มาตรา 2 — ศาลที่จะรับคำฟ้อง
คนบทกฎหมาย
ห้ามมิให้เสนอคำฟ้องต่อศาลใด เว้นแต่
(๑) เมื่อได้พิจารณาถึงสภาพแห่งคำฟ้องและชั้นของศาลแล้ว ปรากฏว่า ศาลนั้นมีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาคดีนั้นได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และ
(๒) เมื่อได้พิจารณาถึงคำฟ้องแล้ว ปรากฏว่าคดีนั้นอยู่ในเขตศาลนั้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยศาลที่จะรับคำฟ้อง และตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดเขตศาลด้วย
คำแปลภาษาไทย
No plaint shall be submitted to any court except:
(1) where, upon consideration of the nature of the plaint and the level of the court, it appears that the court has the power to try and adjudicate the case under the law on the Constitution of the Courts of Justice; and
(2) where, upon consideration of the plaint, it appears that the case falls within the territorial jurisdiction of that court under the provisions of this Code on the court that is to receive the plaint, and under the law fixing the territorial jurisdiction of the courts.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
บทบัญญัตินี้เปิดหมวด 1 เรื่องเขตอำนาจศาล และวางเงื่อนไขสองประการที่คำฟ้องทุกเรื่องต้องผ่าน อนุมาตรา (1) ว่าด้วยอำนาจของศาลตามสภาพและชั้นของคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ส่วนอนุมาตรา (2) ว่าด้วยเขตอำนาจตามมาตรา 4 เป็นต้นไปและกฎหมายกำหนดเขตศาล เงื่อนไขทั้งสองต้องครบถ้วน และใช้ประกอบมาตรา 18 ซึ่งศาลอาจไม่รับคำฟ้องเมื่อขาดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง
ความสำคัญต่อ
การยื่นฟ้องผิดศาลทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย ศาลอาจไม่รับคำฟ้องตามมาตรา 18 และท่านอาจต้องยื่นใหม่พร้อมเสียค่าขึ้นศาลอีกครั้งต่อศาลที่ถูกต้อง การตรวจสอบทั้งชั้นของศาลและเขตศาลที่ถูกต้องก่อนยื่นฟ้องจึงเป็นสิ่งแรกที่ควรทำ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8192/2560 (2017)
คำร้องของผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 44/1 ไม่จำต้องคำนึงว่าศาลมีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งตามมาตรา 2 (1) และพระธรรมนูญศาลยุติธรรมหรือไม่ ผู้พิพากษาคนเดียวจึงพิพากษาให้ค่าสินไหมทดแทนเกินอำนาจคดีแพ่งปกติได้
โจทก์ขอค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาเป็นจำนวนเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งของผู้พิพากษาคนเดียว ศาลเห็นว่าคำขอค่าสินไหมทดแทนที่ติดมากับคดีอาญาตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 44/1 ไม่อยู่ในบังคับการทดสอบเขตอำนาจคดีแพ่งตามมาตรา 2 (1) ผู้พิพากษาคนเดียวจึงพิพากษาให้เต็มจำนวนได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2559 (2016)
ศาลที่ตรวจคำฟ้องต้องพิจารณาว่าตนมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามมาตรา 2 (1) หรือไม่ หากข้ออ้างอันเป็นมูลฟ้องไม่อยู่ในอำนาจ ศาลอาจมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องตามมาตรา 18 และคืนค่าขึ้นศาล
เมื่อตรวจคำฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้ออ้างอันเป็นมูลฟ้องไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษา จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องตามมาตรา 18 วรรคสาม ประกอบมาตรา 2 (1) และคืนค่าขึ้นศาล โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาว่าศาลชั้นต้นเป็นศาลที่มีเขตอำนาจต้องรับฟ้องหรือไม่
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
จะยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลใดก็ได้หรือไม่
ไม่ได้ มาตรา 2 กำหนดว่าศาลต้องมีทั้งอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามสภาพและชั้นของศาลตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และมีเขตอำนาจเหนือคดีนั้น หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งศาลอาจไม่รับคำฟ้อง
ถ้ายื่นฟ้องต่อศาลที่ไม่มีเขตอำนาจจะเป็นอย่างไร
ศาลอาจตรวจคำฟ้องและมีคำสั่งไม่รับตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 2 ท่านจึงต้องยื่นฟ้องต่อศาลที่ถูกต้อง การเลือกศาลให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยหลีกเลี่ยงความล่าช้าและค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน