305: การยึดหลักทรัพย์
คนบทกฎหมาย
การยึดความมั่นคงที่เป็นหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการว่าด้วยหลักทรัพย์และการควบคุมของการปฏิบัติตามคำพิพากษาให้เจ้าพนักงานควบคุมคดีโดย
(๑) ในกรณีที่ออกใบบางครั้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้เฝ้าระวังตามคำพิพากษาและออกหลักทรัพย์นั้นทราบ และเมื่อได้ดำเนินการยึดความมั่นคงของคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีโดยเฉพาะผู้ออกหลักทรัพย์ออกใบและส่งให้กับเจ้าพนักงานบังคับคดี
(๒) บางครั้งบางครั้งออกใบแล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ยึดตามคำพิพากษาผู้ออกหลักทรัพย์สืบสวนสอบสวนอย่างมากที่สุดทราบถึงบุคคลซึ่งต้องชำระหนี้ตามนั้นทราบ และเมื่อได้ดำเนินการยึดความมั่นคงตามที่องค์กรให้พนักงานบังคับคดีนำตามมานั้นมาทราบหากสามารถนำมาได้
(๓) กรณีเป็นหลักทรัพย์ซึ่งฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ระบบควบคุมว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ตามกฎตามคำพิพากษาผู้ออกหลักทรัพย์ผู้มีอำนาจฝากหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎอัยการว่าด้วยหลักทรัพย์และกฎหมายทราบเพื่อให้ปฏิบัติตามได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานบังคับคดี
(๔) กรณีนี้เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้ออกใบบางครั้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาออกหลักทรัพย์ทราบเพื่อให้ปฏิบัติตามได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานบังคับคดี
ในกรณีที่สามารถแจ้งบุคคลตามวรรคหนึ่งได้ให้ปิดประกาศรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดอย่างเป็นทางการที่แลเห็นได้จาก ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของบุคคลเช่นว่านั้นหรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นเป็นผลและให้การบังคับใช้ได้นับแต่เวลาประกาศนั้นได้ปิดไว้และแจ้งโดยวิธีอื่นใดที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าดำเนินการหรือได้ตั้งแล้ว
คำแปลภาษาไทย
การยึดหลักทรัพย์ที่เป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จะกระทำโดยเจ้าหน้าที่บังคับคดีโดย:
(1) ในกรณีที่ยังไม่มีการออกตราสาร ให้แจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดได้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและผู้ออกหลักทรัพย์เหล่านั้น และเมื่อการยึดหลักทรัพย์ดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว ให้สั่งให้ผู้ออกหลักทรัพย์ออกตราสารและส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่บังคับคดี;
(2) ในกรณีที่ได้มีการออกตราสารแล้ว ให้แจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ถูกยึดแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ออกหลักทรัพย์ และผู้ถือตราสารเท่าที่ทราบ รวมทั้งบุคคลที่ต้องชำระตามตราสารนั้น และเมื่อการยึดหลักทรัพย์ดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว ให้เก็บรักษาตราสารนั้นไว้ในที่ปลอดภัยหากสามารถจัดหาได้;
(3) ในกรณีที่หลักทรัพย์ถูกฝากไว้กับผู้รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้แจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ถูกยึดแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ออกหลักทรัพย์ ผู้ฝากหลักทรัพย์ และผู้รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้ดำเนินการตามการแจ้งจากเจ้าหน้าที่บังคับคดี;
(4) ในกรณีที่หลักทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่มีตราสารออกให้ ให้แจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดได้ให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและผู้ออกหลักทรัพย์ เพื่อให้ดำเนินการตามคำแจ้งจากเจ้าหน้าที่บังคับคดี.
ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งให้บุคคลตามวรรคหนึ่งทราบได้ ให้ติดประกาศรายชื่อและจำนวนหลักทรัพย์ที่ถูกยึดไว้ในที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน ณ ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานของบุคคลดังกล่าว หรือให้แจ้งโดยวิธีการอื่นใดตามที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดำเนินการเห็นสมควร และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ติดประกาศ หรือตั้งแต่วันที่เริ่มดำเนินการแจ้งโดยวิธีการอื่นดังกล่าว.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้ส่วนหนึ่งที่ 3 สร้างวิธีเฉพาะสำหรับยึดความมั่นคงแข็งแรงว่าด้วยหลักทรัพย์และกฎหมาย โดยรับรู้ว่าการถือครองปัจจุบันอาจมีใบเป็นไร้ใบหรือถือผ่านศูนย์รับฝากองค์ประกอบกรณีขึ้นอยู่กับการแจ้งข้อมูลผู้ออกหลักทรัพย์และศูนย์หรือศูนย์รับฝากที่เกี่ยวข้องต่อไปที่ใบในกรณีที่อาจแจ้งไม่ได้ให้ปิดประกาศใดๆ อีกวิธีหนึ่งซึ่งอาจนับเวลาแต่ทำคำวินิจฉัยที่กล่าวหาเก่าๆ มาตรา 305 มักเป็นเลขมาตราเดิมก่อนส่วนใหญ่ พ.ศ. พ.ศ. 2560 ซึ่งว่าด้วยการยึดถือเพื่อให้ตัวบทปัจจุบัน
ความสำคัญต่อ
คุณสมบัติของการอยู่ในรูปหุ้นหุ้นกู้หรือความมั่นคงอื่นๆ การยึดที่ใช้งานได้ต้องมองเห็นเป็นหลักทรัพย์มีใบไร้ใบหรือฝากผ่านศูนย์ผ่านรับฝากแล้วแจ้งบุคคลที่เหมาะสมการประสานงานกับผู้ออกหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากที่สำคัญเพราะการแจ้งที่ไม่ครบถ้วนเพื่อให้ยึดเสียไปการสืบสวนประเภทต่างๆ ให้ถูกต้องแต่เนิ่นๆ ช่วยเลี่ยงการบังคับคดีที่เพิ่มมากขึ้น
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 20 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2549)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8114/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 776/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1341/2546 (2003)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5474/2539 (1996)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3832/2530 (1987)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4269/2528 (1985)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2348/2528 (1985)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3835/2524 (1981)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- 304 5
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
หุ้นและหลักทรัพย์อื่นถูกยึดในการปราบปรามคดีอย่างไร
ตามมาตรา 305 เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งผู้มีอำนาจออกหลักทรัพย์และศูนย์หรือรับฝากตามประเภทและนำใบมาให้มาซึ่งจะขึ้นอยู่กับว่าหลักทรัพย์นั้นมีใบไร้ใบหรือฝากไว้
โปรดแจ้งคู่กรณีในการยึดถือความมั่นคงไม่ได้
เจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศรายการหลักทรัพย์ที่ยึด ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักงานของบุคคลนั้นหรือแจ้งโดยวิธีอื่นที่อนุญาตให้นับแต่เวลาปิดประกาศหรือทำการแจ้ง
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 305 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 305. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-305/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 305 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-305/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-305/"><p>การยึดถือหลักทรัพย์ที่เป็นความมั่นคงระบบควบคุมว่าด้วยความปลอดภัยและการควบคุมของกระบวนการตรวจสอบตามคำพิพากษาเพื่อให้พนักงานบังคับคดีตามลำดับโดย (๑) กรณีที่จะออกใบให้กับเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งรายการและความปลอดภัยที่ยึดให้ระบบควบคุมตามคำพิพากษาและออกหลักทรัพย์นั้นทราบและเมื่อได้ดำเนินการยึดความมั่นคงของคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ออกหลักทรัพย์ออกใบและส่งเจ้าพนักงานบังคับคดี (๒) ตรวจสอบออกใบรายงานแล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้องค์กรตามคำพิพากษาผู้มีอำนาจออกหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการของสำนักงานสืบสวนสอบสวน บุคคลซึ่งต้องชำระหนี้ตามนั้นทราบ และเมื่อได้ดำเนินการยึดความมั่นคงของคำสั่งให้พนักงานบังคับคดีนำออกมาได้ (๓) เป็นหลักทรัพย์ซึ่งฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์และสืบสวนสอบสวนและติดตามเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดถือให้ผู้อำนวยการตามคำสั่งของผู้ออกหลักทรัพย์ผู้รักษาหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่ดำเนินการแจ้งจากเจ้าพนักงานบังคับคดี (๔) สำนักงานเป็นหลักทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้แจ้งตามคำพิพากษาออกหลักทรัพย์ทราบ เพื่อให้ปฏิบัติตามที่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานบังคับคดีในกรณีที่แจ้งบุคคลตามวรรคหนึ่งได้ให้ปิดประกาศแจ้งรายการและจำนวนความปลอดภัยที่ยึดคริสตัลที่แลเห็นได้จาก ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของบุคคลเช่นว่านั้นหรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นได้และให้ถ่ายทอดสดใช้ได้นับแต่เวลาประกาศนั้นได้ปิดไว้แจ้งโดยวิธีอื่นใดที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นการกระทำนั้นหรือได้ตั้งต้นแล้ว</p><footer>Civil Procedure Code, s. 305 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-305/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา