ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 4 จัตวา: ศาลสำหรับคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
ตัวบทกฎหมาย
คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ให้เสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตายในกรณีที่เจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร ให้เสนอต่อศาลที่ทรัพย์มรดกอยู่ในเขตศาล
คำแปลภาษาอังกฤษ
A petition for the appointment of an estate administrator shall be submitted to the court within whose territorial jurisdiction the deceased had domicile at the time of death. Where the deceased had no domicile in the Kingdom, it shall be submitted to the court within whose territorial jurisdiction the estate property is located.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 4 จัตวา เป็นบทเฉพาะเรื่องเขตศาลสำหรับคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก โดยกำหนดเขตศาลตามภูมิลำเนาของเจ้ามรดกในขณะถึงแก่ความตาย มิใช่ตามที่ตั้งของทรัพย์รายใดรายหนึ่ง หากเจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาในไทย ให้ใช้ศาลที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่ เนื่องจากเขตศาลผูกกับภูมิลำเนาของเจ้ามรดก จึงนำคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่อื่นมารวมกับอีกกองมรดกเพียงเพราะทรัพย์หรือทายาทเกี่ยวข้องกันไม่ได้ และใช้ควบคู่กับบทเรื่องผู้จัดการมรดกใน ป.พ.พ. เช่น มาตรา 1713 และ 1718
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การเลือกศาลให้ถูกต้องเป็นด่านแรกของคดีจัดการมรดก การยื่นผิดศาลทำให้ถูกยกคำร้องและล่าช้าในขณะที่ทายาทรอจัดการบัญชีธนาคาร ที่ดิน และทรัพย์อื่น หากครอบครัวมีเจ้ามรดกหลายราย แต่ละกองมรดกอาจต้องยื่นต่อศาลตามภูมิลำเนาสุดท้ายของผู้นั้น มิใช่รวมกัน สำหรับชาวต่างชาติที่มีทรัพย์หรือทายาทในไทยเรื่องนี้อาจซับซ้อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11216/2558 (2015)
ตามมาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง ศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตายเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดเพชรบุรีในขณะถึงแก่ความตาย ศาลวินิจฉัยว่าตามมาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง ศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาในขณะถึงแก่ความตายมีอำนาจพิจารณาคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นจึงรับคำร้องไว้โดยชอบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 850/2551 (2008)
ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๗๑๓ ไม่จำต้องเป็นทายาทโดยตรง หากทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกถึงแก่ความตายก่อนได้รับส่วนแบ่ง ผู้สืบสิทธิของทายาทนั้นย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก และเมื่อผู้นั้นมีสิทธิร้องขอจัดการมรดกซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะร้องขอจัดการมรดกรายอื่นในที่ดินแปลงเดียวกันนั้นอีก
ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของ ศ. ซึ่ง ภ. บิดาผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลจนถึงแก่ความตาย เมื่อสิทธิในทรัพย์มรดกของ ศ. ตกทอดต่อเนื่องกันมาตามการถึงแก่ความตายของทายาทในระหว่างนั้น ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ภ. ย่อมมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของ ศ. ได้ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยเช่นนั้น และเห็นว่าเมื่อผู้ร้องมีสิทธิร้องขอจัดการทรัพย์มรดกคือที่ดินของ ศ. แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะมาร้องขอจัดการทรัพย์มรดกอีกสองรายในที่ดินแปลงเดียวกันนั้นอีก
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2550 (2007)
วัดอาจเป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของพระภิกษุได้ พนักงานอัยการจึงร้องขอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาในขณะถึงแก่ความตายตามมาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง เพื่อตั้งผู้จัดการมรดกได้
พระภิกษุมีวัดเป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งและมีทรัพย์มรดกที่มีเหตุขัดข้องในการจัดการ ศาลวินิจฉัยว่าพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาในขณะถึงแก่ความตายตามมาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง เพื่อตั้งผู้จัดการมรดกที่เหมาะสมได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2539 ถึง 2558)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 11216/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 661/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8647/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1448/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5912/2539 (1996)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 850/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6111/2540 (1997)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 223 ทวิ 4
- มาตรา 5 3
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกยื่นที่ศาลใด
ตามมาตรา 4 จัตวา ยื่นต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย หากเจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาในไทย ให้ยื่นต่อศาลที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่
จะรวมคำร้องของเจ้ามรดกหลายรายไว้ที่ศาลเดียวได้หรือไม่
ไม่ได้เพียงเพราะทรัพย์หรือทายาทเกี่ยวข้องกัน มาตรา 4 จัตวา ผูกเขตศาลกับภูมิลำเนาของเจ้ามรดกแต่ละราย คำร้องของเจ้ามรดกที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่อื่นโดยทั่วไปจึงนำมารวมกับอีกกองมรดกไม่ได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 4 quater (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 4 quater. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-4-4/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-4-4/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-4-4/"><p>คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ให้เสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตายในกรณีที่เจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร ให้เสนอต่อศาลที่ทรัพย์มรดกอยู่ในเขตศาล</p><footer>Civil Procedure Code, s. 4 quater (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-4-4/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา