ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 25: การสั่งคำขอวิธีการคุ้มครองและการบังคับคดี

ตัวบทกฎหมาย

ถ้าคู่ความฝ่ายใดยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องให้ศาลสั่งกำหนดวิธีการอย่างใด ๆ ที่บัญญัติไว้ในภาค ๔ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามพิพากษาหรือคำสั่ง ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำขอนั้นเสียโดยไม่ชักช้าถ้าในเวลาที่ยื่นคำขอนั้นศาลจะชี้ขาดคดีได้อยู่แล้ว ศาลจะวินิจฉัยคำขอนั้นในคำพิพากษา หรือในคำสั่งชี้ขาดคดีก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

If any party files a request made in the form of a motion asking the court to order any of the measures provided in Book 4 for the protection of the party's rights during the trial, or for the enforcement of a judgment or order, the court shall grant or dismiss that request without delay. If, at the time the request is filed, the court is already in a position to decide the case, the court may rule on that request in its judgment or in its order deciding the case.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 25 เป็นช่องทางวิธีพิจารณาสำหรับวิธีการคุ้มครองและการบังคับคดีตามภาค 4 ของประมวลกฎหมายนี้ ทั้งวิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความระหว่างพิจารณาและวิธีการเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง สาระสำคัญคือศาลต้องสั่งโดยไม่ชักช้า และหากคดีถึงเวลาชี้ขาดได้แล้ว ศาลอาจวินิจฉัยคำขอนั้นในคำพิพากษาได้ ทั้งนี้ไม่ได้บังคับให้ศาลต้องไต่สวนก่อนสั่ง ศาลอาจสั่งได้เมื่อข้อเท็จจริงในสำนวนเพียงพอ

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับคู่ความ มาตรา 25 คือช่องทางขอความคุ้มครองเร่งด่วน เช่น วิธีการรักษาสภาพเดิมระหว่างพิจารณา และเป็นช่องทางเริ่มการบังคับคดีหลังมีคำพิพากษา เนื่องจากศาลไม่จำต้องไต่สวนก่อน คำร้องจึงควรครบถ้วนในตัวเอง พร้อมข้อเท็จจริงและเอกสารสนับสนุน เพื่อให้ศาลสั่งได้ทันที

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2280/2559 (2016)

    คำร้องขอให้งดการบังคับคดีเป็นคำขอตามมาตรา 25 ให้ศาลกำหนดวิธีการเพื่อบังคับตามคำพิพากษา ซึ่งมาตรา 25 ไม่ได้บัญญัติให้ต้องไต่สวนก่อน ศาลจึงสั่งได้เมื่อข้อเท็จจริงแห่งคดีเพียงพอ

    ศาลถือว่าคำร้องขอให้งดการบังคับคดีของจำเลยเป็นคำขอตามมาตรา 25 ให้ศาลกำหนดวิธีการเพื่อบังคับตามคำพิพากษา และวินิจฉัยว่ามาตรา 25 มิได้บัญญัติให้ต้องไต่สวนก่อนสั่งอนุญาตหรือยกคำขอ หากศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงแห่งคดีเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ก็ไม่จำต้องไต่สวน

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2500 (1957)

    ตามมาตรา 25 ศาลอาจมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เช่น ห้ามคู่ความกระทำต่อไปเกี่ยวกับที่ดินพิพาท เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างที่คดียังอยู่ในการพิจารณา

    ศาลชั้นต้นเห็นว่ามีเหตุเพียงพอและจำเป็นที่จะคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความ จึงมีคำสั่งตามมาตรา 25 ห้ามมิให้กรีดยางในสวนยางพิพาทในระหว่างที่คดียังอยู่ในการพิจารณา และศาลสูงพิพากษายืนตามคำสั่งนั้น

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 19 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2565)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 78/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2280/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10197/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9164/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8452/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2541/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3050/2551 (2008)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

จะขอวิธีการคุ้มครองระหว่างคดีได้อย่างไร

ตามมาตรา 25 ให้ยื่นคำร้องขอวิธีการอย่างใดตามภาค 4 ศาลต้องสั่งอนุญาตหรือยกคำขอโดยไม่ชักช้า และอาจสั่งจากข้อเท็จจริงในสำนวนโดยไม่ต้องไต่สวนก็ได้

ศาลต้องไต่สวนก่อนสั่งคำขอตามมาตรา 25 หรือไม่

ไม่จำเป็น มาตรา 25 ไม่ได้บังคับให้ไต่สวน หากข้อเท็จจริงในสำนวนเพียงพอที่จะวินิจฉัย ศาลก็สั่งคำขอได้ทันที

ศาลจะวินิจฉัยคำขอไปพร้อมคำพิพากษาได้หรือไม่

ได้ หากในเวลาที่ยื่นคำขอ ศาลจะชี้ขาดคดีได้อยู่แล้ว ศาลอาจวินิจฉัยคำขอนั้นในคำพิพากษาหรือในคำสั่งชี้ขาดคดีก็ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 25 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 25. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-25/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 25
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-25/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-25/"><p>ถ้าคู่ความฝ่ายใดยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องให้ศาลสั่งกำหนดวิธีการอย่างใด ๆ ที่บัญญัติไว้ในภาค ๔ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามพิพากษาหรือคำสั่ง ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำขอนั้นเสียโดยไม่ชักช้าถ้าในเวลาที่ยื่นคำขอนั้นศาลจะชี้ขาดคดีได้อยู่แล้ว ศาลจะวินิจฉัยคำขอนั้นในคำพิพากษา หรือในคำสั่งชี้ขาดคดีก็ได้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 25 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-25/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง