กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

300: ห้ามยึดทรัพย์เกินกว่าหนี้

คนบทกฎหมาย

ตั้งใจจะกฎหมายควบคุมไว้หรือศาลมีคำสั่งเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินหรืออาการปฏิบัติตามสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาหรือขายทอดตลาดหรือโดยวิธีอื่นซึ่งคุณสมบัติหรือสิทธิเรียกร้องที่มาจากการยึดหรืออาแรงดึงหลายรายเกินกว่าที่ทำหน้าที่ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อให้ค่าฤชารักษาและค่าฤชามักจะในการบังคับคดี
มีอำนาจที่จะยึดตำแหน่งหรืออาเพื่อให้สิทธิเรียกร้องรายใดๆ ที่มีราคาสูงเกินกว่าที่ชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ตามคำตัดสินของศาลหรือสิทธิเรียกร้องนั้นทำให้คุณยึดถือหรืออาได้โดยไม่ส่งผลให้เจ้าพนักงานควบคุมคดีในองค์กรแบ่งยึดหรือแบ่งอาดำเนินการหรือสิทธิเรียกร้องรายใดแต่เพียงการกระทำหรือเฉพาะส่วนแห่งการตรวจสอบเท่าที่ทราบในเวลาที่ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ตามการพิจารณาคดีของศาลค่านิยมชาเมนบอร์ดและค่าฤชาอย่างเป็นทางการในการบังคับคดี
บุคคลผู้สามารถเสียในการบังคับคดีอาจดำเนินการหรือดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือสองคดีพนักงานบังคับคดี โดยยื่นร้องต่อศาลก่อนวันขายทอดตลาดหรือโดยวิธีอื่นแต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งหรือดำเนินการจำหน่ายนั้นคำสั่งของศาลให้เป็นที่สุด

คำแปลภาษาไทย

เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นหรือศาลมีคำสั่ง เจ้าหน้าที่บังคับคดีถูกห้ามมิให้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ได้มาจากการยึดหรืออายัดในลักษณะอื่นใด ในปริมาณที่เกินกว่าจำนวนที่เพียงพอต่อการชำระหนี้ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาค้างชำระ รวมทั้งค่าธรรมเนียมศาลและค่าธรรมเนียมการบังคับคดี.
ในกรณีที่จำเป็นต้องยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเกินกว่าจำนวนที่เพียงพอต่อการชำระหนี้ที่ค้างชำระแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หากทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นอยู่ในสภาพที่สามารถยึดหรืออายัดได้เพียงบางส่วนโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย เจ้าหน้าที่บังคับคดีมีอำนาจที่จะยึดหรืออายัดเพียงบางส่วน หรือเพียงส่วนแบ่งความเป็นเจ้าของของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น ในขอบเขตที่เพียงพอต่อการชำระหนี้ที่ค้างชำระแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมศาลและค่าธรรมเนียมการบังคับคดี.
บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีอาจคัดค้านคำสั่งหรือการกระทำของเจ้าหน้าที่บังคับคดีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง โดยยื่นคำร้องต่อศาลก่อนวันประมูลสาธารณะหรือการจำหน่ายทรัพย์สินอื่นใด แต่ไม่เกินสิบห้าวันนับจากวันที่ทราบคำสั่งหรือการกระทำนั้น คำสั่งของศาลถือเป็นที่สิ้นสุด.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

การแสดงหลักห้ามยึดทรัพย์เกินกว่าเกราะที่ 1 นั่นคือด้วยอำนาจที่พนักงานบังคับคดี ซึ่งคุ้มครองตามคำพิพากษาไม่ให้ทรัพย์ถูกยึดหรือขายเกินกว่าที่หนี้ต้องการ วรรคสองเพิ่มหลักความได้สัดส่วนว่าทรัพย์ที่แบ่งได้ให้ยึดเพียงแรงดึง สเปกตรัม สามให้ผู้มีอำนาจเสียต่อศาลก่อนขาย และดำเนินการเป็นที่สุดคำพิพากษาศาลฎีกาล่าสุดตรวจสอบความเป็นที่สุดในวรรณกรรมสามการพิจารณาเรื่องยึดเกินจริงมิใช่การอัยการคดีบังคับคดีทุกกรณี

ความสำคัญต่อ

เจ้าแบ่งพนักงานยึดทรัพย์มากเกินกว่าหนี้หรือไม่ยอมยึดทรัพย์ที่แบ่งได้ในช่องรีบดำเนินการคำร้องต้องถึงศาลก่อนวันขายทอดตลาดและภายในสิบห้าวันนับแต่ทราบอย่างชัดเจนนั้นเพราะคำสั่งศาลเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดยึดเกินการเรียบเรียงคำร้องให้ถูกต้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบังคับคดีมักจะยกประเด็นนี้พร้อมกับตรวจสอบยอดหนี้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 4942/2566 (2023)

    ความเป็นที่สุดตามมาตรา 300 วรรคสาม ใช้เฉพาะคำสั่งศาลที่ชี้ขาดคำพิพากษาว่าเจ้าพนักงานยึดหรืออาเป็นต้นไปเกินกว่าหนี้จริง หากมิใช่คำวิจารณ์ลักษณะนั้นคำสั่งย่อมไม่แน่นอนที่สุดและร้องขอความเป็นธรรมได้

    ข้อกล่าวหาของจำเลยก็คือจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาที่แน่นอนแล้ว มิใช่การพิสูจน์ว่ายึดทรัพย์เกินศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าคำสั่งเพิกถอนการอาจะต้องไม่เป็นที่สุดตามมาตรา 300 วรรคสามและพิพากษายืน

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2498/2566 (2023)

    โจทก์จะชนะคดีเต็มรูปแบบในส่วนท้ายของการบังคับคดียังคงต้องควบคุมอยู่ในมาตรา 300 ที่ห้ามเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออาที่สำคัญที่สุดที่พอชำระหนี้พร้อมแฟ้ม

    ศาลฎีกาชนะการที่โจทก์คดีเต็มตามการพิจารณาไม่ได้ยกเลิกเพดานห้ามยึดเกินการบังคับคดีในขอบเขตของมาตรา 300 ที่วัดจากหนี้พร้อมแฟ้มศาลและพิจารณาคดีบังคับ

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 8 คดี (พ.ศ. 2511 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4942/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2498/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1760/2512 (1969)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5888/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6061/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1466/2525 (1982)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1170/2514 (1971)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 185-195/2511 (1968)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์เกินกว่าความผิดใดๆ

ตรวจสอบมาตรา 300 ประสิทธิภาพในการยึดอาเสมอหรือขายทรัพย์เกินกว่าที่พอชำระหนี้ตามคำตัดสินพร้อมการพิจารณาคดีและการพิจารณาคดีบังคับ ทรัพย์ที่แบ่งได้ให้ยึดเพียงเท่านั้น

จะทำให้ยึดความมั่นคงได้จนถึงทุกวันนี้

ผู้มีอำนาจได้เสียยื่นคำร้องต่อศาลก่อนวันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นและไม่เกินสิบห้าวันนับแต่จะต้องทราบอย่างเป็นทางการของพนักงานคำสั่งศาลออร์เดอร์นี้ที่สุด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 300 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 300. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-300/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 300
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-300/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-300/"><p>เพื่อเป็นกฎหมายเพื่อตรวจสอบไว้หรือศาลมีคำสั่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือขายทอดตลาดหรือโดยอื่น ๆ ซึ่งเป็นหรือสิทธิเรียกร้องที่มาจากการยึดหรืออาที่หลายรายที่จำหน่ายชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ตามคำตัดสินของค่านิยมชาการรักษาและค่าชาช่วยในการบังคับคดีและเรียกร้องสิทธิรายใดที่มีราคาสูงเกินกว่าที่องค์กรก่อตั้งหนี้ให้กับเจ้าหนี้ตามคำตัดสิน กรณีหรือการละเมิดสิทธินั้นสามารถแยกแยะได้ตามที่พนักงานบังคับคดีแบ่งส่วนยึดหรืออาแบ่งสายหรือเรียกร้องสิทธิใด ๆ แต่เพียงผู้เดียวหรือเฉพาะส่วนแห่งความยุติธรรมที่ชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้คำตัดสินของค่าฤชาที่ดูแลและค่าฤชาโดยตรงในการบังคับคดีบุคคลผู้กระทำความผิดได้เสียในการบังคับคดีอาจดำเนินคดีหรือดำเนินการตามวรรคเจ้าหรือคดีสองเจ้าหน้าที่บังคับคดีโดยยื่นคำร้องศาลก่อนวันขายทอดตลาดหรือต่ออื่น ๆ แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่สามารถทราบหรือดำเนินการสั่งการของศาลให้ดีที่สุด</p><footer>Civil Procedure Code, s. 300 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-300/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง