ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 302: เงินที่ไม่อยู่ในการบังคับคดี

ตัวบทกฎหมาย

ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
(๑) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ ส่วนเงินรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพนั้น ให้มีจำนวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร
(๒) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น
(๓) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน
(๒) ที่นายจ้างหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร
(๔) บำเหน็จหรือค่าชดเชยหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของบุคคลตาม
(๓) เป็นจำนวนไม่เกินสามแสนบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร
(๕) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร
ในกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินตาม
(๑)
(๓) และ
(๔) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย และสำหรับในกรณีตาม
(๑) และ
(๓) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น
ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการกำหนดจำนวนเงินเช่นว่านั้น เพื่อขอให้ศาลกำหนดจำนวนเงินใหม่ได้
ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งการดำรงชีพของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้เปลี่ยนแปลงไป บุคคลตามวรรคสามจะยื่นคำร้องให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี แล้วแต่กรณี กำหนดจำนวนเงินตาม
(๑) และ
(๓) ใหม่ก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

Subject to the provisions of other laws, the following money or claims for money of the judgment debtor are not subject to execution:
(1) subsistence allowances fixed by law; and periodic income given by a third person for the debtor's subsistence, in an amount not exceeding twenty thousand baht per month or such amount as the executing officer sees fit;
(2) the salary, wages, pension, gratuity, retainer, or other income of a like nature of a government official, officer, or employee of a government agency, and the relief payment, pension, or gratuity paid by a government agency to the spouse or surviving relatives of such persons;
(3) the salary, wages, pension, compensation, relief payment, or other income of a like nature of an employee or worker, other than those mentioned in (2), paid by an employer or any other person to those persons, or to their spouse or surviving relatives, in a combined amount not exceeding twenty thousand baht per month or such amount as the executing officer sees fit;
(4) the gratuity, severance pay, or other income of a like nature of a person under (3), in an amount not exceeding three hundred thousand baht or such amount as the executing officer sees fit;
(5) cremation relief money received by the judgment debtor by reason of the death of another person, in the amount necessary to conduct the funeral according to the station of the deceased as the executing officer sees fit.
Where the executing officer fixes the amount under (1), (3), and (4), the officer shall have regard to the family circumstances of the judgment debtor and the number of ascendants and descendants under the debtor's support; and for cases under (1) and (3) the officer shall fix an amount not lower than the lowest civil service salary rate then in force and not higher than the highest civil service salary rate then in force.
If the judgment creditor, the judgment debtor, or a third person having an interest in the execution disagrees with the amount fixed by the executing officer, such person may file a motion with the court within fifteen days from learning of the fixing of that amount, seeking the court to fix a new amount.
Where the circumstances of the judgment debtor's livelihood have changed, a person under paragraph three may file a motion for the court or the executing officer, as the case may be, to fix a new amount under (1) and (3).

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

นี่คือหลักยกเว้นการอายัดเงินได้ในส่วนที่ 2 คุ้มครองเงินเดือน บำนาญ และเงินสงเคราะห์ที่ลูกหนี้จำเป็นต้องใช้ดำรงชีพ การยกเว้นค่าจ้างภาคเอกชนใน (3) มีเพดานสองหมื่นบาทต่อเดือน บำเหน็จหรือค่าชดเชยใน (4) สามแสนบาท ส่วน (2) คุ้มครองเงินเดือนและบำนาญของข้าราชการเต็มจำนวน เพดานปัจจุบันมาจากการแก้ไขประมวลกฎหมาย (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 เจ้าพนักงานต้องคำนึงถึงฐานะครอบครัวและผู้อยู่ในอุปการะ หากไม่เห็นด้วยกับจำนวนที่กำหนด ให้ร้องต่อศาลภายในสิบห้าวัน

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากเงินเดือนหรือบัญชีธนาคารถูกอายัด ควรตรวจเพดานที่ได้รับยกเว้นก่อน ค่าจ้างเอกชนได้รับคุ้มครองถึงประมาณสองหมื่นบาทต่อเดือน และค่าชดเชยถึงประมาณสามแสนบาท บำนาญและบำเหน็จของข้าราชการ รวมทั้งเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญที่มีลักษณะเดียวกัน ได้รับคุ้มครองเต็มจำนวน หากการอายัดทำให้เหลือไม่พอดำรงชีพ ให้ร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันเพื่อกำหนดจำนวนใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4468/2566 (2023)

    หนังสืออายัดที่ส่งไปยังนายจ้างย่อมมีผลได้เฉพาะสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือถึงนายจ้างเพื่อขออายัดเงินเดือน ค่าจ้าง เงินโบนัส เงินตอบแทนการทำงานเป็นครั้งคราว และเงินตอบแทนกรณีออกจากงาน ในขณะที่ลูกหนี้ยังไม่ถูกเลิกจ้าง หนังสือนั้นย่อมมีผลเพียงเฉพาะส่วนที่เป็นเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน ส่วนสิทธิเรียกร้องในค่าชดเชย ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินช่วยเหลือพิเศษยังไม่เกิดขึ้น เพราะยังไม่มีการเลิกจ้าง ทั้งข้อยกเว้นก็แยกจากกัน มาตรา 302 (3) เป็นบทที่ครอบคลุมเงินเดือนรายเดือนซึ่งถูกอายัดไว้โดยชอบก่อนการเลิกจ้าง ส่วนค่าชดเชย ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินช่วยเหลือพิเศษที่ได้รับเมื่อออกจากงานนั้น ได้รับยกเว้นตามมาตรา 302 (4) ซึ่งกำหนดเพดานไว้ที่ 300,000 บาท

    เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือถึงนายจ้างของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 เพื่อขออายัดเงินเดือน เงินค่าจ้าง เงินโบนัส เงินตอบแทนการทำงานเป็นครั้งคราว และเงินตอบแทนกรณีออกจากงาน ซึ่งในขณะนั้นจำเลยที่ 1 ยังไม่ถูกเลิกจ้าง จึงมีสิทธิเรียกร้องเพียงเฉพาะส่วนที่เป็นเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน ส่วนสิทธิเรียกร้องในค่าชดเชย ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินช่วยเหลือพิเศษยังไม่เกิดขึ้น เมื่อต่อมามีการอายัดเงินดังกล่าวและจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอายัด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าหนังสืออายัดฉบับก่อนย่อมไม่มีผลถึงเงินเหล่านั้น และข้อยกเว้นสำหรับเงินตอบแทนกรณีออกจากงานดังกล่าวเป็นข้อยกเว้นตามมาตรา 302 (4) ซึ่งจำกัดไว้ไม่เกิน 300,000 บาท มิใช่มาตรา 302 (3) ซึ่งมุ่งถึงเงินเดือนรายเดือนที่ถูกอายัดไว้โดยชอบแล้ว

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1473/2563 (2020)

    เงินสมทบ เงินชดเชย เงินประเดิม ตามมาตรา 5 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 และผลประโยชน์ตอบแทนเงินดังกล่าว เป็นรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันกับบำนาญบำเหน็จของข้าราชการ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามมาตรา 302 (2) แต่เมื่อสมาชิกกองทุนถึงแก่ความตายและธนาคารได้ส่งเงินมายังศาลตามขั้นตอนของการบังคับคดีแล้ว เงินนั้นย่อมเป็นทรัพย์มรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1600 และสิ้นสภาพจากรายได้ตามมาตรา 302 (2) จึงไม่จำต้องเพิกถอนการอายัด

    ผู้ประกันตามสัญญาประกันถูกปรับ 400,000 บาท และศาลชั้นต้นอายัดบัญชีเงินฝากของผู้ร้องซึ่งมีเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 639,591.90 บาท กับเงินเดือนรวมอยู่ด้วย ศาลฎีกาเห็นด้วยว่าเงินกองทุนดังกล่าวไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามมาตรา 302 (2) การอายัดจึงเป็นการมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง แต่ศาลฎีกาให้ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้นบางส่วน เพราะผู้ร้องถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 และธนาคารได้ส่งเงิน 400,000 บาท มายังศาลชั้นต้นแล้ว เงินจำนวนนั้นจึงเป็นทรัพย์มรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1600 และสิ้นสภาพจากรายได้ตามมาตรา 302 (2) ทั้งผู้ร้องประสงค์จะชำระค่าปรับจากบัญชีนี้มาแต่ต้น จึงไม่จำต้องเพิกถอนการอายัด และให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1498/2566 (2023)

    มาตรา 302 เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีเอาแก่เงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จะนำมาปรับใช้ในฐานเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 4 วรรคสอง แก่การที่นายจ้างหักค่าจ้างตามความยินยอมเป็นหนังสือของลูกจ้างเพื่อชำระหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ไม่ได้ กรณีต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ข้อ 31 ซึ่งเมื่อลูกจ้างให้ความยินยอมเป็นหนังสือไว้ล่วงหน้าแล้ว มิได้กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องคงเหลือไว้แก่ลูกจ้าง

    ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจซึ่งทำหนังสือยินยอมให้หักเงินเดือนชำระหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์อ้างว่าต้องเหลือค่าจ้างไม่น้อยกว่าสองหมื่นบาทต่อเดือน โดยเทียบเคียงมาตรา 302 วรรคหนึ่ง (3) ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย โดยวินิจฉัยว่ามาตรา 302 เป็นเรื่องการบังคับคดีเอาแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา จะนำมาปรับใช้ในฐานบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 4 วรรคสอง ไม่ได้ จึงจะถือว่าเงินสองหมื่นบาทเป็นเงินที่ต้องคงเหลือ หรือให้ศาลกำหนดจำนวนคงเหลือเองไม่ได้ การหักเงินเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ ข้อ 31 และตามความยินยอมที่ลูกจ้างให้ไว้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 43 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4468/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1498/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1473/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8212/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4086/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1475/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9529/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8689/2558 (2015)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือนของฉันถูกอายัดได้หรือไม่

ค่าจ้างภาคเอกชนได้รับยกเว้นตามมาตรา 302 (3) ถึงประมาณสองหมื่นบาทต่อเดือน ส่วนเงินเดือนและบำนาญของข้าราชการได้รับยกเว้นเต็มจำนวนตามมาตรา 302 (2) จำนวนที่เกินเพดานภาคเอกชนอายัดได้

เงินค่าชดเชยได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหนี้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 302 (4) บำเหน็จหรือค่าชดเชยของลูกจ้างได้รับยกเว้นถึงประมาณสามแสนบาท หรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควรโดยคำนึงถึงฐานะของลูกหนี้

ถ้าจำนวนที่ถูกอายัดทำให้เหลือไม่พอดำรงชีพจะทำอย่างไร

ยื่นคำร้องต่อศาลได้ภายในสิบห้าวันนับแต่ทราบจำนวนที่กำหนด เพื่อขอให้ศาลกำหนดจำนวนใหม่ และหากพฤติการณ์การดำรงชีพเปลี่ยนแปลงภายหลัง ก็ยื่นคำร้องได้อีก

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302
  • อ้างอิงแบบวิชาการ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-302/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 302
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-302/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-302/"><p>ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี (๑) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ ส่วนเงินรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพนั้น ให้มีจำนวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร (๒) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น (๓) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (๒) ที่นายจ้างหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร (๔) บำเหน็จหรือค่าชดเชยหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของบุคคลตาม (๓) เป็นจำนวนไม่เกินสามแสนบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร (๕) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร ในกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินตาม (๑) (๓)…</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-302/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง