและถูกเพิกถอนตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1498/2566 (2023)
มาตรา 302 ยกเว้นเงินเดือน ค่าจ้าง และรายได้ทำนองเดียวกันของลูกจ้างจากการบังคับคดีไม่เกินเพดานรายเดือนตามกฎหมาย แต่ข้อยกเว้นนี้ใช้กับการบังคับคดีโดยการอายัด มิได้แก้ผลของการที่เงินไม่พอซึ่งเกิดจากการหักเงินของลูกหนี้เอง
ศาลฎีกาอ้างข้อยกเว้นค่าจ้างตามมาตรา 302 (3) และวินิจฉัยว่าการที่หักเงินแล้วเหลือไม่พอดำรงชีพนั้นเกิดจากการกระทำของลูกหนี้เอง มิใช่จากการอายัดที่ไม่ชอบ
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
เงินเดือนของฉันถูกอายัดได้หรือไม่
ค่าจ้างภาคเอกชนได้รับยกเว้นตามมาตรา 302 (3) ถึงประมาณสองหมื่นบาทต่อเดือน ส่วนเงินเดือนและบำนาญของข้าราชการได้รับยกเว้นเต็มจำนวนตามมาตรา 302 (2) จำนวนที่เกินเพดานภาคเอกชนอายัดได้
เงินค่าชดเชยได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหนี้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 302 (4) บำเหน็จหรือค่าชดเชยของลูกจ้างได้รับยกเว้นถึงประมาณสามแสนบาท หรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควรโดยคำนึงถึงฐานะของลูกหนี้
ถ้าจำนวนที่ถูกอายัดทำให้เหลือไม่พอดำรงชีพจะทำอย่างไร
ยื่นคำร้องต่อศาลได้ภายในสิบห้าวันนับแต่ทราบจำนวนที่กำหนด เพื่อขอให้ศาลกำหนดจำนวนใหม่ และหากพฤติการณ์การดำรงชีพเปลี่ยนแปลงภายหลัง ก็ยื่นคำร้องได้อีก