25 — การสั่งคำขอวิธีการคุ้มครองและการบังคับคดี
คนบทกฎหมาย
ถ้าคู่ความฝ่ายใดยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องให้ศาลสั่งกำหนดวิธีการอย่างใด ๆ ที่บัญญัติไว้ในภาค ๔ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามพิพากษาหรือคำสั่ง ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำขอนั้นเสียโดยไม่ชักช้าถ้าในเวลาที่ยื่นคำขอนั้นศาลจะชี้ขาดคดีได้อยู่แล้ว ศาลจะวินิจฉัยคำขอนั้นในคำพิพากษา หรือในคำสั่งชี้ขาดคดีก็ได้
คำแปลภาษาไทย
If any party files a request made in the form of a motion asking the court to order any of the measures provided in Book 4 for the protection of the party's rights during the trial, or for the enforcement of a judgment or order, the court shall grant or dismiss that request without delay. If, at the time the request is filed, the court is already in a position to decide the case, the court may rule on that request in its judgment or in its order deciding the case.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 25 เป็นช่องทางวิธีพิจารณาสำหรับวิธีการคุ้มครองและการบังคับคดีตามภาค 4 ของประมวลกฎหมายนี้ ทั้งวิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความระหว่างพิจารณาและวิธีการเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง สาระสำคัญคือศาลต้องสั่งโดยไม่ชักช้า และหากคดีถึงเวลาชี้ขาดได้แล้ว ศาลอาจวินิจฉัยคำขอนั้นในคำพิพากษาได้ ทั้งนี้ไม่ได้บังคับให้ศาลต้องไต่สวนก่อนสั่ง ศาลอาจสั่งได้เมื่อข้อเท็จจริงในสำนวนเพียงพอ
ความสำคัญต่อ
สำหรับคู่ความ มาตรา 25 คือช่องทางขอความคุ้มครองเร่งด่วน เช่น วิธีการรักษาสภาพเดิมระหว่างพิจารณา และเป็นช่องทางเริ่มการบังคับคดีหลังมีคำพิพากษา เนื่องจากศาลไม่จำต้องไต่สวนก่อน คำร้องจึงควรครบถ้วนในตัวเอง พร้อมข้อเท็จจริงและเอกสารสนับสนุน เพื่อให้ศาลสั่งได้ทันที
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2280/2559 (2016)
คำร้องขอให้งดการบังคับคดีเป็นคำขอตามมาตรา 25 ให้ศาลกำหนดวิธีการเพื่อบังคับตามคำพิพากษา ซึ่งมาตรา 25 ไม่ได้บัญญัติให้ต้องไต่สวนก่อน ศาลจึงสั่งได้เมื่อข้อเท็จจริงแห่งคดีเพียงพอ
ศาลถือว่าคำร้องขอให้งดการบังคับคดีของจำเลยเป็นคำขอตามมาตรา 25 ให้ศาลกำหนดวิธีการเพื่อบังคับตามคำพิพากษา และวินิจฉัยว่ามาตรา 25 มิได้บัญญัติให้ต้องไต่สวนก่อนสั่งอนุญาตหรือยกคำขอ หากศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงแห่งคดีเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ก็ไม่จำต้องไต่สวน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2500 (1957)
ตามมาตรา 25 ศาลอาจมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เช่น ห้ามคู่ความกระทำต่อไปเกี่ยวกับที่ดินพิพาท เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างที่คดียังอยู่ในการพิจารณา
ศาลชั้นต้นเห็นว่ามีเหตุเพียงพอและจำเป็นที่จะคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความ จึงมีคำสั่งตามมาตรา 25 ห้ามมิให้กรีดยางในสวนยางพิพาทในระหว่างที่คดียังอยู่ในการพิจารณา และศาลสูงพิพากษายืนตามคำสั่งนั้น
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
จะขอวิธีการคุ้มครองระหว่างคดีได้อย่างไร
ตามมาตรา 25 ให้ยื่นคำร้องขอวิธีการอย่างใดตามภาค 4 ศาลต้องสั่งอนุญาตหรือยกคำขอโดยไม่ชักช้า และอาจสั่งจากข้อเท็จจริงในสำนวนโดยไม่ต้องไต่สวนก็ได้
ศาลต้องไต่สวนก่อนสั่งคำขอตามมาตรา 25 หรือไม่
ไม่จำเป็น มาตรา 25 ไม่ได้บังคับให้ไต่สวน หากข้อเท็จจริงในสำนวนเพียงพอที่จะวินิจฉัย ศาลก็สั่งคำขอได้ทันที
ศาลจะวินิจฉัยคำขอไปพร้อมคำพิพากษาได้หรือไม่
ได้ หากในเวลาที่ยื่นคำขอ ศาลจะชี้ขาดคดีได้อยู่แล้ว ศาลอาจวินิจฉัยคำขอนั้นในคำพิพากษาหรือในคำสั่งชี้ขาดคดีก็ได้