ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 2: ศาลที่จะรับคำฟ้อง

ตัวบทกฎหมาย

ห้ามมิให้เสนอคำฟ้องต่อศาลใด เว้นแต่
(๑) เมื่อได้พิจารณาถึงสภาพแห่งคำฟ้องและชั้นของศาลแล้ว ปรากฏว่า ศาลนั้นมีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาคดีนั้นได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และ
(๒) เมื่อได้พิจารณาถึงคำฟ้องแล้ว ปรากฏว่าคดีนั้นอยู่ในเขตศาลนั้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยศาลที่จะรับคำฟ้อง และตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดเขตศาลด้วย

คำแปลภาษาอังกฤษ

No plaint shall be submitted to any court except:
(1) where, upon consideration of the nature of the plaint and the level of the court, it appears that the court has the power to try and adjudicate the case under the law on the Constitution of the Courts of Justice; and
(2) where, upon consideration of the plaint, it appears that the case falls within the territorial jurisdiction of that court under the provisions of this Code on the court that is to receive the plaint, and under the law fixing the territorial jurisdiction of the courts.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

บทบัญญัตินี้เปิดหมวด 1 เรื่องเขตอำนาจศาล และวางเงื่อนไขสองประการที่คำฟ้องทุกเรื่องต้องผ่าน อนุมาตรา (1) ว่าด้วยอำนาจของศาลตามสภาพและชั้นของคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ส่วนอนุมาตรา (2) ว่าด้วยเขตอำนาจตามมาตรา 4 เป็นต้นไปและกฎหมายกำหนดเขตศาล เงื่อนไขทั้งสองต้องครบถ้วน และใช้ประกอบมาตรา 18 ซึ่งศาลอาจไม่รับคำฟ้องเมื่อขาดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

การยื่นฟ้องผิดศาลทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย ศาลอาจไม่รับคำฟ้องตามมาตรา 18 และท่านอาจต้องยื่นใหม่พร้อมเสียค่าขึ้นศาลอีกครั้งต่อศาลที่ถูกต้อง การตรวจสอบทั้งชั้นของศาลและเขตศาลที่ถูกต้องก่อนยื่นฟ้องจึงเป็นสิ่งแรกที่ควรทำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8192/2560 (2017)

    คำร้องของผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 44/1 ไม่จำต้องคำนึงว่าศาลมีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งตามมาตรา 2 (1) และพระธรรมนูญศาลยุติธรรมหรือไม่ ผู้พิพากษาคนเดียวจึงพิพากษาให้ค่าสินไหมทดแทนเกินอำนาจคดีแพ่งปกติได้

    โจทก์ขอค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาเป็นจำนวนเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งของผู้พิพากษาคนเดียว ศาลเห็นว่าคำขอค่าสินไหมทดแทนที่ติดมากับคดีอาญาตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 44/1 ไม่อยู่ในบังคับการทดสอบเขตอำนาจคดีแพ่งตามมาตรา 2 (1) ผู้พิพากษาคนเดียวจึงพิพากษาให้เต็มจำนวนได้

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2559 (2016)

    เมื่อคำฟ้องแสดงว่าสัญญาที่ฟ้องทำขึ้นในท้องที่ซึ่งอยู่ในเขตศาล ย่อมถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้น และโจทก์เสนอคำฟ้องต่อศาลนั้นได้โดยชอบตามมาตรา ๔ (๑) ส่วนอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามมาตรา ๒ (๑) เป็นคนละเรื่อง การไม่รับคำฟ้องด้วยเหตุนั้นย่อมไม่ชอบ

    แม้ตามคำฟ้องโจทก์จะระบุภูมิลำเนาของจำเลยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม แต่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่าโจทก์กับจำเลยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอหาดใหญ่ และได้แนบสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งระบุว่าทำสัญญาที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงถือว่ามูลคดีนี้เกิดขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสงขลาอันเป็นศาลชั้นต้นตามมาตรา ๔ (๑) การที่โจทก์เสนอคำฟ้องต่อศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งไม่รับคำฟ้องเป็นการไม่ชอบ และให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องไว้ดำเนินการต่อไป

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 33 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2565)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 78/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8638/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10197/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9164/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8452/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2541/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7045/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8201/2551 (2008)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

จะยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลใดก็ได้หรือไม่

ไม่ได้ มาตรา 2 กำหนดว่าศาลต้องมีทั้งอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามสภาพและชั้นของศาลตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และมีเขตอำนาจเหนือคดีนั้น หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งศาลอาจไม่รับคำฟ้อง

ถ้ายื่นฟ้องต่อศาลที่ไม่มีเขตอำนาจจะเป็นอย่างไร

ศาลอาจตรวจคำฟ้องและมีคำสั่งไม่รับตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 2 ท่านจึงต้องยื่นฟ้องต่อศาลที่ถูกต้อง การเลือกศาลให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยหลีกเลี่ยงความล่าช้าและค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 2
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 2. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-2/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 2
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-2/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-2/"><p>ห้ามมิให้เสนอคำฟ้องต่อศาลใด เว้นแต่ (๑) เมื่อได้พิจารณาถึงสภาพแห่งคำฟ้องและชั้นของศาลแล้ว ปรากฏว่า ศาลนั้นมีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาคดีนั้นได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และ (๒) เมื่อได้พิจารณาถึงคำฟ้องแล้ว ปรากฏว่าคดีนั้นอยู่ในเขตศาลนั้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยศาลที่จะรับคำฟ้อง และตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดเขตศาลด้วย</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 2 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง